ซอกแซกทัวร์อาเซียน

                สิงคโปร์เมืองที่ติดอันดับต้น ๆ ในเรื่องของค่าครองชีพที่แพงที่สุดในโลก ประชากรที่นี่พูดภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีแต่ติดสำเนียงจีนนิด ๆ  ประชากรที่นี่ประกอบด้วยหลายเชื้อชาติ มีทั้ง จีน อินเดีย และชาติอื่น ๆ  ทริปนี้ผู้เขียนใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ด้วยเงิน 10,288 บาท อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1$ :23.50 บาท ตามมาดูกันน่ะค่ะว่าเป็นอย่างไรบ้าง......เลือกเดินทางด้วยโปรหางแดงเช่นเดิม งานนี้ซักติดใจหางแดงซะแล้ว ลำใหญ่ บินนิ่ง ตรงเวลา จองข้ามปีได้ถูกดี ใช้เวลาบินราว ๆ 2.30 ชม.ก็ถึงสิงคโปร์ เวลาเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชม.ปรับนาฬิกาเรียบร้อย .........ลุย

                       เลือกเดินทางด้วย Flight เช้ามืดจะได้มีเวลาเที่ยวเยอะ ๆ ประหยัดค่าที่พักด้วยค่ะ ถึง Changi International Airport 10.35 น.ตรงเวลา สัมภาระมีแค่นี้แหล่ะค่ะ อย่างว่า Back Packer จะขนอะไรไปมากมาย ไม่ต้องโหลดกระเป๋า ไม่ต้องซื้อน้ำหนักเพิ่ม สบาย ๆ สนามบินมี 3 Terminal แต่ละ Terminal กว้างใหญ่มาก สนามบิน Changi  ติดอันดับ 3 ของสนามบินที่ดีที่สุดในโลกค่ะ ไม่ต้องกลัวเหนื่อยในการเดินน่ะค่ะ มีทางเชื่อมต่อตลอดทางค่ะ เครื่องลงที่ Terminal 2 เดินออกมาขึ้นรถไฟฟ้าของสนามบินเพื่อไป Terminal 1 เพื่อเข้าเมืองค่ะ  

                  แวะซื้อ EZ Link Card เพื่อใช้ในการขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าก่อนค่ะ ราคา 12$ ใช้ได้ 8$ ที่เหลือเป็นมัดจำ เวลาคืนได้เงินมัดจำคืนค่ะ บัตรนี้มีอายุ 5 ปี ใครคิดว่าเข้าออกสิงคโปร์บ่อย ๆ ก็ไม่ต้องคืนเงิน  ตลอด 3 วัน  ผู้เขียนใช้หมดไปราว ๆ 22$ ค่ะ       

                  ขึ้น MRT ไปลง Nicoll High Way St. เพื่อเข้าที่พักเก็บกระเป๋าก่อน ผู้เขียนจองผ่าน www.booking.com เป็น 5 FootWay.inn Hostel แบบ 3 เตียง ห้องน้ำในตัว มีผ้าเช็คตัว แชมพู สบู่เหลว พร้อมอาหารเช้า จ่ายไปราว ๆ 88$/2 คืนค่ะ ที่พักสะดวก สะอาด ใกล้ MRT เดินแค่ 10 นาทีก็ถึงแถวระหว่างทางมีวิวไกล ๆ ของ Singapore Flyer และตึก Marina Bay Sands ให้เก็บภาพมาฝาก Fan Club อีกด้วยค่ะ                      

 วิวไกล ๆ ของ Singapore Flyer , Marina Bay Sands อดตื่นเต้นไม่ได้จนต้องงัดกล้องมาเก็บภาพฝาก Fan Club ค่ะ

