มิติจิตวิญญาณมีความสำคัญต่อระบบและเห็นเป็นแนวทางนั้น “เหมือนกับเรารักแม่รอการวิจัย”

    

·    กระบวนการ แมคนามาร่า ผู้ที่วางยุทธศาสตร์ให้อเมริการเป็นเจ้าอินทรีย์ผงาดได้ : ใช้กระบวนการ R2R กระบวน ปรับวิธีการกระบวนการในการดำเนินงาน การวิจัยทางจิตวิญญาณถ้าไม่ทำจะทำอย่างไร  กระบวนการที่โน้มน้าวใจมากที่สุดคือ  ต้องมีการศึกษาแนวทางที่เป็น evident based ต้องมีการสร้างเสริมการทำงานเข้าไปและการทำฐานการดำเนินงานให้แน่น พร้อมทั้งงานวิจัยรองรับ ต้องมีการทำให้คนที่เชื่อในการดำเนินงานการออกแบบกระบวนการทำงานเพื่อสามารถนำมาหนุนเสริมและผลักดันกระบวนการและกลไกที่เป็นเชิงระบบได้






ดนตรีเสียงแห่งการบำบัดและจิตวิญญาณ….
<iframe src="http://www.youtube.com/embed/JLCAhn6tFcI?feature=player_detailpage" allowfullscreen="" frameborder="0" height="360" width="640"></iframe>

หอม

กลิ่นที่แสนจะอ่อนหวาน กลีบดอกที่แสนจะบอบบาง ร่ายรำท่ามกลางสายลม ...จงผ่อนคลาย จงหายเศร้า จงเริงรื่นไปพร้อมกับบทเพลงของมวลดอกไม้งาม

(Credit จาก Preutipong Jangjumrus·) เพลงอันแสนผ่อนหลายบอกถึงจิตวิญญาณของเรา.....



ปฏิบัติการปั๊นก๊าซ ปฏิบัติการเพื่อการเปิดแนวทางจิตใจและการเยียวยา


      ผมถามหลายครั้งว่าปฏิบัติการปั้นก๊าซให้เป็นตัวนั้นหมายถึงอะไรกันแน่ รูปแบบปฏิบัติการนั้นเป็นอย่างไร แล้วทำไมเราต้องมาประเมินรูปแบบการวัดผลเชิงระบบมิติจิตตปัญญาในระบบการแพทย์ด้วย หรือในระบบโรงพยาบาลด้วย  ในการประชุมวันนั้นเองประโยคหนึ่งที่ผมได้ฟังและนิ่งไป พร้อมกับการไม่ตั้งคำถามใดๆเลย อาจารย์โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ได้ยกมาประโยคหนึ่งการเชื่อมิติจิตตปัญญา หรือในมิติจิตวิญญาณมีความสำคัญต่อระบบและเห็นเป็นแนวทางนั้น  “เหมือนกับเรารักแม่รอการวิจัย”ตัวอย่างหมอออโถบอกว่าลุกไม่ได้ เมื่อก่อนแกทำได้ลุกได้เพราะแกจะไปเยี่ยมลูกแกไปได้ กระบวนการดังกล่าวจะต้องเป็นผู้สร้างคนก่อน  ต้องสร้าง 2 อย่างคือ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และแรงจูงใจใฝ่สัมพันธ์ โดยกระบวนการในวงจิตวิญญาณ ความมุ่งมั่นสูง ดังนั้นกระบวนการ 2 อย่างต้องมีความสัมพันธ์กันอย่างไร และนำมาสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานเชิงระบบ
    

·  ดังอาจารย์ดวงสมร ได้สรุปว่า นั้นการหา Key factor การดูพฤติกรรม กระบวนการที่เป็น mind set กระบวนการทั้ง 3 ด้าน ต้องมีความรู้เรื่องงอค์รวม เรื่องเล่าจะทำให้เรารู้ และจะลงลึกจิตใจที่ละเอียดอ่อนขึ้น  เรื่องการใช้เรื่องเล่าประกอบ และเรื่องอื่นๆ คนทำงานต้องศรัทธาในสิ่งที่คนไข้ศรัทธทและเชื่อด้วย ต้องค้นพบคุณค่าในการดำเนินงานด้วย ต้องมีการค้นหา (Source of hope) การค้นหาจุดที่เป็นความหวังและเป็นพลังในการดำเนินงานสำหรับเขา

     กระบวนการเหล่านี้เองจึงนำมาสู่ ปฏิบัติการปั้นก๊าซเป็นตัว :spiritual assessment in clinical care


<hr style="width: 100%; height: 2px;">งานวิจัยเป็นเครื่องมือไปสู่เป้าหมาย


Credit รูปภาพ พอลล่า…..

เรื่องที่ 1 มิติจินตปัญญาในการวัดผล: งานวิจัยดังกล่าวเป็นกระบวนการที่น่าในใจ  กล่าวคือมีการนำเสนอรูปแบบการศึกษาวิจัยที่หลายหลาย เพื่อหวังตอบหรือสร้างความคิดว่าท้ายสุดมิติจิตวัยญาณในระบบสุขภาพคืออะไร ทั้งนี้แนวทางหนึ่งได้เสนอคือ Spiritual

sensitivity scale SSS
   1.Awarness sensin     
   2.Myster sensing
   3 .Value sensing  
   4. community sensing
โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นแนวทางหนึ่งในการดำเนินการและเกิดการขับเคลื่อนการทำงานต่อไป...

