ประมวลกฏหมายอาญา ความผิดฐานหมิ่นประมาท

มาตรา 326* ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
*[มาตรา 326 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2535 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535]

มาตรา 327  ผู้ใดใส่ความผู้ตายต่อบุคคลที่สาม และการใส่ความนั้นน่าจะเป็นเหตุให้บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้ตายเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษดังบัญญัติไว้ในมาตรา 326 นั้น

มาตรา 328* ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฎไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียง บันทึกภาพ หรือบันทึกอักษรกระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท
*[มาตรา 328 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฏหมายอาญา (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2535 ลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2535]

มาตรา 329  ผู้ใดแสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต
(1) เพื่อความชอบธรรม  ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม
(2) ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่
(3) ติชม ด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำ หรือ
(4) ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม เรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในศาลหรือในการประชุม
ผู้นั้นไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

มาตรา 330  ในกรณีหมิ่นประมาท ถ้าผู้ถูกหาว่ากระทำความผิด พิสูจน์ได้ว่าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ
แต่ห้ามไม่ให้พิสูจน์ ถ้าข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน

มาตรา 331  คู่ความ หรือทนายความของคู่ความ ซึ่งแสดงความคิดเห็น หรือข้อความในกระบวนพิจารณาคดีในศาลเพื่อประโยชน์แก่คดีของตน ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท

มาตรา 332  ในคดีหมิ่นประมาทซึ่งมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดศาลอาจสั่ง
(1) ให้ยึด และทำลายวัตถุหรือส่วนของวัตถุที่มีข้อความหมิ่นประมาท
(2) ให้โฆษณาคำพิพากษาทั้งหมด  หรือแต่บางส่วนในหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับหรือหลายฉบับ ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา

มาตรา 333  ความผิดในหมวดนี้เป็นความผิดอันยอมความได้
ถ้าผู้เสียหายในความผิดฐานหมิ่นประมาทตายเสียก่อนร้องทุกข์ ให้บิดามารดา คู่สมรส หรือบุตรของผู้เสียหายร้องทุกข์ได้ และให้ถือว่าเป็นผู้เสียหาย

http://www.msd.bangkok.go.th/law%20arya.html



เรื่องที่ 3.1ข้อยกเว้นความผิดฐานหมิ่นประมาท

การกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทกฎหมายมีข้อยกเว้น  ดังนี้ 1. ข้อยกเว้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่  5 พุทธศักราช  2538  มาตรา 131 และ 132ซึ่งมีใจความว่า   ในที่ประชุมวุฒิสภาก็ดี ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรก็ดี ที่ประชุมร่วมกันของ รัฐสภาก็ดี สมาชิกผู้ใดจะกล่าวถึงถ้อยคำใดๆ ในทางลบข้อเท็จจริง หรือแสดง ความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด ผู้ใดจะนำ ไปฟ้องร้องว่ากล่าวสมาชิกผู้นั้นในทางใดมิได้   เอกสิทธิ์ตามข้างต้นไม่คุ้มครองสมาชิกผู้กล่าวถ้อยคำในการประชุมที่มีการ ถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ หากถ้อยคำที่กล่าวในที่ประชุม ไปปรากฎนอกบริเวณรัฐสภาและการกล่าวถ้อยคำนั้นมีลักษณะเป็นความผิดทาง อาญาหรือละเมิดสิทธิในทางแพ่งต่อบุคคลอื่น   เอกสิทธิ์ข้างต้น ย่อมคุ้มครองไปถึงผู้พิมพ์และโฆษณา รายงานการประชุม ตามข้อบังคับของรัฐสภา วุฒิสภา หรือสภาผู้แทนราษฎรแล้วแต่กรณีและ คุ้มครองไปถึงบุคคลซึ่งประธานในการที่ประชุมอนุญาตให้ลบข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น ในที่ประชุมตลอดจนผู้ดำเนินการถ่ายทอดการประชุม สภาทางวิทยุกระจายเสียงหรือวิทยุโทรทัศน์ ที่ได้รับอนุญาตจากประธานแห่ง สภานั้นด้วยโดยอนุโลม   ข้อยกเว้นข้างต้นนี้เป็นข้อยกเว้นโดยเด็ดขาด  ซึ่งหากมีการหมิ่นประมาท เกิดขึ้นในการประชุมสภา ก็ไม่ต้องรับผิดแต่อย่างไรก็ดี ถ้ามีการ่ายทอดทางวิทยุ โทรทัศน์ ก็ไม่เข้าข้อยกเว้นยังคงต้องรับผิดอยู่ เหตุผลเพราะบุคคลผู้ถูกหมิ่น ประมาทนั้นไม่สามารตอบได้หรือแก้ข้อกล่าวหาในที่ประชุมได้นั่นเอง