                Check in ยังไม่ได้ต้องรอหลัง 14.00 น. ฝากกระเป๋าไว้ที่ Hostel  เริ่มเที่ยงแล้ว กองทัพเดินด้วยท้อง แถวที่พักมีอาหารอร่อยอยู่ตรงหัวมุมซอย ผู้เขียนเดินเข้าไปนั่งโต๊ะทันที โดยไม่สังเกตอะไร เจ้าของร้านมานิมนต์ให้ผู้เขียนออกไปต่อแถวด้านนอก งานนี้เล่นเอาผู้เขียนเขินและอายเล็กน้อย จนแก้มแดงเป็นสาวซำน้อย อิอิอิ ดีหน่อยได้อาเฮียที่ยืนอยู่ก่อนหน้าสร้างบรรยากาศผ่อนคลายชวนผู้เขียนคุยถามว่า Are your come from Thailand/Yes จุ๊บๆๆๆ (หล่อมาก ๆๆๆๆๆๆ) 

                     อาหารมื้อแรกในสิงคโปร์ค่ะ หน้าตาคล้าย ๆ ก๋วยจั๊บอุบล แต่เส้นแข็งกว่า ที่สำคัญ น้ำจิ้ม เนื้อหมู หมาน้อยนิดเดียว จ่ายไป 4.5$ /105 บาท ค่ะ โฮกก ๆๆๆๆๆ   

                       พระนเรศวรมหาราชทรงตรัสว่า.............กองทัพเดินด้วยท้อง (จริงรึเปล่าไม่รู้ เกิดไม่ทัน หุหุหุ) อิ่มแล้ว จุดหมายแรกของทริปนี้คือ Little India ก่อนมาแอบกังวลนิด ๆ ว่าจะน่ากลัว แต่ผิดคาด เป็นย่านที่อยู่อาศัยของคนอินเดีย ที่หน้าตาผู้คนดูหน้ากลัว แต่จริง ๆ แล้วเค้าไม่มาสุงสิง สนใจเราเลย ย่านนี้คนไทยไม่นิยมมาเดินสักเท่าไหร่ มองไปทางไหนเห็นแต่นักท่องเที่ยวฝรั่ง มีคนไทยหัวดำอยู่ 3 สาวแก่ ๆๆ เอิ๊กกกกกก วิว ตึกสวยมาก ทางการสิงคโปร์อนุรักษ์ไว้อย่างดี เป็นย่านเมืองเก่า จนต้องเก็บภาพสวย ๆ มาฝาก Fan Club ค่ะ

    


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                  เดินชมย่านเมืองเก่า Little India เพลิน ๆ ฝนเทลงมาซะแล้ว หลบเข้าไป Shopping Souvenir ดีกว่าค่ะ ผู้เขียนหาข้อมูลมาแล้วค่ะ Souvenir ย่าน Little India ถูกที่สุดและมีสินค้าให้ Shopping ครบ

            Souvenir ที่ได้มาหน้าตาแบบนี้ค่ะ Merlion สัญลักษณ์เมืองสิงคโปร์ Singapore Flyer ค่ะ 3 ชิ้น 10$ ที่อื่น ชิ้นละ 10 $ ราคาต่างกันมากมาย ดีน่ะที่ทำการบ้านหาข้อมูลมาก่อน ไม่งั้นเจอของแพง ๆ แล้วมาเจ็บใจทีหลัง ไม่คุ้ม  ฝนยังไม่หยุดตกไป Shopping ต่อที่ Mutafa the Mall น้ำหอม เครื่องสำอาง นาฬิกา แว่นกันแดด ที่นี่ถูกกว่า Changi Airport ราว ๆ 3-4$ ค่ะ จัดโชว์สินค้าไม่น่าดูสักเท่าไหร่แต่สินค้าเป็นของแท้หมดทุกอย่างค่ะ กฏหมายสิงคโปร์แรงมาก ใครขายของปลอมถูกจับทั้งจำทั้งปรับ อานค่ะ แต่น้ำหอมที่ฮ่องกงถูกกว่าสิงคโปร์ราว ๆ 2-300 บาท สรุปแล้วราคาถูกกว่าบาทเราราว ๆ 5-700 บาทค่ะ

            ใกล้ค่ำแล้วแวะไปชม Merlion Park , Marina Bay Sands , Explanade หรือคนสิงคโปร์เรียกว่า ตึกหนามทุเรียนกันดีกว่าค่ะ สวยมาก ๆ โรแมนติกด้วย บริเวณนี้เรารอชม Light Up ตอม 2 ทุ่มได้ค่ะ สวยมาก ๆ ค่ะ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