เรื่องที่ 2 การประเมินจิตวิญญาณผู้ป่วยระยะสุดท้าย :  เป็นรูปแบบการนำเสนอกรอบการวิจัยเพื่อการสัมพันธ์กันแต่กระบวนการดังกล่าวสิ่งที่หนึ่งที่ต้องทำให้เห็นเป็นกระบวนการใหญ่นั่นก็คือ ประเมิน Spiritual need หรือเป็นการประเมิน spiritual assessment  ทั้งนี้จึงเป็นแนวทางการดำไเนินการที่น่าสนใจอย่างหนึ่งในการมาปรับรายละเอียด

เรื่องที่ 3 การวัดผล โดยการใช้นาดูนโมเดล  หรือปฏิบัติการโรงพยาบาลนาดูน
     คุณ หมอพิทักษ์พงษ์ พรรณพราว รพ.นาดูน นำเสนอเครื่องมือด้าน spiritual care เพื่อเป็น guideline มีคนไข้ OPD 80 คน หมอ 4 ท่านคนละแบบกัน
ก็ทำแนวทางว่าจะส่งผู้ป่วยประเภทใดให้กับหมอท่านใด เพื่อให้สามารถสื่อสารกันได้อย่างเหมาะสม บนพื้นฐานมาตรฐานวิชาชีพเท่ากันสิ่งที่จะทำนี้ขึ้นกับพื้นฐานสิทธิผู้ป่วย ต้องหาข้อห่วงและป้องกันความเสี่ยงให้ได้ จะทำให้ความสัมพันธ์ดี   (Facebook Anuwat Supachutikul)

มีการจัดประเภทผู้มารับบริการเป็น
• ผู้มีเกียรติ
• ผู้มีความรู้การศึกษา (จะติดข้อมูล มีการศึกษาข้อมูลมาก่อน ต้องการความรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง)
• กลุ่มที่ต้องได้รับการช่วยเหลือพิเศษ (ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ต้องมีคนของเราเข้าไปดูแล)
• กลุ่มที่ต้องการความเป็นส่วนตัว (HIV, OSCC)
• กลุ่มที่มีความต้องการเฉพาะ (ผู้ป่วยที่เลือกแพทย์ ผู้ป่วยที่มีความต้องการหลากหลาย)

      แต่ละกลุ่มจะจัดแพทย์ดูแลเฉพาะตามลำดับความสามารถในการให้บริการผู้ป่วยแต่ละกลุ่ม จัดสรรผู้ป่วยให้เข้ากับความถนัดของแพทย์ มีการวัดบุคลิกภาพแบบ Eysenck แล้วก็ปั๊มลักษณะของบุคลิกภาพบน OPD เพื่อให้เจ้าหน้าที่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ดังนี้ 

(1) เจ้าอารมณ์ ต้องสร้างความสัมพันธ์ ใช้คำถามแบบเปิด รีบดำเนินการในสิ่งที่ช่วยได้
(2) ช่างเจรจา ต้องหมั่นสังเกตและพูดถึงเรื่องของผู้รับบริการโดยเฉพาะ สอบถามถึงความต้องการพิเศษ
(3) ยืนกราน ต้องสนใจคำพูดของเขาก่อน ตั้งใจฟัง สร้างความสัมพันธ์โดยการบอกว่าเราสามารถทำอะไรให้เขาได้บ้าง เสนอและให้เขาตัดสินใจเอง
(4) ลังเล เริ่มต้นด้วยการสร้างความมั่นใจว่าเราต้องการที่จะช่วย สร้างความสัมพันธ์ด้วยคำถามปลายปิด สื่อสารว่าเราพยายามช่วยให้ลดความกังวล ยืนยันว่าวิธีการที่เราดำเนินการจะได้ผล

     อ.โกมาตรบอกว่าที่นาดูนทำเป็น system approach to spirituality
การอบรมให้ทุกคนมี spiritual sensibility ก็ต้องเลือกคนที่ใช่
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ไม่มีคนทำ  เป็น spirituality แบบ humanistic ไม่ต้องอิงศาสนา


spiritual assessment in clinical care : มุมสะท้อนในการปรับระบบ

<p>     รพ.นาดูน รพ.หนองวัวซอ รพร.กุฉินารายณ์ไม่น้อยหน้า รพ.ศูนย์ขอนแก่น ทนไม่ได้ จัดหนักกันไปตามๆกัน ตาม area ที่สำคัญของแต่ละท่าน reform ด้วยการ re think, re design , re tools, re train และ research
</p><p>     และผมขอตบท้ายด้วยภาพนี้มิตรภาพของ G2K พี่แก้ว (แก้ว…อุบล) ที่ได้มาพบและมาประสานความร่วมมือในการทำงานร่วมกันขอบคุณมากครับ และดีใจที่ได้เจอพี่แก้ว…
</p>