2.  แสดงความคิดเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต   การแสดงความคิดเห็น หรือข้อความใด ๆ ถ้าได้กระทำโดยสุจริตแล้ว ก็จะไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทแม้จะเป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม ทำให้ผู้ถูกใส่ความนั้นเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือูกเกลียดชังก็ตาม   การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความนั้นต้องเป็นการกระทำโดยสุจริต หมายความว่า ผู้กระทำกล่าวโดยเชื่อว่าเป็นความจริงโดยมีเหตุผลประกอบ ดังต่อไปนี้

 2.1  เพื่อความชอบธรรม  ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับ ตนตามคลองธรรม   2.2  ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่   2.3  ติชมด้วยความเป็นธรรม  ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใด อันเป็นวิสัยของ ประชาชนย่อมกระทำหรือ   2.4  ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม เรื่องการดำเนินการอันเปิดเผย ในศาล หรือในการประชุม

  ถ้าได้กระทำโดยสุจริตมีเหตุผลประการใดประการหนึ่งไม่มีความผิด ฐานหมิ่นประมาท   ถ้ากล่าวโดยรู้อยู่แล้วว่าไม่เป็นความจริงหรือเป็นเรื่องเท็จก็เป็นการ กระทำโดยไม่สุจริตยังคงมีความผิดฐานหมิ่นประมาท