             

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

           ตึก Marina Bay Sands ยามค่ำคืนค่ะ สวยมาก ๆ ถ่ายจากมุม Merlion Park ต้องยกนิ้วให้กับรัฐบาลสิงคโปร์ที่เค้าวางผังเมืองได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก ยืนอยู่จุดเดียวสามารถชมเมืองได้ 360 องศา โดยที่ไม่มีอะไรมาบังให้รกหู รกตา โดยเฉพาะ สายไฟ ระโยง ระยาง แม้แต่นิดเดียว

                 เดินไปเรื่อย ๆ เจอ Merlion Park สิงห์โตพ่นน้ำ สัญลักษณ์ของเมืองสิงคโปร์ที่หันปากสิงห์โตออกไปทางปากอ่าว ณ จุดนี้ ถือว่า ฮวงจุ้ยดีที่สุดในเมืองสิงคโปร์ค่ะ เค้าออกแบบเมืองที่ยึคหลักฮวงจุ้ย ในสิงคโปร์มีคนหลายเฃื้อชาติอยู่ ทั้งคนจีน อินเดีย มุสลิม ที่แยกกันอยู่เป็นย่าน ๆ ไม่อยู่รวมปะปนกัน แต่ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนจีนค่ะ









 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

            เดินไปตามทางลอดอุโมงค์จะเจอ Merlion อีกมุมหนึ่งค่ะ สาว ๆ เหลือน้อย เริ่มบอกว่า หมดแรงแล้ว กลับที่พักพรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อค่ะ

                     วันที่สองเป็นโปรแกรมของ Universal Studios ทั้งวันเปิดตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไปค่ะ มีเครื่องเล่นและความบันเทิงมากมาก ราคาตั๋วอยู่ที่ 78 $ แต่ผู้เขียนแวะซื้อที่ Sea Wheel ย่าน  China Town ทั้ง  USS, Singapore Flyer, Duck Tour ราคาจะถูกกว่าซื้อหน้างาน แถมไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวยาว ๆ ไปถึงยื่นตั๋วให้ก็เดินเข้าได้เลย

     

              นั่ง MRT ไปลงที่ห้าง Vivo City ขึ้นไปชั้น 3 เพื่อขึ้นรถไฟของ Sentosa เริ่มงง ๆ และสงสัย ทำไมรถไฟมันมาวิ่งอยู่ในห้างแถมชั้น 3 อีกต่างห่าก วิศกรกรมันคือจะเก่งแท้ ๆ .......งึดหลาย เอิ๊ยกกกกกก


 

 

              Universal Studios หรือ USS อยู่ในเกาะ Sentosa  นั่งรถไฟ Sentosa Express หัวแดง ๆ นี่แหล่ะค่ะ ใช้เวลาแค่ 3 นาทีก็ถึงที่หมาย   สักรูปตรงทางเข้า USS ค่ะ

 

 ทางเข้า USS สัญลักษณ์ของเค้าล่ะค่ะ




 

 

 

 

           

  

 

  

          เจอคู่แข่งรุ่นนี้..เพียบเลย....ไหวไหมเนี่ยเรา หุหุหุหุ

 

 


 

             บัตรเข้าชมค่ะ ซื้อจาก Sea Wheel ที่ China Town ทางเข้าอยู่ด้านหลัง ยื่นบัตรแล้วเค้าจะ Scan Bar Cord ด้วยค่ะว่าเป็นบัตรจริงรึเปล่า  เดินเข้าข้างในแบบซิว ๆ ค่ะ

            ขออนุญาตกระซิบสักนิดน่ะค่ะ เพื่อนผู้เขียนซื้อทัวร์ไปไล่เลี่ยกับผู้เขียน ราว ๆ 13,000 บาท 3 วัน 2 คืน เช่นกัน แต่นั่งรถตั้งแต่ มาเลย์ทะลุสิงคโปร์ จนก้นบานและไม่ได้เข้า USS กับ Singapore Flyer และ Duck Tour ค่ะ 3 อย่างนี้ล่อซะราว ๆ 3500 บาท  แต่ข้อดีของการซื้อทัวร์คือ 1.ไม่มีหลงทางแน่นอน  2.นอนโรงแรมดี  3.กินอาหารตั้งโต๊ะ  4.ซะโงกทัวร์ แต่ละจุด รับรองไม่เกิน 30 นาที  4.ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนรถซะส่วนมากค่ะ  5.ไม่มีรายการ 3 อย่างข้างต้น ถ้าจะไปก็ตกราว ๆ 20,000 บาท ค่ะ

