ภูมินามนิเวศน์วัฒนธรรม 3 : บ้านกล้อทอ และบ้าน ที จอ ซี





  






ภู มิมนามนิเวศน์วัฒนธรรม กล้อทอและ ที จอ ซี

มู่บ้านกล้อทอ  คำแปลใส ๆ ของชาว ปาเกอะญอ คือ  วัวใหญ่ วัวยาวแต่ไมใช่วัวตัวยาว แปลเอาความน่าจะเรียกว่า คาราวานวัวในวันที่  เราไปเยี่ยมโรงเรียนกล้อทอเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2556  ก็ยังสังเกตเห็นมีวัว อยู่ทั่วไปทั้งบนถนน ในทุ่งนาและที่ชวนให้คิดต่อก็คือ มีรถบรรทุกวัวแน่นเอียดวิ่งผ่านหน้ามุ่งตรงเข้าตัวอำเภออุ้มผาง  แถมควายก็ตามมาอีกคันรถหนึ่ง  ชวนให้คิดว่าเส้นทางบ้านกล้อทอบอกประวัติศาสตร์การเดินทางของวัวมาตั้งแต่อดีต  เดี๋ยวนี้วัวเลื่อนฐานะเดินทางโดยรถบรรทุก  ซึ่งเรื่องราวการเดินทางของวัวก็สอดคล้องกับเรื่องราวขอยน ตามที่อาจารย์ธงชาติกล่าวถึงปัญหาการป้องกันมาลาเรียว่าจะทำให้หมดไปได้ยาก เพราะจำนวนประชากร และจำนวนนักเรียนยังไม่นิ่ง  มีการเดินทางกลับไปกลับมาไทยกับพม่าอยู่ตลอดเวลา นักเรียนนั้นประมาณ 70-80% มาจากพม่า จึงต้องจัดหอพักให้  และคนฝั่งพม่าก็เชื่อถือมาตรฐานโรงเรียนไทยจึงมีการเดินทางไปมาไม่ขาดสาย ผู้คนเป็นคนพื้นเมืองดั้งเดิมของ อุ้มผาง  ก็คนที่นี่ เมื่อก่อนเขา  ป็นกะเหรี่ยงทั้งนั้น

ภูมินาม  ที จ่อ ชี แปลว่า น้ำใส ยังไม่มีเรื่องเล่าเชิงนิเวศน์วัฒนธรรม แต่ก็พอมีเค้าอยู่เล็กน้อยว่าเป็นหมู่บ้านป่า มีลำห้วยไหลผ่านหมู่บ้าน และมีหนองน้ำอยู่กลางหมู่บ้านอันเป็นเหตุให้มาลาเรียระบาดทั้งหมู่บ้าน


การติดตามการป้องกันโรคมาลาเรีย

โรงเรียนบ้านกล้อทอ  และโรงเรียน ทีกอสี่ (โรงเรียนสาขา)  เริ่มสอนตั้งแต่ ชั้นอนุบาล 1-ม.6    

สัมภาษณ์ ผู้ปกครองนักเรียน 2 คน











นวพร  ฉลองชัยกานต์  (น่อ ก่อ พอ แปลว่าดอกไม้สีแดง)อาชีพเกษตร. เคยทำงาน AMI เคยเจาะเลือด มีความรู้เรื่องมาเลเรียดี เธอเล่าว่าที่นี่เป็นพื้นที่เสี่ยง โหมแรง  ส่วนใหญ่ เกิน 50 %  เคยเป็นมาเลเรีย

 2. นางสมรัก  ชีวารัตนากร  (น่อ หว่า ละ แปลว่า ใบไมม้สีขาว ) อาชีพเกษตร  และ เป็น อ ส.ม.าปลูกข้าวไว้กินแล  ปลูกข้าวป้างไว้ขาย ตลอดถึงพืช   ผัก สวนครัว เก็บผักป่่า

