คนกินน้ำไม่เห็นต้นข้าว คนกินข้าวไม่เห็นต้นข้าว ถึงมีเงินเต็มกระเป็าข้าวก็ไม่เต็มกระบุง

    สวัสดีตอนย่ำค่ำของวันเสาร์ ที่ 22 มิ.ย 56  เมื่อคืนวันที่ 20 มิ.ย 56 ที่ผ่านมาผมได้ไปดูหนังเรื่อง World War Z การดูหนังครั้งนี้ผมต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้ทำให้ผมกลัวและกลัวมากๆ ถึงเรื่องราวของโลกนี้เลย...อำนาจของธรรมชาติ การคงอยู่ของคนเลยแหละครับ และผมจะบอกว่าเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงเพลงของหนังฟอร์มยักษ์เรื่อง The lord of the  ring ที่มวลมนุษย์อย่างพวกเรากำลังสู้อะไรบางอย่างที่เราก็รู้ว่าสู้ไม่ได้ เลยจริงๆ เพลงนี้แทนความรู้สึกนั้น May it be ของ enya 


 


World War Z :มนุษย์กำลังตัวเล็กลง


           World War Z เป็นนิยายของ Max Brooks ที่ปรับมานำเสนอออกมาเป็นภาพยนต์ฟอร์มใหญ่มากๆ ที่ผมไปดูมานั้นมันอลังการทั้งฉากและแสงสีเสียง อาจเป็นเพราะวันนั้นผมไปดูด้วยระบบ 3 มิติ ฉากทั้งเรื่องนั้นเป็นเนื้อเรื่องของWorld War Z เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ เจอร์รี่ เลน (นำแสดงโดยแบรด พิตต์) รับบทเป็นพนักงานในสหประชาชาติ ที่ต้องแข่งกับเวลาเพื่อที่จะหยุดการระบาด­ของโรคที่ทำให้ผู้รับเชื้อนั้นไร้ความรู้สึกกระหายเลือด (คนกลายเป็นซอมบี้) ที่บุกเข้ามาถล่มรัฐบาลและกองทัพของโลกนี้ ทั้งเรื่อเจอร์รี่ทำหน้าที่คือ การหาต้นตอของโรค การป้องกันโรค ขณะเดียวกันเขาก็ทำหน้าที่เป็นพ่อที่ดีของครอบครัวไปด้วย ทั้งในการดูแลครอบครัวและการที่เขาต้องออกจากเรือที่ลอยเหนือมหาสมุทร อันแสนปลอดภัยและเข้าแดนซอมบี้เพราะว่าต้องออกไปเพื่อทำภารกิจ คนที่อยู่บนเรือได้นั้นคือครอบครัวคือคนที่มีหน้าที่เท่านั้น...ซึ่งนั่นเอง...เจอร์รี่กำลังทำหน้าที่ ในเรื่องฉากจากหนัง ตอกย้ำผมหลายเรื่อง และเรื่องหนึ่งคือ "มนุษย์เองในหนังเรื่องนี้ไม่ได้ยิ่งใหญ่อีกต่อไป จากที่เป็นผู้ล่า ผมเห็นมนุษย์เป็นผู้ถูกล่าเต็มไปด้วยความกลัวมากมายเหลือเกิน " 

 World War Z บอกเรา : ธรรมชาติกำลังตัวใหญ่ขึ้น....

          เรื่องนี้ผมดูด้วยความสนุกแสง สี เสียง และการผูกโยงเรื่องๆ มันตื่นเต้น น่ากลัวสลับไปทั้งหมด แต่นอกเหนือความสนุกเหล่านั้นผมกลัวมากๆครับ กลัวคือ "ธรรมชาติมาเอาคืนเราแน่ๆ และคงเป็นอย่างในหนังเรื่องนี้" ทั้งโรคระบาดที่หาสาเหตุไม่ได้ และปัจจุบันเราก็เห็นอยู่โรคเหล่านั้นทั้ง ไข้หวัดนก (Bird Flu H5N1 จนเดี๋ยวนี้เกิดการวิวัฒนาการขึ้นอีกมากมาย) หากมองดูดีๆ คร่าชีวิตคนจำนวนมาก หรือในอดีตที่เราพบถึงโรค HIV/AIDS  กาฬโรคต่างๆ นานา ล้วนวิวัฒนาการโดยธรรมชาติและคน   ถ้าหากชัดลองดูข้อมูลชุดนี้ครับ ปล.ผมเอาตัวอย่างมาเฉพาะเน้นโรคไข้หวัดนก 


          "คณะกรรมการสาธารณสุขและวางแผนครอบครัวของจีน กล่าวว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสไข้หวัดนก H7N9 ในมณฑลทางภาคตะวันออกของจีน เพิ่มขึ้นเป็น 31 คน โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 4 คน ผู้เสียชีวิต 2 คน อาศัยอยู่ในมณฑลเจียงซู ส่วนอีก 2 คน อยู่ในมณฑลเจ้อเจียง และมณฑลอันฮุย"นอกจากนี้ จำนวนผู้ที่ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 129 คน (ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th  และ BBCปี 2013)  หากดูข้อมูลในอดีต ปี 2009 ข้อมูลจาก WHO พบว่า 


จากรายงานผลอัตราการติดเชื้อมีการกระจายตัว และช่วงนั้นเราเองก็พบวัคซีน แต่ว่าไข้หวัดนกเองก็พัฒนาตัวเองเช่นกัน...