    ถึงตอนนี้ผู้เขียนเริ่มมีอาการเหมือนเด็กอายุ 10-11 ขวบแล้วค่ะ ตื่นตา ตื่นใจ สนุกสนาน เพราะตอนเป็นเด็กเคยแต่เล่นกระโดดข้ามหนังยาง ม้าก้านกล้วย ตีจับ ตุ๊บโม่ง(เป่าหาแมลงใต้ถุนศาลาวัด) ถ้ารู้ว่าแก่แล้วจะมีความสุขขนาดนี้ ..............ผู้เขียนขอแก่ตั้งนานแล้วค่ะ เอิ๊ยกกกกกกก

 

                       

 

 

 

 

 

 

 

 

                        

                   เจอเจ้าเป็ดน้อยการ์ตูนตัวโปรด ตัวนึงเกือบ 2 พันบาทไทย .........ไม่กล้าซื้ออ่ะ เสียดายตังค์ ตอนเด็ก ๆ เคยเล่นแต่ตุ๊กตาผ้าเช็คขี้มูกตัวเอง เอิ๊กกกกกก


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

        แวะดูหนัง 4D เรื่อง Cheek ค่ะ เหมือนจริงมาก เวลานางเอกนั่งรถม้า เก้าอี้เราก็ควบกั๊บ ๆๆๆ เหมือนอยู่ในรถม้า หอกทิ่มมาเกือบถูกตา หลบจนหัวชนกัน เวลาเจ้าลาน้อยหน้าโง่ จามแต่ละทีจะมีละอองน้ำพ่นออกมากระเด็นใส่หน้าเรา เปียกนิดหน่อย .......เลยสงสัยว่า มันเอาน้ำขี้สึก(น้ำคล้ำ)............ มาพ่นใส่เราไหมหน คิดร้าย ๆๆๆ หุหุหุ

        

                  ม้าหมุน วัสดุที่ทำ ความสวยงามปราณีตมาก ๆ ดีกว่าม้าหมุนตามงานวัดบ้านเราซะอีก แถมไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้น้ำมันโชยมาให้ปวดหัวเหมือนม้าหมุนงานวัดบ้านเราเลย   



















           

               ตกเย็นคุณนายมาริลิน มอร์โร ก็ออกมาวาดลวดลาย หน้าตาสะสวย จริตจะก้านดูงามตา แถมทำตากระพริบข้างเดียวเวลาเจอหนุ่ม ๆ ได้ซะด้วย ไม่เบาเลยน่ะหล่อน เสียอย่างเดียว นมเล็กไปหน่อย ต้นแขนใหญ่และยานเป็นหนังกลางแปลงไปนิด เอิ๊กกกกกก

              เจ้าสัตว์ป่าแสนซนค่ะ มีรถรางให้นั่งชมข้างในให้เราผจญภัย สนุกสนาน เหมือนไปท่องซาฟารีฉบับการ์ตูน อย่างไงอย่างนั้นเชียว

          

 สามสาว Rock and Roll ค่ะ สวยกระทัดรัด น่ารักดีค่ะ

 

                  

                     เมืองอียิปต์ค่ะ ข้างในมีผจญภัย ตื่นเต้นมาก ทั้งไฟ แอฟเฟคเพียบ รถไฟวิ่งเร็ว ๆ ขึ้นสูงชันแล้วหยุดกระทันหันชนกำแพง ถอยหลังมา สองสาวแก่ ๆ ที่ไปด้วยร้องกรี๊ดลั่นเชียว เอิ๊ยกกกก

 


              เที่ยว USS จน 5 โมงเย็น ครบทุกอย่างพอดี กลับมานั่ง MRT ข้ามไปเกาะสิงคโปร์เพื่อขึ้น Singapore Flyer ค่ะ