ผลการตอบแบบสอบถาม

1.น่อ ก่อ พอ มีลูกเรียนอนุบาลบอกพ่อแม่ ว่าให้นอนกางมุ้งบ่อย ๆ  เพราะครูบอก 

สว่นสมรัก ไม่คุยกับลูกเลยจนกรทั่งเดี๋ยวนี้ลูกอยู่ ม. 3 แล้วไม่ได้คุยกัน เมื่อ อ.ส.ม.ไปสอน ป้องกัน คือ ทายากันยุง ใส่เสื้อผ้าปกคลุม  สุมไฟไล่ยุง ทาตระไคร้หอม บ้านสุมไฟไล่ยุง

จุดเสี่ยง คือเมื่อเผลอตัว ได้แก่ การดูทีวีแล้วเผลอหลับไป สมัยเก่าช่วงกินข้าวจะสุมไฟไล่ยุง จกเตาที่หุงต้มv

ขั้นตอนการสอนของส.อ.ม. 1. ชี้แนะอาการ มีไข้ครั่นเนื้อ  ครั่นตัว  ปวด  สั่น  รีบไปตรวจ  2.การป้องกัน 3. การรักษากินยาให้ครบ

จุดอ่อน ยังมีบางคนกินยาไม่ครบ  แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนทัศนคติแล้ว  กลัวมากชาวบ้านจะรีบรักษา เหตุหนึ่งที่กินยาไม่ครบคือ กินยากมาก  คือบางคนกินแล้ว ปวดหัว ไข้สูง เกร็ง อาเจียน  ที่นี่  มี อ.ส.ม และผ.ต.ม รวม 60 คน การให้ความรู้ค่อนข้างทั่วถึง แต่สภาพหมู่บ้านเป็นป่า จึงติดเชื้อมาเล้รียกันทุกกครัวเรือ

1.ชาวบ้านมีความเห็นว่าโรงเรียนควรสอน เพราะถึงแม้ว่าหมู่บ้าน จะมีความรู้ค่อนข้างมาก แต่ก็จะมีคนเข้าออกทย-พม่า ยู่เสมอ เป็นช่องทางที่รับเชื้อสูงมาก และเมื่อเดกินทางไป หรือมา ก็จะไม่มีมุ้งกางนอน

  •   นักเรียนจะได้ป้องกันตัวเองที่ไม่ได้พูดคุยกับพ่อแม่ เขาจะได้ฟังกับครู ได้ ย้ำ เชื่อค

2. การสอนป้องกันมาเลเรียนักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ หรือไม่อย่างไร

เหตุที่เด็กเด็กเชื่อครูมากกว่า เมื่อได้ความรู้จากครูและจะมมีความรู้ชัด  เพราะครูสอนบ่อย เด็กจะได้ความรู้เจ้าหน้าที่ทำไม่สามารถดูแลให้ทั่วถึงได้

  • เมื่อนักเรียนดูแลตนเองได้ เขาก็จะสามารถดูแลต่อถึงต่อถึงลูกหลานได้
  • หวังได้ระบบคิด  จะมีวิวัฒนาการ ความคิด ความเชื่อ ผี –มาสู่ความจริงมากขึ้น ต้วอย่างเช่น  เมื่อก่อนเมื่อเขาเป็นเด็ก พ่อ แม่ไม่เชื่อวิธีสมัยใหม่ เชื่อแต่ว่าผีทำเมทื่อเจ็บไข้ได้ป่วย  เดี๋ยวนี้ เอาสองอย่าง กินยาก่อนแล้วเลี้ยงผีด้วย  เขาคาดว่าเมื่อเด็กได้รับการสอนจากโรงเรียนแล้วจะมีความคิดเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น ความเชื่อผีจะลดหย่อนไป การรักษาก็จะมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  • เขาเชื่อมั่นว่าสอนเด็กในโรงเรียนไข้จะลดแน่นอน


                                           

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มาลาเรียชายแดน



ความเห็น (0)