ภารกิจปลูกฟักข้าว

  เมื่อครั้งที่ครูบวช หลวงปู่เมตตามอบเมล็ดพันธุ์ให้ หลวงปู่และครูเมตตามอบหมายให้หนูเป็นผู้ปลูก

แต่ด้วยความไม่เอาไหน ไม่ใส่ใจ ไม่รู้อิโหน่งอิเหน่ ก็ทิ้งเวลาไปเนิ่นนานกว่าจะเพาะลงถุง ส่วนหนึ่งก็แบ่งให้คุณยายชี ส่วนหนึ่งแบ่งไปปลูกไว้ร่องน้ำหลังครัว และตลอดแนวหลังวัด บางส่วนหนูเอาปลูกไว้หน้าบ้านตนเอง

  ด้วยนิสัยชอบเอาหน้า ก็มาดูแลแค่ต้นกล้าที่อยู่ในถุงแบบดูแลเฉพาะช่วงที่นึกได้ ที่เหลือก็เป็นเรื่องของธรรมชาติ

ตอนที่รับเมล็ดมาหนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “คือต้นอะไร รู้แต่ว่าลูกมันจะแดง ๆ”

กล้าที่เพาะลงถุงติดนิดเดียวแค่ 3 ต้น แต่สุดท้ายก็โดนย้ายและตายไป

ส่วนของคุณยายชีหนูมิได้ซักถามอะไร เพราะท่านปลูกผักไว้มาก ต้นไม้นี้เติบใหญ่ให้ผลผลิต แต่พอท่านย้ายที่พัก สวนก็รกร้างไป

สองปีผ่านไป



วันหนึ่งหนูเดินไปเก็บใบมะกรูด แวะลงไปดูหลังจากที่สงสัยมานานว่า ต้นไม้ที่ปลูกไว้เห็นใบชัดเจน

แล้วก็จริง ๆ ได้เห็นผลแล้ว ปีนี้ให้ผลผลิตเป็นฟักข้าวชัดเจน

หนูพึ่งแน่ในว่าเป็น “ต้นฟักข้าว”


ตอนแรกเห็นแค่ใบ ตอนนี้มีผลชัดเจนแน่แล้ว

หันกลับมาดูต้นที่ปลูกไว้ ณ หน้าบ้าน  เลื้อยขึ้นงดงามค่ะ

“แต่ มันเป็นต้นตัวผู้ให้ผลผลิตไม่ได้”

คิด ๆ ก็ขำกับตนเอง

ต้นผู้ให้ผลผลิตไม่ได้ ยิ้มแล้วรู้สึกว่า ช่างเหมือนหนูเองเลย

นี่แหละตั้งใจไม่พอ ใช้ประโยชน์ได้แค่ยอดแต่ไม่ให้ผล

ครูทุ่มเทสั่งสอนหนูมากมาย แต่ได้ผลผลิตจากหนูแค่นิดเดียว ใช้ประโยชน์ได้แค่นิดเดียว เหมือนฟักข้าวที่หนูปลูกหน้าบ้านตนเองเลยค่ะ

มีเมล็ดพันธุ์บางส่วนที่หนูยังเก็บไว้ไม่นำลงปลูก จึงจัดแจงนำลงแปลงที่สวน

และอาทิตย์ที่ผ่านมา ครูให้โอกาสไปฟื้นฟูสวนเก่าคุณยายชี มีกล้าพันธ์มากมาย

ที่เริ่มงอกให้ผลผลิตชัดเจน น่าจะเป็นรุ่นสองแล้ว

นี่คือ ความจริงของบทเรียน ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

แบบน่าอายและขายหน้าตนเอง

นี่เป็นความจริงเหมือนที่ครูเคยบอกว่า

“คือปรากฏการณ์ งานที่ครูทำ ครูสร้าง ปีนี้ให้ผลแล้ว”

สังกะลีน้อย จากมาอยู่วัด ก็บวชเณร

แม่ออกน้อย ก็ได้บวชชี

รุ่นต่อรุ่น คนต่อคนที่กำลังจะผลิบาน

ก้าวออกสู่โลกกว้างอย่างมั่นคงและงดงาม ตามความจริง