.

.
ํYahoo Finance ตีพิมพ์เรื่อง '5 Habits you didn't know were costing you'
= "5 นิสัยทำให้ (คุณ)ใช้เงินเปลือง", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
ยุคนี้เป็นยุคที่คนเรามีโอกาสอายุยืนขึ้น ถ้าไม่ออมทรัพย์ไว้บ้างจะเสี่ยงลำบากตอนแก่
.
คนสูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง หรือเศร้าสร้อย-หงอยเหงาส่วนใหญ่จะมีโหงวเฮ้ง หรือลักษณะสำคัญได้แก่ จน +/- ขี้บ่น
.
ทางที่ดี คือ
  • ฝึกออมทรัพย์ตั้งแต่อายุน้อย
  • ฝึกชื่นชมคนรอบข้างให้มากขึ้น เช่น หัดพูดคำ "ขอบคุณ ขอบใจ" ให้ได้อย่างน้อยวันละครั้ง และค่อยๆ เพิ่มเป็น 3 ครั้งหลังอาหาร
  • กล่าวคำ "ขอโทษ-ขออภัย" ให้ติดปาก เพื่อลดภัยเวร

นิสัยที่ทำให้เราใช้เงินเปลือง 5 ข้อได้แก่
.
(1). ไปช็อปกับเพื่อน
.
การศึกษาในปี 2011/2554 ทำการทดลอง 4 รูปแบบ พบว่า ผู้ชายที่ไปช็อปกับเพื่อน (shopping with a buddy) จ่ายเงินมากกว่าตอนช็อปคนเดียว (shopping solo) = 54%
.
ผู้หญิงที่ไปช็อปกับเพื่อนมักจะไม่จ่ายมากขึ้นแบบผู้ชาย
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ ผู้หญิงมีแนวโน้มจะปรึกษากัน ช่วยกัน "คิดก่อนจ่าย" มากขึ้นเมื่อไปกับเพื่อน, กว่าจะตกลงกันได้ก็นานพอดู เลยไม่ค่อยจ่ายเพิ่ม
.
ผู้ชายมักจะชอบแสดงให้คนรอบข้างเห็นว่า เป็นคนไม่ขี้เหนียว และมีเงิน (ในมือ)
.
นิสัยชอบจ่ายโชว์อาจจะติดมาจากยุคล่าสัตว์สมัยโบราณ ซึ่งผู้ชายที่ล่าสัตว์ได้มากจะเป็นที่ชื่นชอบของสังคมมากกว่าผู้ชายที่ล่าสัตว์ได้น้อย
.

.
(2). ทำสัญญาใช้เงินล่วงหน้า
.
ปี 2009/2552 ศ.บาร์-กิลล์ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างผู้ใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่า 3,500 รายกับแบบแผนการใช้จริง (หลังทำสัญญา)
.
ผลการศึกษาพบว่า 65% ของกลุ่มตัวอย่างมีแบบแผนการใช้งานจริง เช่น จำนวนนาที/เดือน ฯลฯ ไม่ตรงกับแผนที่ทำสัญญาไว้ตอนแรก
.
เรื่องนี้คล้ายกับคำกล่าวที่ว่า "ของฟรีไม่มีในโลก" หรือ "ของถูก(มักจะมี)ราคาแพง" คือ อะไรที่ดูถูกหรือลดราคามากๆ ส่วนใหญ่มักจะไม่ถูกจริง
.
การซื้อด้วยเงินผ่อนมักจะทำให้คนเรารู้สึกว่า ของนั้นถูกกว่าจริง ทว่า... มักจะแฝงไปด้วยดอกเบี้ย ค่านายหน้า และค่าธรรมเนียมอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย
.
กล่าวกันว่า เคล็ดลับอย่างหนึ่งในการสร้างฐานะของชาวสวิส คือ ไม่ซื้อของผ่อน... อยากได้อะไรก็จะเก็บเงิน รอจนเก็บได้พอก็ซื้อ
.
บางทีพอรอไปนานๆ... ความอยากได้ของก็ลดลง เลยเก็บเงินได้เพิ่มขึ้น โดยไม่ต้องซื้อของ
.
มีคำกล่าวว่า "คนจนมักจะซื้อของแพง" คือ คนจนมักจะซื้อของแบบเงินผ่อนมากกว่าคนชั้นกลางหรือคนรวย ทำให้มีค่าใช้จ่ายแฝงจากดอกเบี้ยสูงกว่า
.
การก้าวข้ามพ้นจากความยากจนส่วนหนึ่ง คือ เริ่มด้วยการทิ้งนิสัยของคนจน คือ การซื้อของด้วยเงินผ่อนให้น้อยที่สุด หรือไม่ซื้อของด้วยเงินผ่อนเลยเท่าที่จะทำได้
.

