เทคนิคการเขียนบทความวิชาการ

   สุภัชชา  พันเลิศพาณิชย์ 

   เจ้าหน้าที่งานการประกันคุณภาพการศึกษา

  วิทยาลัยสงฆ์เชียงราย

..........................................................................................................................................................

  บทความเป็นรูปแบบงานเขียนประเภทร้อยแก้วจากผู้เขียนสู่ผู้อ่าน จุดมุ่งหมายเพื่อต้องการเสนอ ความรู้  ความคิด และมักสอดแทรกวิธีการนำเสนอ เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่เพื่อไปแก้ไขและพัฒนา  ลักษณะเฉพาะบทความจึงต้องเป็นเนื้อหาที่ให้ความรู้และความคิดเห็นของผู้เขียนที่แสดงออกมา โดยการนำเสนอที่เกี่ยวข้องสอดคล้องประเด็นชื่อเรื่อง  ต้องเขียน กระชับ  สั้น  ไม่วนไปวนมา  ใช้ภาษาเขียนมิใช่ภาษาพูด

ส่วนประกอบที่สำคัญ คือ

๑.ส่วนนำ

 ๒.เนื้อเรื่อง 

 ๓.สรุป

 ๑.ส่วนนำ มีส่วนประกอบดังนี้

  ๑.๑ ต้องพูดถึงสภาพปัญหา 

๑.๒ เนื้อเรื่อง

๑.๓ คำจำกัดความ

๑.๔ วาทะบุคคลสำคัญที่กล่าวถึงสัมพันธ์กับเรื่องที่เขียน

๑.๕ เล่าเรื่องสั้นๆ  กระชับ  ได้ใจความ

 ๒.ส่วนเนื้อหาต้องเขียนเชื่อมโยงกับส่วนนำ มีส่วนประกอบดังนี้

  ๒.๑อธิบายศัพท์ที่สำคัญ

  ๒.๒ นำเสนอหลักการ 

   ๒.๓ เรียงหัวข้อประเด็นที่จะเขียนที่สำคัญเป็นหัวข้อใหญ่แล้วค่อยแยกหัวข้อย่อยออกมาอยากหัวข้อใหญ่โดยต้องเขียนเรียงลำดับเหตุการณ์ โดยใช้วิธีอธิบายขยายความ 

  ๒.๔ ยกตัวอย่าง 

  ๒.๕ แผนภูมิ  รูปภาพหรือตาราง (ถ้ามี)

  ๒.๖ การอ้างอิง

๓.ส่วนสรุปของบทความวิชาการ  มีส่วนประกอบดังนี้ 

  ๓.๑ สรุปประเด็น/สรุปความ

    ๓.๒ ย้ำจุดสำคัญ 

  ๓.๓ นำเสนอความคิดเห็นของผู้เขียน

๓.๔ ทิ้งประเด็นให้ชวนคิด

๓.๕ ยกตัวอย่างบทกวี  คำคม  สุภาษิตของบุคคลที่มีชื่อเสียงโดยต้องเกี่ยวข้องกับงานเขียนบทความที่นำเสนอ

  ในการนำเสนอรูปแบบบทความวิชาการ  ว่าจะเขียนรูปแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับงานบทความที่ผู้เขียนนำเสนอว่าจะเขียนอย่างไรให้น่าสนใจ  มีแหล่งอ้างอิงน่าเชื่อถือ มีวิธีการเขียนที่ผู้อ่านอ่านแล้วคล้อยตามชวนให้คิดสิ่งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคของผู้เขียนเองที่จะศึกษาค้นคว้าว่าจะใช้แบบใดเช่น  กรณียกตัวอย่างของบุคคลที่น่าเชื่อถือที่เขียนเกี่ยวข้องกับงานเขียนตนหรือว่ากรณี แผนภูมิ  รูปภาพที่สัมพันธ์กับงานเขียนตน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่ผู้เขียนต้องคิดและวางแผนในการเขียนสิ่งสำคัญคือต้องถูกต้องตามลักษณะบทความวิชาการ

เทคนิคการขึ้นต้นบทความวิชาการ

  ๑.การนำเสนอปัญหาเพราะว่าอะไร

๒. พระราชบัญญัติการศึกษา  ปรัชญา  โคลง  ฉันท์  กาพย์  กลอนหรือสุภาษิตคำพังเพยมาขึ้นต้นบทความ

๓.ขึ้นต้นด้วย  ข่าว  หนังสือพิมพ์  โทรทัศน์  เฟรสบุค ที่เป็นเรื่องที่กำลังสนใจและอยู่ในความนิยมสิ่งสำคัญต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบทความที่นำเสนอ

เทคนิคการลงท้ายบทความวิชาการ

๑.ลงท้ายแบบตั้งคำถาม

๒. ทิ้งท้ายให้ชวนคิด

๓.ลงท้ายด้วยคำพูดเสียดสีแดกดัน

๔.ลงท้ายแบบท้าท้ายโดยใช้วิธีการเปรียบเทียบ

๖.ลงท้ายแบบตั้งความหวัง

๗.ลงท้ายแบบให้สงสารหรือขอความเห็นใจ

  สิ่งสำคัญของผู้เขียนคือต้องดูเนื้อเรื่องบทความว่าควรลงท้ายอย่างไรจึงน่าสนใจ  หรือว่าลงท้ายเพื่อต้องการนำเสนอหรือเพื่อนำมาสู่แนวทางแก้ไขปัญหา หรือทิ้งคำถามให้ชวนคิดขึ้นอยู่ที่ผู้เขียนต้องศึกษาบทความวิชาการที่ตนเองต้องการจะเขียนให้ละเอียด และศึกษาจากงานเขียนบทความวิชาการของผู้อื่นในหลายๆรูปแบบ

คราบเหงื่อบนเนื้องาน(บทความวิชาการ)

   กระต่ายใต้เงาจันทร์

จากแสงแดดยามเช้าถึงเงาบ่าย

การเดินทางมีความหมายใจลิขิต

เขียนบทความวิชาการตามใจคิด

เพื่อปลูกฝังจริตคิดค้นพัฒนา

เขียนเพื่อใครอย่างไรให้ใครอ่าน

วัยรุ่น เด็กวัยเรียน ผู้ใหญ่ใช้ศึกษา

ชุมชน  องค์กร  บุคคลรีบค้นคว้า

ต้องมีข้อมูลให้ศึกษาอยู่ในใจ

เขียนอย่างไรให้ดีมีประโยชน์

อ่านวิเคราะห์ข้อมูลตั้งโจทย์พร้อมแก้ไข

หมั่นฝึกฝนมิท้อถ้อยกำลังใจ

เรียงลำดับความสำคัญได้มีอ้างอิง

แต่ใช่ปราดเปรื่องแค้นเคืองจึงอึดอึด

เขียนวนสารพัดจนนั่งนิ่ง

ไร้ทิศทางความหมายให้พึ่งพิง

นั่งพิงพนักเก้าอี้เปื้อนเหงื่อเพื่อเขียนงาน

แต่นี่คือสิ่งสะสมบ่มความรู้

ลุกขึ้นสู้ให้โลกได้ขับขาน

เราก็หนึ่งพัฒนาวิชาการ

เพื่อสร้างจินตนาการความฝันอันเสรี