ข้อความว่า "อย่าคิดจะเอา จนลืมว่าเราไม่ควรจะได้" เกิดขึ้นระหว่างที่ผมกำลังตรวจข้อสอบ และย้อนนึกไปถึง กรณีนักศึกษาจำนวนหนึ่งในแต่ละภาคการศึกษามักขอคะแนนจากผู้รับผิดชอบวิชา (ซึ่งมักได้รับคำตอบว่า คะแนนนั้น ขอกันไม่ได้ แต่สามารถที่จะทำให้มีเพิ่มขึ้นได้)  ผนวกกับความคิดที่ได้จากการอ่านหนังสือในโครงการหนังสือไฟฟ้า เล่มที่ ๖ เรื่อง "เล่าความหลัง" เขียนโดย สมภาร พรมทา คือหนังสือนี้ โดยเฉพาะข้อความทั้งหมดใน ๒ ย่อหน้าสุดท้ายที่ทำให้ผมต้องตรวจสอบตัวเองและรู้สำนึกในตัวเองเสียบ้าง เมื่อวานผู้เขียนคงไม่รู้หรอกว่าผมนั่งอ่านหนังสือของท่าน แต่ผมรู้ว่าผมกำลังถูกด่าด้วยข้อความนิ่มๆที่จนด้วยเหตุผลจะแก้ตัว โดยที่ผมไม่มีความรู้สึกโกรธ

ในชีวิตจริงของเรานั้น เราพยายามทำสิ่งต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เราต้องการ นักเรียน เรียนเพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนและความรู้ ครูอาจารย์ทำผลงานเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งที่มีเกียรติทางสังคมเพื่อจะให้เห็นว่าตนไม่ได้นิ่งเฉย หากแต่พัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา สิ่งที่ได้ตามมาคือ "เงิน" นักธุรกิจกำลังหาวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง พ่อค้าแม่ขายกำลังทำสิ่งต่างๆเพื่อแลกสิ่งที่ตนต้องการ พระเณรกำลังปฏิบัติตนในสิ่งที่ควรว่าถูกว่าควรเพื่อให้ได้บางอย่างที่ตนต้องการ  คำถามคือ "เราควรจะได้รับในสิ่งเหล่านั้นหรือไม่" กับวิธีการ การกระทำ ที่เรากำลังทำอยู่ สำหรับผม ผมพากเพียรพยายามพอหรือยังกับการให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ หรือผมยังเห็นแก่กิน แก่สบาย โดยไม่ได้เอาใจใส่ในหน้าที่ของตนให้ดี "เจ้าปึ๊กเอ๋ย"

ระหว่างที่ตรวจข้อสอบ มีเด็กคนหนึ่ง ทำข้อสอบได้ ๑๒ ข้อ ใน ๙๐ ข้อ (แม้ผมจะคิดว่าข้อสอบไม่ใช่สิ่งที่จะวัดทุกอย่างของเด็กได้ และจะพยายามให้เด็กลงมือปฏิบัติมากกว่าการให้ความสำคัญกับการสอบก็ตาม) ผมควรพิจารณาตัวเองโดยเร่งด่วน เพราะอย่าคิดจะเอา กับสิ่งที่เรายังไม่ควรจะได้รับมัน (ขณะนี้ผมกำลังอยากพัฒนาตนเองไปสู่ตำแหน่งวิชาการ ซึ่งเริ่มเขียนได้แล้วเกือบ ๑๐ หน้า)