.
(3). จิตใจแบบเครดิต
.
ปี 2001/2544 ศ.จากสถาบัน MIT สองท่านร่วมกันทำวิจัยพบว่า คนเรามีแนวโน้มจะ "มือเติบ" หรือจ่ายมากขึ้นเมื่อซื้อผ่านบัตรเครดิต เมื่อเทียบกับเงินสด โดยจ่ายเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า
.
การศึกษาอีกรายงานหนึ่งในปี 2008/2551 พบว่า การใช้เงินสดทำให้คนเรารู้สึก "เสียดายเงิน" มากกว่าการซื้อด้วยบัตรเครดิต
.
วิธีที่ดี คือ ฝึกนิสัยไม่จ่ายเงินแบบ "เฉียบพลัน" แบบกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
.
อยากซื้ออะไร... ให้ยับยั้งชั่งใจไว้อย่างน้อย 7 วัน, พอวันเวลาผ่านไปนานพอสมควร... ความอยากมักจะลดน้อยถอยลง และอาจไม่ต้องซื้ออีกก็เป็นได้
.

.
(4). มีเงินหลายบัญชี
.
การศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัยยูทาฮ์ และแคนซัส สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 566 คน
.
ผลการศึกษาพบว่า คนที่มีบัญชีออมทรัพย์บัญชีเดียวมักจะเก็บเงินได้มากกว่าคนที่มีหลายบัญชี (บัญชีฝากประจำ ตราสารหนี้ พันธบัตร ประกันแบบออมทรัพย์ หรือลงทุนมีหลายบัญชีได้)
.
กลไกที่เป็นไปได้ คือ คนเรามักจะจัดสรรเงินจากบัญชีเดียวได้ง่ายกว่า
.
ฝรั่งหรือชาวตะวันตกมักจะได้รับคำแนะนำให้ออมทรัพย์ไว้ที่ตัว เผื่อมีค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น อุบัติเหตุ ตกงาน ฯลฯ = รายจ่าย 3-6 เดือน
.
เมื่อมีเงินในบัญชีมากเกินส่วนสำรองฉุกเฉิน = รายจ่าย 3-6 เดือนแล้ว จะแบ่งไปออมทรัพย์ระยะยาวได้เร็วกว่า
.

.
(5). ประหยัดเป็นบางเรื่อง
.
การศึกษาใหม่พบว่า เวลาฐานะแย่ลง, คนเรามีแนวโน้มจะซื้อน้ำมันราคาถูกมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่คุณภาพแทบจะไม่ตกลงเลย
.
ทว่า... เวลาไปร้านของชำ, คนเรามักจะไม่ลดค่าใช้จ่ายลง ทั้งๆ ที่จนลง เช่น ไม่ลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร-เครื่องดื่ม-อาหารเสริม เช่น น้ำส้ม ฯลฯ
.
การศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบพบว่า อาหารเสริมเกือบทุกชนิดไม่ได้ช่วยให้สุขภาพดีขึ้น เช่น น้ำส้มหรือน้ำผลไม้ทำให้อิ่มได้น้อย ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเร็วกว่า และเสี่ยงน้ำหนักขึ้นมากกว่าส้ม (ผลไม้ทั้งผล) ฯลฯ
.
การสำรวจหนึ่งพบว่า ถ้าคุณพ่อไม่สูบบุหรี่ หรือไม่ดื่มหนัก จะลดค่าใช้จ่ายในบ้านได้มากถึง 1/4-1/3 ของค่าใช้จ่ายทั้งบ้าน
.
การทำบัญชีค่าใช้จ่ายเป็นวิธีที่ช่วยลดรูรั่วทางการเงินได้ดี และถ้านำหลักการของพาเรโต (Pareto) มาใช้ คือ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุด 2-3 รายการแรก จะมีความสำคัญประมาณ 80% ของปัญหาทั้งหมด
.
ถ้าพยายามลดค่าใช้จ่ายใหญ่ที่สุด 2-3 รายการแรกให้น้อยลงได้ จะทำให้คนส่วนใหญ่ประหยัดได้ในระยะยาว
.

