ชีวิตในแต่ละวันของวัยทำงานมีเรื่องให้ครุ่นคิด  ทบทวน  และฝึกตนอยู่บ่อย ๆ  บางคราวเรื่องที่ให้ครุ่นคิดอยู่ ๆ ก็ต้องยุติและเริ่มไปทำเรื่องใหม่  หรือเรื่องอื่น ๆ ที่สำคัญก่อน  จนบางครั้งเป้าหมายที่ตั้งใจไว้หลาย ๆ อย่างตกอยู่ในภาวะไม่ได้ดั่งใจ  พอเป็นเช่นนี้บ่อย ๆ แล้้วจึงต้องเร่งทบทวนและฝึกตนอยู่เสมอ....ให้วางใจ  แต่บางเรื่องดูช่างยากเย็นแสนเข็ญเกินกว่าที่ใจจะกล้ายอมรับได้  เพราะในที่สุดแล้ว......มีเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องแต่ดันเป็นเรื่องให้คนเบื๊อก ๆ อย่างเราได้กลับมาครุ่นคิด......ว่าทำไมเราถึงเป็น  เราถึงทำอย่างคนอื่น ๆ ไม่ได้  เมื่อถูกเปรียบเทียบว่าเราคือ "คนชายขอบ" 

     โจทย์ชีวิตที่เพื่อนสนิทมักชอบถามอะไรที่ทำให้วางใจได้ยากนัก (ฟะ)  ก็ในเมื่อเรามักจะบอกกับเพื่อน ๆ เสมอว่า "ชีวิตเป็นของเรา  ยังไงก็เป็นของเรา"  แม้บางใครจะทำให้เรารู้สึกแย่แค่ไหนก็ไม่มีวันทำให้รู้สึกแย่ตามไปได้อย่างแน่นอน หรือเป็นเพราะตัวเราเองที่คาดหวัง  พอตกอยู่ในภาวะไม่ได้ดั่งใจตามที่ใจเราหวัง  เราเองกลับรู้สึกแย่หนักกว่า 

     เรายึดมั่นต่อศรัทธา  เชื่อในความดี  แต่เมื่อศรัทธาและความดีถูกท้าทาย  โจทย์ชีวิตที่ยากยิ่งกว่าคือ การเป็น "คนชายขอบ"  เราเข้าใจนะว่าโลก  สังคมย่อมเปลี่ยนแปลง  ทุกสิ่งอย่างย่อมเปลี่ยนแปลง  แต่ศรัทธาและความดีมันเปลี่ยนกันได้ด้วยหรือ   ความดีอย่างไรเสียย่อมคือความดี  แม้คนอื่นจะรู้หรือไม่รู้ก็ตามที  แต่ขอให้ตัวเราเองรู้ก็น่าจะพอ  สิ่งนี้ต่างหากที่พิสูจน์ได้ว่าคือความดีมันสำคัญกว่าใด ๆ ต่อการใช้ชีวิตในปัจจุบันขณะอย่างมีเป้าหมาย  และทำให้ชีวิตที่เหลือในบั้นปลายเมื่อมองย้อนกลับมามีคุณค่ากว่าทรัพย์ใด ๆ  ศรัทธาและความดีเมื่อถูกท้าทายจากบางใครมีหวั่นไหวไปบ้าง  แต่พิสูจน์ให้บางใครเข้าใจได้ว่าทั้งสองสิ่งนี้เห็นได้ถ้าใจอยากมองมากกว่าสองตาที่เห็น   เช่นเดียวกับเกลือและดวงอาทิตย์  เกลือ.......ที่เป็นเกลือให้รสเค็ม  ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก  ความดีและศรัทธาก็จะเป็นอยู่อย่างนั้นเช่นกัน      

เฮ้อ ! อธิบายให้บางใครฟังทำไม.....มันเหนื่อยมากกว่านั่งคุยกะคุณทองม้วนวะเนี่ย......วนิดา