         ที่ผมกำลังบอกผมไม่ได้แปลว่าให้กลัวครับ แต่กำลังบอกว่าเราควรเกรงธรรมชาติบ้าง ..ในฉากของหนังมีหลาย Dialogue ที่ผมนั่งคิดและผมอึ้งเหลือเกิน ประกอบด้วย 2 ฉากหากไปดูนะครับ 


  1. ฉากตอนนี่เจอร์รี่ต้องคุ้มกันนักวิทยาศาสตร์หนุ่มออกไปหาสาเหตุของการที่โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ระหว่างนั้นเจอร์รี่และนักวิทยาศาสตร์หนุ่มได้สนทนาประโยคหนึ่ง "เจอร์รี่ถามว่าคุณคิดว่าจะหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ไหมเขาถามหนักวิทยาศาสตร์หนุ่มอายุน้อย นักวิทยาศาสตร์ตอบว่า ธรรมชาติเหมือนอาชญากรเพราะการลงมือทุกอย่างจะทิ้งเงื่อนงำและสาเหตุไว้ให้เราได้แก้ๆไขและติดตาม และท้ายสุดเราจะพบทางแก้ไขว่ามันง่ายนิดเดียว" และฉากนี้ผมกำลังมองเห็นวิธีคิดของคน 2 รุ่นที่กำลังคุยกันและหาทางออกและสร้างความเข้าใจธรรมชาติและความยิ่งใหญ่ของมัน 
  2. อีก 1 ฉากเป็นฉากที่เจอร์รี่ต้องแล่นเครื่องบินลงจอดและตามหาต้นตอที่ไหนหรือครับที่อิสราเอลเยรูซาเล็ม ในฉากนี้กำแพงแห่งมหานครเยรูซาเล็มมนุษย์เชื่อว่าเป็นกำแพงดินแดนแห่งมนุษย์แห่งสุดท้ายที่ไม่แตกเพราะกำแพงนั้นและอาวุธที่ป้องกันเหล่าซอมบี้ แต่ทราบหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นหาใช่ทางออกกำแพงโดนบุกและตีแตกโดยฝูงซอมบี้มากมายเหลือเกิน.."ฉาก Dialogue ระหว่างเจอร์รี่และสายสืบของอิสราเอง เขามองว่าเขาต้องรู้สถานการณ์เพื่ออะไรหรือครับเพื่อป้องกันเขาเอง และที่มากกว่านั้นการสืบสวนของอิสราเองจะ1-9 จะสืบสวนและมองตามระบบ และตาที่ 10 หรือคนที่ 10 จะรื้อระบบคิดและมองกว่ามาก อิสราเอลจึงเป็นผืนดินแห่งสุดท้ายที่แตกช้าสุดจากฝูงซอมบี้นั่นเอง" 


<div>
</div><div>หนังเรื่องนี้บอกผมตรงๆและแรงๆ : การเคารพธรรมชาติพร้อมทั้งการวางแผนเมื่อท่านมองเห็นทรัพยากรหมดลง น้ำจืดหมดลง ไฟฟ้าหมด น้ำมันหมดโลก หรือต่างๆ นั่นคงเป็น end of life ของเราจริงๆ……. </div><hr><p>โทรกิโกะ : คนกำลังกินทรัพยากร </p><p>
</p><p>         โทรริโกะ ผมจะต้องบอกก่อนว่าอายุป่านนี้ยี่สิบกว่าๆ ผมยังอ่านการ์ตูนอยู่ครับ แต่ที่ผมอ่านนั้นเป็นการ์ตูนญี่ปุ่น เวลาผมอ่านทีไรนั้นผมจะปล่อยให้ความเป็นเด็กของผมโลกแล่นออกมามากมาย…และปลดปล่อยความสุขของความคิดของผมเอง  และผมต้องบอกก่อนว่าที่เอาเรื่องนี้มาเชื่อมนั้นเป็นเพราะว่า “โทรริโกะนั้นเป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งที่แข็งแกร่งและแข็งแรงมากมาย แต่เขาทำหน้าที่เป็นพรานนักล่าอาหาร หน้าที่เขาคือหาอาหารเลิศรสของโลกกรูเม ที่นักชิมทั้งหลายต้องการชิมและลิ้มรส มาขาย”  และเนื้อเรื่องก็ดำเนินไปหลายอย่าง ทั้งการล่าเนื้อจระเข้กาลามะ การล่าของหายากต่างๆ และผนวกการผจญภัย พร้อมกับพ่อครัวฝึกหัดที่ฝันจะเป็นผู้ปรุงอาหารแห่งโลกกรูเม แต่…ทั้ง 2 คนนั้นมีการทำงานเป็น “Teams” พร้อมทั้งเขานั้น “จุดไฟฝันให้แก่กันและกัน” </p><p>
</p><p>เมื่อจุดหนึ่งโทริโกะบอกว่าจุดไหนพอ.. 
</p><p>          ที่ผมเอาเป็นว่าชอบ (บ้าการ์ตูนเรื่องนี้) มันมีจุดของมันจริงๆ  จุดของมันที่หนังกำลังบอกผมมีหลายอย่างเหลือเกิน ประกอบด้วย </p><ol>

