จากบันทึกก่อนหน้านี้ได้กล่าวถึงการใช้ชีวิตให้มีความสุขกับปัจจุบันเป็นแนวคิดที่ครูนกเองคิดจะทำให้ได้ สุขง่ายๆ สุขได้กับสิ่งรอบตัวดังนั้นสุขจากการฟัง  สุขจากการมองเห็น  สุขจากการได้เดินชมดอกไม้พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ สุขจากการได้รับประทานอาหารอร่อยๆ อาจจะเป็นฝีมือแม่บ้างตนเองบ้าง  และ สุขจากการได้ไล่จับไก่

          คราวนี้จะพูดถึงสุขใจจากการได้รับประทานอาหารอร่อยๆ เริ่มจากวันนี้ครูนกชวนแม่ไปเป็นเพื่อนงานบวชลูกชายของครูที่โรงเรียน และหลังจากนั้นชวนไปทานส้มตำที่ร้านอร่อยร้านหนึ่งในหาดใหญ่  วันนี้สั่งตำแตง  ยำผักรวม คอหมูย่าง และข้าวเหนียว  ปรากฏว่า ครูนกไม่ได้ย้ำในใบสั่งอาหารว่า ไม่ต้องเผ็ด ดังนั้นอาหารวันนี้ทำให้ตนเองเกิดอาการท้องร้อน ส่วนแม่ไม่ต้องพูดถึงเพราะแม่ทานเผ็ดไม่ได้ทำให้ คอหมูย่างเป็นอาหารที่หมดจานแรก ส่วนยำผักรวมต้องใส่ถุงกลับบ้าน  เจ้าของร้านคงเห็นอาการน้ำมูกน้ำตาไหลเลยขอโทษที่ทำให้เผ็ด  ครูนกบอกว่าไม่เป็นไรค่ะ เพราะลืมย้ำเองว่าไม่เผ็ด   แม่ครูนกยังอารมณ์ขำๆ ไปแซวชื่อร้านเขาอีกว่า "ชื่อแบบนี้แล้วจะทานเผ็ดขนาดนี้ได้เหรอ"  แม่เลยเล่าให้ฟังว่า ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาที่ไปอยู่กับน้องชาย  ไม่ได้ไปทานข้าวนอกบ้านกันเลยทั้งๆที่น้องๆ ชวน  แม่บอกว่า แม่ทำแกงส้ม  ทำแกงไตปลา  ทำปลาทอดขมิ้น  ทำปริมาณมากเพราะน้องๆ และสะใภ้ตลอดจนว่าที่สะใภ้ชื่นชอบ  ทานกับแบบหมดหม้อทุกครั้ง แม่บอกว่าถ้าไปทานนอกรสอาหารก็ไม่เหมือนที่น้องๆ ชอบ  และราคาก็่ค่อนข้างจะสูง  จริงๆ การได้ทานฝีมือของแม่ไม่ว่าจะรสแบบใดในความรู้สึกของลูกๆ ก็อร่อยเพราะคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ ดังนั้นเวลาแม่ไปอยู่บ้านน้องชาย  น้องๆ มักจะไม่ยืดเวลาในการให้แม่เดินทางกลับมาหาดใหญ่ทำให้ครูนกต้องพึ่งพาบรรดาอาหารสำเร็จรูปในมื้อเย็น หรือไม่ก็งดทานไปเลยค่ะ นับจากนี้ไปครูนกก็จะได้ทานฝีมือแม่ทุกมื้ออีกครั้งอาทิเช่น แกงส้ม  แกงไตปลา  น้ำพริก  และปลาทอดขมิ้น  และเพื่อนบ้านก็จะได้รับเมนูแบ่งปันอีกครา