“การคิดค้นนวัตกรรมต่างๆเป็นการทำลายที่สร้างสรรค์(creative destruction) ที่มีการคิดสิ่งใหม่ๆที่ทำลายสิ่งที่มีอยู่เดิม” ของ Joseph Schumpeter คืออะไร
Schumpeter ได้กล่าวว่าผู้ประกอบการต่างก็หาทางใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีในกระบวนการผลิตสินค้า บริการหรือนวัตกรรมที่เป็นสินค้าใหม่ เพื่อสร้างประโยชน์เชิงธุรกิจให้กับองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากนวัตกรรมนั้นสามารถทำให้องค์กรมีกำไรจากการเป็นผู้ผูกขาด (Monopoly profit) ได้เปรียบในการแข่งขัน แต่ก็ยังมีนักลงทุนบางคนที่พยายามจะลอกเลียนแบบเทคโนโลยีของผู้อื่น หรือดัดแปลงพัฒนาต่อยอดก็ทำให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ตลอดเวลาเช่นกัน เกิดเป็นวงจรเช่นนี้เรื่อยไป จนกระทั่งถึงจุดที่ความสามารถในการผูกขาดหมดไป ณ จุดนี้สิ่งต่างๆ จะวนกลับมาเป็นวัฏจักร เพื่อหนีการลอกเลียนแบบผู้ประกอบการเดิมหรือคนที่มองหานวัตกรรมใหม่ๆ จะทำให้เกิดรูปแบบการแข่งขันใหม่ๆ จากกา
รคิดค้นนวัตกรรมต่างๆ Schumpeter เรียกว่าเป็น การทำลายที่สร้างสรรค์(creative destruction) เมื่อมีการคิดสิ่งใหม่ๆ ทำลายสิ่งที่มีอยู่เดิม โดยทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างกำไรเพิ่มขึ้นให้กับองค์กร สิ่งที่ Joseph Schumpeterเรียบเรียงปรากฏดังตาราง
ตารางที่ 1 การสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วยกลยุทธ์นวัตกรรม (Strategic Advantages through Innovation)
|
กลไกที่เกิดขึ้น Mechanism |
กลยุทธ์ที่ได้เปรียบ Strategic Advantage |
ตัวอย่าง Examples |
|
สินค้าและบริการใหม่ๆ (Novelty in Product and Service) |
นำเสนอนวัตกรรมสินค้าหรือบริการใหม่ที่ไม่มีใครสามารถทำได้ |
เช่น ความสามารถผลิต Walkman ได้ผู้เดียว ความสามารถผลิตเครื่องล้างจาน เครื่องรถยนต์ใช้น้ำแทนน้ำมัน เป็นต้น |
|
กระบวนการใหม่ๆ (Novelty in Process) |
นำเสนอนวัตกรรมในกระบวนการที่ผู้อื่นไม่สามารถทำได้ เช่น เร็วขึ้น ถูกลง หรือตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด |
เช่น การมี Internet BankingAmazon.com, 1150, online education |
|
ความซับซ้อน(Complexity) |
นำเสนอนวัตกรรมที่ซับซ้อนยากต่อการเลียนแบบ |
การผลิต Rolls-Royce หรือเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบิน ที่มีคู่แข่งน้อยรายที่สามารถทำได้ |
|
การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) |
การใช้สิทธิคุ้มครองทางกฏหมายทรัพย์สินทางปัญญา จะช่วยให้เรามาสามารถผูกขาดได้ช่วงเวลาสั้นๆ |
เช่น ยาประเภทต่างๆ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ |
|
การเพิ่มปัจจัยในการแข่งขัน (Extend Competitive Factors) |
ขยายขอบเขตของการแข่งขัน จากแข่งขันราคานวัตกรรมสินค้า ขยายมาแข่งด้านคุณภาพและทางเลือกที่หลากหลายขึ้น |
รถยนต์ของญี่ปุนที่เริ่มจากแข่งด้านราคา มาเข้าสู่ด้านคุณภาพ นอกจากทางเลือกที่หลากหลาย ยังขยายการแข่งขันไปเป็นการย่นระยะเวลาในการออกสินค้าใหม่โดยที่ปัจจัยเดิมไม่ได้หายไปด้วย |
โลกใบนี้เป็น Non Linear ของดีมีคุณภาพจะได้รับการยกย่องเชิดชู สิ่งที่คุณภาพปานกลาง ต้องถูกทำลายไปในท้ายที่สุด มนุษย์จึงละทิ้งชีวิตเร่ร่อน ชีวิตถ้ำ เพื่อเข้าสู่ชีวิตเพาะปลูกตั้งหลักแหล่ง และเมื่อสังคมพัฒนาถึงระดับหนึ่ง จะต้องมีการสร้างสังคมเมือง ซึ่งมีกฎเกณฑ์อันสลับซับซ้อน แต่ย่อมมีผลตอบแทนคือชีวิตที่สะดวกสบายเป็นรางวัล หากไม่เป็นเช่นนี้ มนุษยชาติย่อมไม่อาจพัฒนาได้ อาจต้องหยุดนิ่งแบบสัตว์โลกชนิดอื่น ที่เต็มใจหยุดพัฒนาการของชีวิตไว้เพียงเท่านั้นเพราะหากท่านมัวแต่หวงแหน คืนวันเก่าก่อน หวงแหนธุรกิจที่ก่อร่างสร้างมากับมือ แต่ไม่เป็นที่ต้องการของสังคมอีกต่อไป เท่ากับว่าท่านฝืนต่อกฎการพัฒนาของมนุษย์ชาติ คนที่ต้องถูกทำลายหาใช่สังคม แต่เป็นท่าน ดังนั้น แทนที่จะถูกทำลายจากสังคมโลก เราต้องกล้าหาญพอที่จะ “ทำลายอย่างสร้างสรรค์”
(เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์ : Siam Intelligence Unit)
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น หากดูผลของการกระทำที่เรียกว่า “การทำลายที่สร้างสรรค์(creative destruction)” จะเห็นได้ว่าผลของการกระทำดังกล่าวก่อให้เกิดตลาดที่ใหญ่ขึ้น มูลค่าที่สูงขึ้น คุณค่าของตัวนวัตกรรมมีมากขึ้น ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น และคุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น
สรุปคือ การกล่าวว่า “การคิดค้นนวัตกรรมต่างๆเป็นการทำลายอย่างสร้างสรรค์ ” นั้นจึงเป็นคำที่เหมาะสมเพราะการคิดค้นนวัตกรรมต่างๆแม้เราจะสูญเสียนวัตกรรมตัวเดิม แต่มูลค่าจากการคิดนวัตกรรมตัวใหม่มีมากกว่าได้ประโยชน์มหาศาลกว่า มนุษย์จึงจำเป็นต้องทำลายอย่างสร้างสรรค์

..ชอบ..การทำลาย..อย่าง..สร้างสรรค์...(..ระบบ กิน..ตัว..เป็น..ระบบ ธรรมชาติ..สร้างมา..มนุษย์..จึงเลียนแบบ..และเรียกมันว่า..นวัตกรรม..อิอิ...)
เข้ามาให้กำลังใจครับ
เข้ามารับความรู้ครับ ชอบ ครับการทำลายอย่างสร้างสรรค์ แต่ไม่ทำลายแนวความคิดของคนอื่น.....เพียงแต่หาเหตุผลเพื่อมาหักล้าง...เพื่อให้เกิดเป็น..นวัตกรรม.......ที่เกิดจากการกระทำ
ขอบคุณแนวร่วมทุท่านค่ะ
ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