  • ในการ์ตูนโทริโกะทำหน้าที่ล่าเพื่อมาขาย  แต่จุดหนึ่งที่ผมชื่นชมคนเขียนมากคือ การให้เกียรติธรรมชาติ "โดยออกแบบให้โทรริโกะนั้นล่า และในฉากหนึ่งโทริโกะบอกว่า พอแล้วแค่นี้ก็กินไม่หมด หรือ ฝักข้าวโพดยักษ์ที่เลือกฝักใหญ่สุดเพราะฝักเล็กนั้นยังไม่สุก" หากผมเป็นเด็กการ์ตูนสอนผมก็เลือกเอาที่โตแล้ว สุกแล้ว ตัวใหญ่ๆ ตัวเล็กเราไม่เอา...เพราะอะไรนั่นหรือครับการ์ตูนญี่ปุ่นสอดแทรกความพอและความเคารพธรรมชาติเข้าไปด้วย ผสมความสนุกมากมาย 
  • ในฉากที่ 2 ผมพบโทริโกะกำลังบอกให้ลูกน้องตัวเองพ่อครัวกรูเม รู้ว่าหลักการธรรมชาติหลักการล่าคืออะไร หลักการที่เคารพธรรมชาติคืออะไร พร้อมหลักการกินแต่พอกินนั่นคืออะไร.... ผมไม่เห็นนะครับในการ์ตูนบางเรื่อง การ์ตูนที่บอกให้คน "พอ"  หากแต่บางเรื่องนั้นบอกให้กอบโกย ฆ่า แย่งชิง ได้เป็นที่หนึ่งเป็นต้น 
  • </ol><hr><p>เราแค่จุดหนึ่งในโลก…</p><p>     ผมกำลังจะบอกทุกคนวันนี้คือ “เราคือจุดเล็กๆจุดหนึ่งของโลกและของธรรมชาติ” หากมองตอนที่ผมเขียน Go to know เรื่องอวตารนั้น เจกแซนรี่พระเอกของเรื่องบอกว่า “มนุษย์ทำร้ายแม่ แม่ซึ่งหมายถึงโลกและธรรมชาติ” ก็คงไม่ผิดเพราะเรากำลังทำร้ายจริงๆ หรือ ถ้าภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า folklore นิทานฟื้นถิ่นคติชนวิทยาของพี่น้องปกาเกอะญอที่กำลังบอกถึงกระแสของการพัฒนาผ่าน เรื่องเล่างูไฟ  “งูไฟจะเลื้อยผ่านขุนเขาเข้ามาและนำพาเอาทุกข์ยากลำบาก เด็กและพ่อแม่จะพรากกัน ผู้เฒ่าจะเฝ้าบ้าน “ ท่านลองนึกนะครับว่างูไฟคืออะไร…</p><p>
    </p><p>                                            </p><p></p> <p>                                               คนกินน้ำไม่เห็นต้นข้าว </p>

                                                 คนกินข้าวไม่เห็นต้นข้าว

                                        ถึงมีเงินเต็มกระเป็าข้าวก็ไม่เต็มกระบุง 

                                                                                   (เนาวรัตย์  พงษ์ไพบูลย์) 

    </span><p></p></span><hr><p>ผมจบท้ายด้วยแพลงนี้ “คุณสุรชัย จันทิมาธร”ที่กำลังบอกเรื่องราว…งดงามและคือพลัง..ของธรรมชาติผ่านเพลง “ป่าตะโกน”</p><p><iframe width="640" height="360" src="http://www.youtube.com/embed/fqEEzV1N0VA?feature=player_detailpage" frameborder="0" allowfullscreen=""></iframe>
    </p><p>
    </p>