         ชั้นล่างของ Singapore Flyer ค่ะ สังเกตว่าเค้าไม่ปล่อยให้พื้นที่ทุกตารางนิ้วว่างเปล่าเลย ทุกหนทุกแห่งจะจัดสรรได้ลงตัวมาก ๆ ขนาดพื้นที่ว่างแค่นิดเดียวตรงนี้จังทำเป็นสวนหย่อม ได้อย่างลงตัวแถมเห็นใบอีเลิศ (ไม่รู้ภาษาไทยเรียกว่าอะไรค่ะ ใช้ทานกับเมี่ยงคำ ลาบ) ด้วยค่ะ

 

                       

         

                                                                  

            อยู่ฝั่ง Singapore Flyer ยังสามารถมองเห็น Merina Bay Sands ได้อย่างชัดเจนและสวยงามอีกมุมหนึ่งค่ะ

         

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          มุมสวย ๆ ของทางขึ้น Singapore Flyer ค่ะ ตามมาชมภาพมุมสูงบน Singapore Flyer กันเลยน่ะค่ะ สวยงามมาก ใช้เวลาหมุนประมาณ 45 นาที ไม่น่ากลัวค่ะ ดูมั่นคงแข็งแรงดี.


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

              บรรยากาศบน Singapore Flyer สวยงามประทับใจมาก ๆ ค่ะ คุ้มค่ากับ Ticket ที่ซื้อเข้าชม แถมผู้เขียนเลือกเวลากลางคืนเพื่อชมวิวมุมสูงยามค่ำคืน สวยจริง ๆ และไม่มีกรุ๊ปทัวร์มาเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นกลางวัน ทัวร์มาลงเยอะมาก ๆ ทำให้เราไม่มีอิสระในการเลือกชมถ่ายรูปสักเท่าไหร่

                    วันสุดท้ายของทริปนี้..........ผู้เขียนจะพา Fan Club ไปเก็บรายละเอียด Merlion Park ในยามเช้ารุ่งอรุณน่ะค่ะ อากาศดีเป็นใจมาก ๆ แดดยังไม่แรง นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ สบาย ๆ ลมพัดเย็น ๆ ค่ะ


 

      

 

 

 

 

 

 

 

 

   

 

 

 

 

 

 

            นั่งรถเมล์จะกลับไป Singapore Flyer เพื่อขึ้น Duck Tour ที่นั่นปรากฏว่า อาแป๊ะคนขับรถเมล์บอกว่าเราขึ้นผิดสาย รถคันนี้ไม่ผ่าน แกจะบอกให้ลงจุดที่ใกล้ที่สุดแล้วไปขึ้น สาย 133 ราว ๆ 10 นาทีก็ถึง แกชวนคุย เคยมาเที่ยวเมืองไทย พักที่โอเรียนเต็ล ป้าดดดดดด คนขับรถเมล์สิงคโปร์ มาเที่ยวเมืองไทยพักโอเรียนเต็ล ในขณะที่ผู้เขียนเป็นนักวิชาการ แต่พักโรงแรมจิ้งหรีด หุหุหุ   มีอาย ๆๆๆ


 

                         

           

             รถเมล์ รถไฟฟ้า ทุกสายที่นี่สามารถใช้บัตร EZ Link ได้เลยโดยแค่ยกกระเป๋าที่มีบัตรแปะเจ้าเครื่องนี้ มันก็จะอ่านบัตรและตัดเงินเราอัตโนมัติ ดีจริง ๆ ไม่ต้องมานับเหรียญบาท เหรียญสลึงให้วุ่นวาย รถเมล์ที่นี่มีคนขับ คนเดียว ไม่มีกระเป๋ารถเมล์ แต่ละสายสีสรรแตกต่างกัน เน้นความสวยงามเหมือนนางแบบ ในภาพ เอิ๊กกกกกกก

 

               

