ผลพวงเลวร้ายอีกประการของการพึ่งการลงทุนจากต่างชาติ
ผมได้โจมตีนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติมานาน ๒๐ ปีแล้วเห็นจะได้ เพราะมันมีผลเสียมหาศาล วันนี้จะชี้ให้เห็นผลเสียอีกประการ (ความจริงก็เคยชี้มาแล้ว แต่นานมากจนลืมไป พอดีวันนี้มีหลักฐาน..ลองอ่านข่าวตัดจากผจก. ออนไลน์ ข้างล่าง)
แคนาดาได้ประกาศการยกเลิกการให้สิทธิพิเศษทางภาษีที่เรียกว่า GPT (General Preferential Tariffs) กับประเทศกำลังพัฒนา 72 ประเทศ ซึ่งรวมถึงไทยด้วย จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม 2557 เนื่องจากไทยถูกจัดว่าเป็นประเทศประเทศรายได้สูง (High Income Countries) หรือประเทศที่มีรายได้ปานกลางบน (Upper Middle Income Countries) ติดต่อกันเป็นเวลา 2 ปี (จากการจัดอับดับ World Bank) หรือมีส่วนแบ่งการส่งออกทั่วโลกเท่ากับ หรือมากกว่า 1% ติดต่อกัน 2 ปี (ข้อมูลจาก World Trade Organization)
ถ้าไทยเรารวยแล้วจริงๆ จะไม่ว่าเลย หรือส่งออกมากจริงๆ ก็ไม่ว่าเช่นกัน แต่ทั้งรายได้ gdp และการส่งออก ๗๐ ปซ. นั้นมันอยู่ในมือของคนต่างชาติ ไม่ใช่ของคนไทย ...เราเลยกลายเป็นรวยแต่เขือครับ
การถูกตัด gpt จะส่งผลเสียต่อสินค้าส่งออกที่ผลิตโดยโรงงานคนไทย เช่น ข้าว อาหารทะเล ดอกไม้ประดิษฐ์ เสื้อผ้าอาภรณ์ เพราะคู่แข่งมักมาจากประเทศจนๆ ที่ได้รับสิทธิ gpt (เช่นเวียตนาม ฟิลิปินส์ เมกาใต้) อีกทั้งเงินบาทก็แข็ง โรคซ้ำกรรมซัดจริงๆ ผู้ส่งออกไทยวันนี้
ส่วนพวกโรงงานต่างชาติเขาส่งออกรถยนต์ เครื่องจักร เขากระทบน้อยมากเพราะสินค้าเขาก็ต้องแข่งกับประเทศที่รวยๆ ซึ่งต้องเสียภาษีขาเข้าเต็มพิกัดอยู่แล้ว สำหรับเงินบาทแข็งตัว เขาก็เดือดร้อนน้อย เพราะเวลาเขาขายเขาคงไม่รับเงินไทย แต่รับเป็นดอลลาร์ เยน ไปเลย เนื่องจากต้องเอาไปใช้ในประเทศแม่ของเขา
เมื่อไรรัฐบาลไทย (โดยการชี้แนะหรือไม่ชี้ของนักวิชาการไทย) จะเลิกโง่เขลาเบาปัญญากันเสียทีหนอ
...คนถางทาง (๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๖)