ลอนดอนในวันนี้

ในฐานะที่เป็นผู้ที่ทำงานที่ HA มานานแสนนาน แม่ต้อยแอบภาคภูมิใจคะ ภาคภูมิใจ ในวันนี้ของเรา


เมื่อได้มีโอกาสไปเยือนลอยดอนอีกครั้งหนึ่งในฐานะที่เป็นผู้แทนของสรพ.ในการเข้าร่วมประชุมของ
BMJ
ซึ่งนับว่าเป็นการประชุมที่สำคัญของเครือข่ายสุขภาพเกือบทั้งโลกก็ว่าได้
แต่ว่าคราวนี้ไปโดยมีโปสเตอร์ติดไม้ติดมือไปนำเสนอถึงสี่เรื่องด้วยกันทีเดียว มีน้องออยและน้องกบเป็นเจ้าของเรื่องนำเสนอ

ดูท่าทางน้องทั้งสองคนจะภาคภูมิใจมิใช่น้อย
เหมือนกับกังวลใจบ้างแต่ก็สู้ยิบตา 

อันที่จริงการขอเข้าร่วมประชุมเขามีขั้นตอนค่อนข้างรัดกุมมากทีเดียว
การลงทะเบียนนั้นแม้ว่าจะมีระบบการลงทะเบียนออนไลด์ แต่ไม่สามารถลงได้ง่ายๆนัก
เพราะว่าระบบการป้องกันความเสี่ยงของเขานั้นออกแบบอย่างดีเยี่ยม
ดังนั้นการใช้บัตรเครดิตการ์ดลงทะเบียนกว่าจะผ่านไปได้
ข้อมูลของเข้าของบัตรต้องชัดเจน
ที่แม่ต้อยทราบเพราะว่ามีหมอที่อยากไปร่วมประชุมพร้อมกันครั้งนี้ไม่สามารถลงทะเบียนได้
เนื่องจากการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับบัตร

 

 

ลอนดอนในวันนี้อาจจะไม่แตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา
สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้คือ รายได้จากนักท่องเที่ยวยังเป็นรายได้หลัก
และนักท่องเที่ยวส่วนใหย่มาจากตนแถวเอเซีย โดยเฉพาะคนจีนและคนญี่ปุ่น

 

 

แม้แต่ในการประชุมคราวนี้
ก็มีประเทศแถบเอเซียร่วมนำเสนอ เช่น ญี่ปุ่น จีน และไทย  

เราก็แอบภาคภูมิใจเงียบๆทีเดียว น่าจะมีสัก
  ประเทศ จะได้มีชื่อว่า ๕ สิงห์แห่งเอซีย( เลียนแบบ ๕ สิงห์จุทาเทพเสียหน่อย)

ที่จริงการจัดประชุมเป้นไปอย่างเรียบง่าย
เน้นสาระสำคัญล้วนๆ แม่ต้อยคิดว่าแนวคิดหลักคือ Collaborative
medicine คือการร่วมและผสมผสานมิติต่างๆของคุณภาพ
และการใช้เครือข่ายการทำงานเป็นหลัก ดังนั้นสาระสำคัญของการประชุมจึงบูรณาการในทุกๆด้าน
เข้ามาให้เกิดผลลัพธ์ให้ดีที่สุด ทั้งทางด้านคลินิก ทีม ประสบการณ์ของผู้ป่วย
และมิติจิตใจ ความเมตตา และการจัดระบบงานให้เอื้อต่อการดูแลผู้ป่วย ไม่เน้นด้านใดด้านหนึ่งจนเสียสมดุล

เน้นการให้ความสำคัญในทีมงาน
ฝึกฝนความรับรู้ที่มีต่อผุ้ป่วยอย่างว่องไว หรืออาจจะใช้คำถามง่ายๆ
เพื่อทบทวนการทำงานของตนเองเสมอ ตลอดเวลา

 

ฝรั่งเขามีการลงทะเบียนเข้าฟังในแต่ละหัวข้อไว้ล่วงหน้า
( เราก็เคยทำ) และเขาค่อนข้างมีวินัย คือคำไหนคำนั้น อิอิ 

เขาจึงจัดห้อง
และเก้าอี้ให้พอเหมาะพอดีกับคนที่ลงชื่อไว้
หากเราเกิดเปลี่ยนใจจากห้องที่เราลงชื่อไว้ จะขอไปเข้าอีกห้อง
พนักงานหน้าห้องจะไม่ยอมให้เข้า ไม่ว่าเราจะขอยืนฟัง หรือนั่งกับพื้นแบบ
บ้านเรา  ฮาๆ



 กเว้นมีคนในห้องเกิดไม่อยากฟัง  เราจึงจะมีสิทธิในการเข้าไปฟังแทน  ไม่มีเก้าอี้เสริม ไม่มีการต่อวงจรปิด
นะครับ  ขอบอก  อิอิ

 