.
ผู้เชี่ยวชาญแนะว่า วิธีที่จะช่วยประหยัด และช่วยป้องกันโรคทรัพย์จางได้มากกว่าที่คิด คือ
.
(1). หัดทำกับข้าวให้เป็น
.
(2). ถ้าทำกับข้าวไม่เป็น, อย่าซื้อข้าวขาว... ให้หุงข้าวกล้องอย่างน้อย 1 มื้อ/วัน
.
การศึกษาหนึ่งพบว่า ข้าวกล้อง 2 ทัพพี/วัน ลดเสี่ยงเบาหวานได้ประมาณ 30%
.
(3). หัดดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำชาจีนเจือจางแบบไม่เติมน้ำตาลแทนเครื่องดื่ม
.
เครื่องดื่มส่วนใหญ่แพงด้วย เพิ่มเสี่ยงน้ำหนักเกินด้วย เพราะย่อยได้เร็วกว่า ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นเร็ว-ลดต่ำลงเร็ว หิวใหม่เร็ว
.
น้ำเปล่าหรือชาจีนเจือจางช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำ ซึ่งทำให้อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวหมดแรงแบบไม่ทราบสาเหตุ ทำให้ความคิดสร้างสรรค์ลดลง
.
ภาวะขาดน้ำเพิ่มเสี่ยงหลอดเลือดอุดตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต และนิ่ว
.
(4). ฝึกไม่นั่งนานเกิน 1-1.5 ชั่วโมง/ครั้ง
.
คนส่วนใหญ่มีสมาธิในการทำงานไม่ค่อยเกิน 45 นาที/ครั้ง, การนั่งนิ่งๆ นานๆ ทำให้การเผาผลาญอาหารลดลง เพิ่มเสี่ยงน้ำหนักเกิน น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)สูง
.
การฝึกเบรค โดยลุกขึ้นยืนสลับนั่ง เดินสลับนั่ง ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
.
พระอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวไว้ดี คือ 'Work smart, not work hard' = "ทำงานอย่างฉลาดดีกว่าทำงานหนัก (แบบโง่แล้วขยัน)"
.
การฝึกเบรค (ยืนหรือเดินสลับนั่ง) ไม่นั่งนานน่าจะช่วยให้ท่าน 'work smart' ได้มากขึ้น
.
อย่างน้อยก็จะทำให้ต้นทุนสุขภาพดีขึ้นได้ในระยะยาว เช่น ปวดคอ ปวดเมื่อย ปวดหลัง ฯลฯ ลดลง, สมองทำงานได้เร็วไวขึ้น
.

.
ผู้เขียนสังเกตว่า พระธิเบตที่พุทธคยามักจะมีสุขภาพดีมาก สังเกตดูท่านจะมีเคล็ดลับอย่างนี้
.
(1). ตื่นเช้าไปเดินประทักษิณ (เวียนขวา) รอบพระมหาเจดีย์พุทธคยา 1-2 ชั่วโมง
.
วิธีเดินจงกลมของพระธิเบต คือ เดินเร็วมากสุดๆ
.
(2). เวลานั่งสวดมนต์แบบโยกเยก
.
หลายๆ ท่านโยกลำตัวไปมาก ซึ่งจะทำให้ได้ออกแรง-ออกกำลัง และช่วยป้องกันโรคนั่ง(เฉยๆ)นานได้ดี
.
(3). ไหว้พระแบบธิเบต
.
การไหว้พระแบบธิเบตต้องลุกขึ้นยืน นั่งลง สลับกับการหมอบกราบราบกับพื้น, ชาวธิเบตนิยมทำแบบนี้นานหลายสิบนาที จนถึงเป็นชั่วโมงๆ ได้บุญด้วย ได้ออกแรง-ออกกำลังด้วย ซึ่งถ้าเราทำได้ 108 ครั้ง/วัน น่าจะทำให้สุขภาพดีขึ้นได้เร็ว
.
การออมสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของการออมสินทรัพย์ภายใน ซึ่งถ้าเราป่วยหนัก เช่น เป็นเบาหวาน อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ มะเร็ง ฯลฯ แล้ว ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาจะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
.
การออมสุขภาพด้วย ออมทรัพย์ด้วย คงจะช่วยป้องกันโรคทรัพย์จางได้ดีในระยะยาว
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

 > [ Twitter ]

  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. 14 พฤษภาคม 56. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้