kunrapee เป็นหนึ่งในผู้ที่รักการอ่าน (ที่สุด) ค่ะ.. รักที่จะอ่าน อ่านได้ทุกประเภท ทุกที่ที่มีตัวอักษร ชอบค้นหาสิ่งที่ผู้เขียนต้องการบอก-ทัศนคติของผู้เขียน มักเอาสิ่งที่ได้จากการอ่านมาเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต การอ่านช่วยให้รอบรู้กว้างขึ้น แม้แต่นวนิยายก็ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับงานในวิชาชีพต่างๆ รู้เกี่ยวกับป่า-เขา-ทะเล-แม่น้ำ-สัตว์ ประวัติศาสตร์-ความเป็นไปของแต่ละประเทศ ความรัก พฤติกรรมการแก้ปัญหาของผู้คน แม้แต่หนังสือประเภทแฟนตาซีก็ช่วยได้ ตัวหนังสือสามารถบรรยายความรู้สึกได้อย่างละเอียด ลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะเข้าใจ ความสุขที่ได้อยู่กับหนังสือ นอน-นั่งอ่านแล้วหลับไปก็บ่อย.. เดี๋ยวนี้ได้นั่งหน้าจอ computer เพื่ออ่าน จนสายตามีปัญหาเรื่องแพ้แสง แต่ก็ไม่ยอมลด-ละ-เลิกอ่าน ^__^


 


การถ่ายภาพเป็นกิจกรรมที่ชอบรองลงมาค่ะ.. เมื่อก่อนชอบเป็นแบบ ต่อมา.. พอได้เรียนรู้การใช้กล้อง (Canon 600D ติดมือประจำ) ความรู้สึกเปลี่ยนไป ชอบเป็นตากล้องมากกว่า ภาพหนึ่งภาพที่ถ่ายออกมา เราสามารถกำหนดได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบของภาพ-แสง-สี-ลักษณะต่างๆ ที่สำคัญสามารถสั่งแบบให้ทำท่าไหนก็ได้ด้วย (^__^) แต่ละภาพสะท้อนเหตุการณ์-อารมณ์-ความรู้สึก-ความทรงจำขณะนั้น ไม่ว่าจะย้อนกลับมาดูซ้ำอีกกี่ครั้งกี่หน.. ยังไม่ใช่ตากล้องที่ดีนะคะ รู้แต่ว่าเป็นงานอดิเรกที่ชอบมากค่ะ


   


เดินทางท่องเที่ยวไปในโลกกว้าง.. เป็นกิจกรรมที่สร้างความสุขไม่แพ้กัน การเปลี่ยนสถานที่ ทำให้จิตใจเบิกบานแจ่มใส ได้สร้างสัมพันธภาพกับคนใกล้ชิด-เพื่อน-ผู้คน ทั้งที่รู้จักและไม่คุ้นเคย เปิดตามอง-เปิดใจรับรู้ ได้รับรู้ความเป็นตัวตนของคนในด้านบวก-ด้านลบบจากการเดินทางที่ยากลำบาก ได้มิตรภาพ เพื่อนแท้ เพื่อนใหม่จากทั่วทุกสารทิศ 


 


เคยบอกหลายครั้งแล้วว่า kunrapee ไม่ชอบพูด ชอบเขียนมากกว่า.. เขียนในสิ่งที่คิด และอยากแบ่งปัน มีความสุขทุกครั้งที่ได้เขียน ได้เล่าความเป็นไปในชีวิต บอกเล่างานที่ทำ-ความรู้สึกที่มีในแต่ละช่วงเวลา.. เมื่อได้กลับมาอ่านซ้ำ ทำให้แปลกใจ.. ทำไมตอนนั้นรู้สึกแบบนี้ ได้เรียนรู้ว่า.. เวลาช่วยเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิด รวมทั้งพฤติกรรมได้ ตย.ตอนเรียนพยาบาลปีหนึ่ง ขึ้นฝึกที่ Ward ครั้งแรก ได้บรรยายสิ่งที่เห็น ความรู้สึกกลัว-กังวลกับสายต่างๆที่ให้กับคนไข้ (สายยางให้อาหาร, สายน้ำเกลือ ๒ เส้น, สายสวนปัสสาวะ, ท่องช่วยหายใจ) ผ่านไปหลังเรียนจบและทำงาน  กลับมาอ่านอีก เออเนาะ.. เป็นไปได้.. จะกลัวอะไรขนาดนั้น.. ถ้าไม่บันทึกไว้ก็จะไม่มีวันรับรู้และจำได้ ส่งผลให้ปรับลดความคาดหวังกับน้องนศ.ที่มาฝึกงาน เข้าใจน้องมากขึ้น นศ.ชั้นปีนี้ ได้เท่านี้ก็ดีแล้ว ไม่ตั้งเป้าจากความรู้-ประสบการณ์ปัจจุบันของตนเอง 




การได้อยู่บ้านกับคนในครอบครัว.. เพียงแค่เห็นหน้ากันและกัน แม้บางครั้งไม่ได้พูดคุยกันด้วยซ้ำ ต่างคนต่างทำกิจกรรมของตนเองไป แค่นี้ก็เป็นความสุขลึกๆในใจที่ไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้ แต่.. กว่าจะรู้ก็เกือบสาย จนเมื่อได้พบเจอกับความเจ็บป่วยทุกข์ทรมาน ความสูญเสีย จึงได้คิด


 


ต้องขอขอบคุณ "โครงการ สรอ.ขอความรู้ใน GotoKnow" ที่ทำให้ได้ทบทวนย้อนกลับมามอง และค้นหาความสุขจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ที่ทำแล้วไม่รู้เบื่อ

ขอบคุณค่ะ