                ต่อรถเมล์ สาย 133 มาลง เอ๋าเจออีกมุมของ Merina Bay Sands สวยแถมไม่มีนักท่องเที่ยวเลยค่ะ สบาย ๆ กำแพงที่เห็นไกล ๆ คือ นักกีฬาที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่เคยมาแข่งขันกีฬาที่นี่ เค้าจะถ่ายรูปไว้และเอามาแปะติดข้างกำแพงนี้สวยงามอีกแบบค่ะ เดี๋ยวเราไปดูกันใกล้ ๆ น่ะค่ะว่า นางแบบกับนักกีฬาระดับโลก ใครจะสวยกว่ากัน ..........ไม่ค่อยหลงตัวเองเลยเรา หุหุหุ

 

 

  ......บอกแล้วไม่เชื่อ นางแบบสวยกว่า ......เอิ๊กกกก

 

 


 

 

 

 

 

 

ทางเดินเชื่อมไปตึกหนามทุเรียน หรือ Explanada ค่ะ

 

 

 

 

 

 

   

           นั่ง Duck Tour เก็บรายละเอียดเมืองสิงคโปร์ ตั่วราคา 24 $ ใช้เวลาเที่ยวชม 1 ชม.แบบไม่แวะจอดที่ไหนเลยค่ะ มีไกด์บรรยายให้ความรู้ด้วย รถ Duck Tour เมื่อก่อนเป็นรถสะเทิ้นน้ำ สะเทิ้นบก ที่ใช้ในการทำสงครามของทหาร เมื่อสิงคโปร์หมดสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลได้นำรถดังกล่าวมาแปลงโฉมให้หน้าตาหน้ารัก เป็นเจ้าเป็ดน้อย ขนตางอนเช้ง ไว้ใช้บริการนักท่องเที่ยว วิ่งบนถนนก็ได้ ลงน้ำเก็บล้อพับเข้า กลายเป็นเรือลอยละล่องบนแม่น้ำ เที่ยวชมเกาะสิงคโปร์อีกมุมค่ะ

               โปรแกรมท่องเที่ยวสิงคโปร์ ครมถ้วนสมบูรณ์ ได้ไปในทุก ๆ ที่ ที่วางแผนไว้ หลงทาง 2 ครั้ง นั่งรถเมล์ รถแท๊กซี่ ครบถ้วน ราคาแท๊กซี่ Start ที่ 3.40$ ถ้าขึันหลัง 6 โมงเย็นชาร์ทอีก 25% รวมแล้วต้องจ่ายค่า Start 3.40+ราคาที่เดินทาง+25% .....แพงโหด ๆ แต่ไป 3 คนคิดแล้วพอ ๆ กับนั่งรถไฟฟ้าหรือรถเมล์ แต่ผู้เขียนก็เลือกนั่งแค่ครั้งเดียว พอให้รู้เพราะแพงเกิน

             กลับมาที่ Changi International Airport เพื่อขึ้นเครื่องกลับเมืองไทย มีเวลาเหลือเฟือแวะ Shopping ได้กระเป๋ายี่ห้อ Charles Kelth ราคาปกติไม่จัดรายการ จะถูกกว่าเมืองไทยราว ๆ 40% แต่ผู้เขียนได้ใบสีดำลดอีก 30% แถมซื้อ 200$  ขึ้นไปมีบัตรสมาชิกลดเพิ่มอีก 10%   ท ถูกมาก ๆ คนเยอะยังกะแจกฟรีปรากฏว่า มีแต่คนไทยทั้งนั้น ซื้อกันทีคนละ 5-6 ถุงใหญ่ ๆ   ขนาดเพื่อนผู้เขียนคิดว่าจะไม่ซื้ออะไร ยังได้แว่นกันแดด 1 อัน กระเป๋าสตางค์อีก 2 ใบ เปรียบเทียบแล้วที่ Airport สวยและมีแบบให้เลือกเยอะกว่า ViVo City ค่ะ

             ทริปหน้าจะพาไปญี่ปุ่น 19 วันน่ะค่ะ FC อย่าลืมติดตามน่ะค่ะ ทริปนี้มีค่าใช้จ่ายคือ เครื่องบินไปกลับ 3478 บาท โรงแรม 2 คืน 2084 บาท ,USS ,Singapore Flyer,Duck Tour 2983 บาท รถเมล์ 517 บาท , อาหาร 3 วัน 1226 บาท รวมค่าใช้จ่าย 10288 บาท ค่ะ