เจ้าภาพมีการอัดบันทึกวิดิโอการบรรยายทุกห้องเพื่อจัดทำ
Remote
participant program แก่มวลสมาชิกที่สนใจ โดยจัดส่งวิดิโอเหล่านี้มาเผยแพร่ความรู้ภายใต้เงื่อนไขและค่าใช้จ่ายจำนวนหนึ่ง  อาจารย์  อนุวัฒน์ได้ฝากแม่ต้อยคุยเรื่องนี้กับคนที่รับผิดขอบคือคุณ Diane
ที่กว่าจะเจอกันได้ ก็เป็นวันที่สองแล้ว  แม่ต้อยคิดว่าปีนี้เขาให้ข้อเสนอที่ดีกว่าปีที่ผ่านมาคะ 

อย่างไรคงต้องมาดูในรายละเอียดอีกทีคะ  

วิดิโอนี้จะมีประโยชน์มาก
หากเราเลือกเอาหัวข้อที่น่าสนใจมาไว้ในหลักสูตรต่างๆคะ

อากาศที่ลอนดอนหนาวจับใจ
คนเมืองร้อนอย่างพวกเรายิ่งหนาวเป็นพิเศษ แต่ในตัวอาคารอบอุ่น
กรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟร้อนๆ  เวลาเราไปฟังฝรั่งบรรยาย เราจะนึกเปรียบเทียบเสมอว่าที่เราทำอะไร
หรืออะไรที่เขาทำได้ดีกว่าเรา แล้วเราเอามาปรับปรุงแบบไทยๆ

อาหารของเขาไม่ต้องยุ่งยากคะ มีแซนวิช เย็นๆ
ที่เป็นรูปสามเหลี่ยม หนึ่งก้อน มันฝรั่งหนึ่งถุง และผลไม้อันได้แก่ กล้วย แอบเปิล
ลูกแพร์ อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

 

การกินก็ตามสะดวกคะ จะเดินไปกินไป
ดูนิทรรศการก้ได้ หรือจะนั่งกับพื้น ก้ดี หรือจะยืนกินเป็นกลุ่มก้ได้คะ  เก้าอี้ไม่ต้องคะ

ดังนั้น แม่ต้อย จึงต้องอาศัยชาร้อนๆ
มาดื่มเพื่อขับไล่ให้อาหารลงไปในกระเพาะอย่างคล่องตัว เสียหน่อยคะ

แม่ต้อยจึงแอบนึกในใจว่าเรื่องการรับรู้ความต้องการของคน
เราน่าจะทำได้ดีกว่าเขาแน่ๆคะ และมันทำให้ความละเอียดอ่อนในระบบงานของเรามีมากกว่า
หากเรารัก และเอาใจใส่กับมัน หรือเห็นความสำคัญของมัน

น้องๆที่ไปด้วยดูแลแม่ต้อยเป็นอย่างดีคะ ตอนเย็นๆ
แม่ต้อยจึงพาไปหาของกินอร่อยๆ พร้อมกับพาไปเที่ยวในจุดต่างๆ
เพื่อเตรียมตัวให้เขาได้เที่ยวต่อเมื่อเสร็จสิ้นการประชุมได้อย่างสะดวก



ค่าเงินบาทของเราค่อนข้างแข็ง
เมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งเคยอ่อนสุดถึง ๘๐ บาทต่อหนึ่งปอนดิ์เลยทีเดียว
ปัจจุบันตอนที่ไปแลกได้ประมาณ เกือบ๔๕ บาทต่อหนึ่งปอนดิ์ อาหารก็ตกประมาณจานละ ๗ หรือ๘ ปอนดิ์คะ
ลองคูณเข้าไปคะ ประมาณ สามร้อยกว่าบาทคะ  แต่ขนาดมหึมาคะ
แม่ต้อยต้องกินสามมื้อจึงจะหมดคะ อิอิ

ในฐานะที่เป็นผู้ที่ทำงานที่ HA มานานแสนนาน แม่ต้อยแอบภาคภูมิใจคะ  ภาคภูมิใจ ในวันนี้ของเรา
ที่สามารถยืนไปเคียงบ่าเคียงไหล่กับ ประเทศอื่นๆได้ แม้ว่าอาจจะยังไม่เก่ง
ยังไม่สมบูรณ์ แต่ก้นับว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญ

 

แม่ต้อยยังจำเสียงน้องๆคนไทยจากหน่วยงานอื่นๆ

เมื่อเดินผ่านโปสเตอร์ ของสรพ. ก็จะบอกคนอื่นๆว่า


This is our country presentation poster , Thailand.

ก้าวย่างที่สำคัญ ของพวกเรา

สวัสดีคะ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกของแม่ต้อย



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคะ

ช่วงนี้แม่ต้อยไม่ได้แวะเข้ามาคุยด้วยนะคะ

เนื่องจากไปผ่าตัดที่ตามาคะ

แม่ต้อยคะ

ในฐานะที่เป็นผู้ที่ทำงานที่ HA มานานแสนนาน แม่ต้อยแอบภาคภูมิใจคะ  ภาคภูมิใจ ในวันนี้ของเรา
ที่สามารถยืนไปเคียงบ่าเคียงไหล่กับ ประเทศอื่นๆได้ แม้ว่าอาจจะยังไม่เก่ง
ยังไม่สมบูรณ์ แต่ก้นับว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญ


ขอบคุณและชื่นชมในผลงานครับแม่ต้อย..

หมายเลขบันทึก

535818

เขียน

13 May 2013 @ 20:07
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
ดอกไม้: 6, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก