KM00144 : คิดไปเรื่อย 35 "เหตุและผล"

"พระสิวลีเถระ" เป็นพระอรหันต์ที่ได้รับการยกย่องจากพระพุทธองค์ให้เป็นเอตทัคคะ ในบรรดาภิกษุผู้เลิศด้วยลาภ และเลิศด้วยยศทั้งหลาย แปลง่ายๆ ว่าท่านเป็นสุดยอดในด้านลาภยศ เงินทอง ไปไหนก็ไม่อดครับ เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะท่านเคยอฐิษฐานเอาไว้ในหลายๆ ชาติ แต่ไม่ได้แค่อฐิษฐานเฉยๆ หรืออฐิษฐานเกินสิ่งที่ท่านทำไว้นะครับ (เช่น ทำบุญไป 20 บาท อธิษฐานของให้ถูกรางวัลที่ 1) เอาเป็นว่ากว่าท่านจะได้ตำแหน่งนี้ต้องสร้างบุญ สร้างกุศลมาไม่น้อย หลายคนเคยได้ยินเรื่องของท่านจึงมีการนำท่านมาบูชา โดยหวังว่าจะมีโชคลาภแบบท่าน
"สุภาวดี" เป็นหญิงสาวที่เกิดในสมัยพระพุทธเจ้า บิดาเป็นพราหมณ์ ประกอบอาชีพทำมาค้าขาย ชอบทำบุญ และฟังธรรมอยู่เป็นนิจ สุภาวดีมีโอกาสได้ฟังธรรมจาก "พระสิวลีเถระ" อยู่หลายครั้ง ทุกครั้งที่สุภาวดีได้ฟังธรรมและลากลับ พระสิวลีเถระเจ้าได้กำหนดกุศลจิต ประสาทพรให้สุภาวดีและครอบครัว "ขอให้เจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง จากการค้าขายสินค้าต่างๆสมความปรารถนาเถิด" ซึ่งก็เป็นไปตามคำให้พร สุภาวดีได้ปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธองค์จนสิ้นชีวิตลง ต่อมาจึงมีการปั้นรูปแม่นางสุภาวดีไว้บูชา หวังจะร่ำรวยเหมือนท่าน เรารู้จักกันดีในฐานะ "นางกวัก"
หากเราศึกษาให้ดีเข้าใจที่มาที่ไป มีเหตุมีผล (ศาสนาพุทธสอนให้มีเหตุมีผล) กรณี "พระสิวลีเถระ" ลาภยศ ของท่านก็เกิดจากการกระทำของท่าน หากอยากมีลาภยศ เหมือนท่านแค่การบูชาท่องคาถาคงเกิดผลยาก การบูชาท่านจึงเพื่อระลึกว่าเราควรต้องทำอะไรแบบท่านบ้างจึงจะเกิดผลเช่นนั้น กรณี "นางกวัก" หรือ "สุภาวดี" ก็เช่นกัน การถวายน้ำแดง (ไม่รู้ใครคิด) หรือถวายของบูชา อย่างเดียวอาจไม่มีเหตุมีผล เมื่อบูชาท่านก็ต้องรู้วาเหตุที่ท่านร่ำรวยเพราะอยู่ในศีลในธรรม การอยู่ในศีลธรรม ย่อมนำไปสู่การค้าขายที่สุจริต หากทำได้เช่นนี้แล้วยังไม่ร่ำรวยก็ให้นึกถึงเรื่อง "กรรม" แต่ "กรรมดี" ที่ทำในวันนี้ย่อมส่งผลให้กับตัวเองอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็วครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM by Kidkom



ความเห็น (0)