ความมั่นคงด้านอาหาร

ลูกบวบ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

       

  มีโอกาสได้เข้าฟังสมัชชาความมั่นคงทางด้านอาหารประจำปี 2556 ภายใต้หัวข้อการปกป้องพื้นที่ผลิตอาหารเพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศและชุมชน เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2556 ณ อาคารวชิรานุสรณ์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อแสวงหาทางออกจากสถานการณ์ความไม่มั่นคงทางอาหารโดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและระบบเกาตรกรรมไทยไปสู่เกษตรกรรมยั่งยืน

            อันดับแรกอยากให้เข้าใจความหมายของคำว่า "ความมั่นคงด้านอาหาร" ก่อน โดยตาม พ.ร.บ. คณะกรรมการอาหารแห่งชาติ พ.ศ.2551 ได้ให้คำนิยามของ "ความมั่นคงด้านอาหาร" ไว้ว่า  การเข้าถึงอาหารที่มีอย่างเพียงพอสำหรับการบริโภคของประชาชนในประเทศ อาหารมีความปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมตามความต้องการ ตามวัย เพื่อการมีสุขภาวะที่ดี รวมทั้ง การมีระบบการผลิตที่เกื้อหนุน รักษาความสมดุลของระบบนิเวศวิทยา และความคงอยู่ของฐานทรัพยากรอาหารทางธรรมชาติของประเทศ ทั้งในภาวะปกติหรือเกิดภัยพิบัติ สาธารณภัยหรือก่อการร้ายอันเกี่ยวเนื่องจากอาหาร

          อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการรอดชีวิตและการมีสุขภาพทางกายที่ดี ความมั่นคงทางอาหารจึ่งเป็นเรื่องสำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต สำหรับสาเหตุของความไม่มั่นคงทางอาหารเกิดจากปัญหาต่างๆ ดังนี้

1. ปัญหาความเสื่อมโทรมของฐานทรัพยากรอาหาร

- การลดลงของพื้นที่ป่าไม้

- การเสื่อมโทรมของดิน

- ปัญหาของทรัพยากรน้ำ

2. ปัญหาของระบบการผลิตอาหารที่ไม่ยั่งยืน
- ปัญหาพันธุกรรมในการผลิตอาหาร
- การพึ่งพาปุ๋ยและสารเคมีการเกษตร
- การลดลงของเกษตรกรรายย่อยและการขยายตัวของธุรกิจการเกษตรขนาดใหญ่
3. ปัญหาโครงสร้างของที่ดินทำกินและสิทธิในการเข้าถึงทัพยากร
4. บทบาทของค้าปลีกขนาดใหญ่และโมเดิร์นเทรดที่มีบทบาทมากขึ้นในระบบกระจายอาหาร
5. การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลกและผลกระทบต่อการผลิตอาหาร
6. ผลกระทบจากการเปิดเสรีการค้าและความตกลงระหว่างประเทศต่อระบบอาหาร
7. ปัญหาสุขภาวะที่เกิดจากระบบอาหาร
8. การแผ่ขยายของอาณานิคมทางอาหาร
9. วัฒนธรรมอาหารต่างชาติครอบงำวัฒนธรรมอาหารท้องถิ่น
10. การขาดนโยบายเกี่ยวกับความมั่นคงทางอาหาร

          ข่าวจากไทยรัฐออนไลน์ วันที่ 15 มิถุนายน 2556 รายงานว่า "ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการนำเข้าสารเคมีเป็นลำดับหนึ่งในอาเซี่ยนและมีปริมาณการใช้สารเคมีใกล้เคียงกับประเทศจีน" และข้อมูลจากเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รายงานว่า จากการสุ่มตรวจพบว่า 1 ใน 3 ของเกษตรกรทั่วประเทศมีสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดเกินค่ามาตรฐานที่ปลอดภัย ขณะที่ในหลายจังหวัดพบว่า ผู้บริโภคมีสารเคมีตกค้างมากกว่าเกษตรกรเสียอีกวันนี้จึงมีวิธีการดีๆ ในการกินผักและผลไม้ให้ปลอดภัยกันค่ะ


หรือสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากตัวอย่างเว็ปไซต์ด้านล่างกันเลยค่ะ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความมั่นคงด้านอาหาร



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ใช่แล้วละเดี๋ยวนี้สารตกค้างในผักมีมากซะเหลือเกิน  อีกทั้งในอาหารอื่น ๆ ก็มีสารปนเปื้อนเช่นกัน จนเดี่ยวนี้หันมาปลูกผักริมรั้วรับประทานเองแล้วละ  เคยสงสัยมั้ยเมื่อก่อนทำไมคนเฒ่าคนแก่ไม่ค่อยเจ็บป่วยกัน  แต่มาตอนนี้ซิ แม้กระทั่งเด็ก  เยาวชน ฯ  มีอาการป่วยด้วยโรคโน้นนี่มากมาย  

ขอบคุณมากนะคะ