ตัวอย่างตามที่ศาลได้เคยพิพากษา  

- บรรณาธิการเขียนข้อความลงหนังสือพิมพ์ว่าโจทก์โกงเพราะไม่พอใจ ที่โจทก์ขัดขืนไม่ยอมจ่ายเงินสวัสดิการของโรงพิมพ์ให้เป็นสาเหตุส่วนตัว ไม่ได้รับความคุ้มครองเป็นความผิด   - โจทก์  จำเลยสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกเทศบาลจำเลยพิมพ์ใบปลิว โฆษณาออกแจกจ่าย มีความว่าโจทก์ทำการค้ากับร้านสหกรณ์ รับเหล้าและ บุหรี่ไปขายแล้วไม่นำเงินมาให้ร้านสหกรณ์ และจ่ายเช็คไม่มีเงินให้จำเลยเข้า ไปรับงาน ผู้จัดการภายหลังรู้เรื่องขึ้นจึงมาฟ้องร้องดำเนินคดี เรียกเงินให้ร้าน สหกรณ์สำเร็จ ขณะนี้โจทก์ยังคงผ่อนชำระให้ร้านสหกรณ์ตามคำสั่งศาลอยู่ ดังนี้  ส่อให้เห็นเจตนาของจำเลยว่าต้องการใส่ความโจทก์หาใช่เป็นการแสดง ความคิดเห็นโดยสุจริตไม่   - ส่งข่าวไปลงหนังสือพิมพ์เป็นข้อความยืนยันที่เข้าใจได้ว่าโจทก์ร่วมให้ ประชาชนกู้เงินโดยวิธีการขูดรีดผู้กู้  ถึงขนาดทำให้เจ้าพนักงานของรัฐยึดเอา เอกสารไปทำการสอบสวนได้ความจริงตามที่ชาวบ้านร้องเรียนว่าโจทก์ร่วม เป็นนายทุนเงินกู้ขูดรีดชาวบ้านโดยไม่เป็นธรรม ข้อความหมิ่นประมาท ดังกล่าวตัดสินว่าไม่ใช่ข้อความที่แสดงความคิดเห็นโดยบริสุทธิ์ หรือไม่มี เจตนาร้ายต่อโจทก์ร่วม   - กล่าวถ้อยคำต่อลูกบ้านของโจทก์ว่าโจทก์ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านเป็นคน ไม่ดี ไม่มีศีลธรรมผู้ใหญ่บ้านหมา ๆ บ้า ๆ ฯลฯอย่างนี้ไม่ควรเป็นผู้ใหญ ่บ้านต่อไป  เพราะราษฎรจะได้รับความเดือดร้อน แต่จำเลยมิได้อ้างถึง ข้อความจริงอันใดทำให้จำเลยแสดงความคิดเห็นเช่นนั้น ทั้งผู้ได้ยินได้ฟัง ก็มิได้รู้ถึงความจริงอันควรจะเชื่อหรือไม่ว่าเป็นดังที่จำเลยกล่าว แต่จำเลย ยืนยันข้อเท็จจริงให้ผู้ฟังเชื่อว่าโจทก์เป็นคนไม่ดี ไม่มีศีลธรรม และยังซ้ำเติม ถึงขนาดว่าไม่ควรเป็นผู้ใหญ่บ้านจึงไม่ใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือ ข้อความโดยสุจริต   -  หญิงอยู่ในความปกครองของจำเลย และได้เสียกับจำเลยต่อมาหญิง นั้นตามชายไป ชายที่พาหญิงนั้นไปให้คนไปบอกจำเลย จำเลยกล่าวว่า หญิงนั้น เป็นเมียจำเลย จำเลยไม่เอาความตัดสินว่า  จำเลยกล่าวตามที่จำเลยรู้สึกซึ่งคิดเห็น โดยสุจริตไม่มีความผิด   นอกจากจะต้องเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริตแล้วต้อง เป็นกรณีใด กรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย

  2.1  เพื่อความชอบธรรม  ป้องกันตนหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตน ตามคลองธรรม   เพื่อความชอบธรรม  หมายความว่า เพื่อความถูกต้อง ไม่จำเป็นต้อง ถูกต้องตามกฎหมายแต่เป็นการถูกต้องในความคิดของคนทั่วๆ ไปก็เพียงพอ เพื่อป้องกันหรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนหมายความว่า เพื่อป้องกันมิให้ ความเสื่อมเสียเกิดขึ้นแน่นอนจึงจำเป็นต้องตอบโต้

ตัวอย่างที่ศาลเคยพิพากษาว่าไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท   

-  พระ 11 รูป  แสดงตนเป็นโจทก์ตามพระธรรมวินัย กล่าวโทษพระใน ที่ชุมนุมสงฆ์โดยสุจริตว่าเสพเมถุนกับหญิง โดยมีเหตุให้ผู้กล่าวเข้าใจว่าพระผู้ ถูกกล่าวหาทำความเสี่อมเสียที่วัดและพระในวัดเดียวกันได้รับยกเว้นความผิด   

-  พ.  ข้าราชการตำรวจถูกสอบสวนทางวินัย พ. ชี้แจงต่อกรรมการผู้ สอบสวนว่า ล. แบล็กเมล์  พ. ด้วยการกล่าวหานั้นเป็นการกล่าวโดยสุจริต ตามข้อยกเว้นนี้ แม้เป็นคำกล่าวยืนยัน   

-  ผู้จัดการปิดประกาศไว้ที่แผ่นประกาศโฆษณาของบริษัทว่าโจทก็ได้ ถูกห้ามไม่ให้เข้ามาในบริษัท ไม่ว่าเข้ามาติดต่อการงานใด ๆ เพราะโจทก์ซึ่ง เป็นอดีตผู้จัดการฝ่ายเคมีได้ทำผิดระเบียบทำให้บริษัทเสียหายเป็นการแสดง ข้อความโดยสุจริตป้องกันประโยชน์ของบริษัทโดยปรากฎว่าโจทก์ติดต่อให้ บริษัทที่โจทก์ไปทำงานใหม่ ขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นคู่แข่งของบริษัทจำเลย   

-  ส.  ผู้ใหญ่บ้านเรียกเงินจาก อ. อ. จึงพูดกับกำนันว่า ส.ไม่มีศีลธรรม ไม่ซื่อตรงจะกินเงินผมดังนี้เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อความชอบ ธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนเองมาตรา 329   

-  แพทย์ในโรงพยาบาลทำหนังสือร้องเรียนต่อผู้อำนวยการกองว่าผู้ อำนวยการโรงพยาบาลรับสินบนและบกพร่องทางศีลธรรมทางชู้สาวผิดวินัย อาจทำให้ราชการเสียหายกระทำโดยสุจริตจากฐานความจริงและพฤติการณ์ของ โจทก์ทำให้จำเลยเข้าใจเช่นนั้นเป็นการทำเพื่อความชอบธรรมป้องกันตามคลอง ธรรมและติชมตามปกติวิสัย   

-  จำเลยเป็นภริยาอยู่กินกับ ท. มีบุตร 2 คน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก. มีสัมพันธ์กับ ท. ในทำนองชู้สาว จำเลยพูดกับ ก. ต่อหน้าคนอื่นว่า “คุณเป็น ข้าราชการจะแย่งผัวฉันดูซิว่าจะมีผิดไหม” โดยเป็นการพูดด้วยความหึง โดย สุจริตป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนด้วยความชอบธรรม   

-  น. ลงประกาศหนังสือพิมพ์ว่า บริษัท ก. ข. และ ค. ผลิตรองเท้ายาง ละเมิดสิทธิ์เครื่องหมายการค้า ทำรองเท้ายางปลอมโดยใช้ตราดาวของ น. ประทับบนพื้นฐานรองเท้าหลอกลวงประชาชน น. ได้นำตำรวจจับดำเนินคดี แล้ว เป็นการตามความจริงเพื่อป้องกันประโยชน์ของ น.ได้รับยกเว้น   

-  หนังสือพิมพ์ของโจทก์ลงรูปจำเลย ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยรวมอยู่ในหมู่ผู้ร้าย ทำให้คนเข้าใจว่าจำเลยเป็นคนประเภทเดียวกัน จำเลยจึงกล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่าบรรณาธิการทำอย่างนั้นจิตใจเลวทรามต่ำ ช้ามาก ไอ้คนปัญญาทราม เป็นการป้องกันส่วนได้เสียโดยสุจริตตามคลองธรรม   

-  ป.  ทนายความ ช. ผู้จัดการแผนกเช่าซื้อเรื่องรถยนต์ที่ลูกความของ ป. เช่าซื้อ ช. กล่าวว่า ป. เป็นทนายความไม่รีบรักษาประโยชน์ของลูกความจะโทษ ช. ไม่ได้ เป็นการกล่าวในหน้าที่การงานเพื่อความชอบธรรมป้องกันตน   

-  พฤติกรรมของโจทก์ซึ่งเป็นนายตำรวจทำให้จำเลยเข้าใจว่าจะให้บุตร จำเลยยอมรับค่าทำขวัญในคดีที่บุตรสะใภ้จำเลยถูกฆ่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรม จำเลยจึงเล่าเรื่องให้คนเขียนข่าวหนังสือพิมพ์ทราบ จำเลยไม่มีความผิด   

-  มีผู้บอกเล่าจำเลยว่า โจทก์กับพวกว่าจ้างให้เขามาฆ่าจำเลยแต่ไม่ให้ ค่าจ้างล่วงหน้าจึงโกรธ เลยมาเล่าเรื่องให้จำเลยฟัง จำเลยจึงไปแจ้งความตำรวจ เป็นการกระทำตามกฎหมาย เพื่อให้เจ้าพนักงานสืบสวนจับกุมโจทก์กับพวก ดำเนินคดีและเพื่อขอให้ตำรวจช่วยคุ้มครองความปลอดภัยแก่ตัวจำเลยไม่มี ความผิด

ตัวอย่างคำพิพากษาศาลแสดงว่าไม่เป็นการกล่าวข้อความโดยสุจริตเพื่อ ความชอบธรรม หรือป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม   

- โจทก์เป็นทนายความของ อ. ในคดีที่ อ. ฟ้อง ส. เรื่องเช็คไม่มีเงิน จำเลย อ้างว่าเป็นเจ้าหนี้ ส. พูดกับ อ. ว่า ทนายของ อ. คือ โจทก์เอาเงินของ ส. มาแล้ว ไม่เอามาให้ อ. จึงตกลงเลิกคดีกันไม่ได้ ดังนี้ไม่เป็นการแสดงความชอบธรรม ป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับงาน   

- ทนายความของ จ. กล่าวว่า ย. เป็นคนโกงเอาสัญญาปลอมมาฟ้อง จ. จะต้องฟ้อง ย. ให้ติดคุก เป็นคำยืนยันไม่ใช่แสดงความคิดเห็นไม่เข้าข้อยกเว้น   

- ดำสงสัยว่า แดงลักทรัพย์ จึงแจ้งความต่อตำรวจและปรึกษาทนายความ แล้วเที่ยวพูดอยู่ร่ำไปว่าแดงลักทรัพย์เป็นความผิดไม่ต้องด้วยข้อยกเว้น   

- เขียนจดหมายถึงคนหลายคนว่าหญิงที่จะแต่งงานกับผู้อื่นได้เสียกับตน และชายอื่นไม่ได้รับการยกเว้นตามนี้   

- สามี ข. ไปดูภาพยนตร์กับ ส. รุ่งขึ้น ช. บอกมารดาและป้าของ ส. ว่า ส. ได้เสียกับ ช. ที่ใต้ต้นลำพู และใต้ถุนบ้าน ไม่ได้รับยกเว้น   

- ด. ให้หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่า จำเลยแจ้งความเท็จว่า อ.ลักทรัพย์ ความจริง อ. ไม่ต้องรับผิดในหนี้ร่วมกับจำเลย จำเลยลงหนังสือพิมพ์ว่า ด. เป็นเมียจำเลย ทำให้สามี ด. เข้าใจผิดไม่เป็นข้อแก้ตัว

  2.2 ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติการตามหน้าที่   

- การที่จะเข้าหลักเกณฑ์ข้อนี้ ต้องเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายหากไม่ใช่ เจ้าพนักงาน เช่น ผู้จัดการธนาคารย่อมจะใช้สิทธิตามข้อนี้ไม่ได้

ตัวอย่างที่ศาลเคยพิพากษา   

- สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจอำเภอ กล่าวในที่ประชุมราชการอำเภอประจำ เดือนว่า โจทก์ตั้งบ่อนการพนันเลี้ยงโจร ขอให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านสอดส่อง เป็น การกล่าวตามหน้าที่ราชการไม่ผิด   

- ผู้ว่าการท่าอากาศยาน ตอบหนังสือกองทัพอากาศว่าโจทก์ถูกปลดเพราะ ต้องหาว่าลักทรัพย์ของการท่าอากาศยานเป็นการแสดงข้อเท็จจริงโดยสุจริตของ เจ้าพนักงานตามหน้าที่ไม่ผิด   

- ข้าราชการที่ไม่ใช่ผู้บังคับบัญชากันตามสายงานทำหนังสือกล่าวโทษต่อ ผู้ว่าราชการจังหวัด ส่งสำเนาไปยังปลัดกระทรวงไม่ใช้เจ้าพนักงานปฏิบัติการ ตามหน้าที่    

2.3 ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลหรือสิ่งใดอันเป็นวิสัยประชาชน ย่อมกระทำหมายความว่า เป็นการกล่าวโดยผู้พูดเข้าใจว่าถูกต้องและสมควร ตามความรู้สึกของคนทั่วไปแต่ต้องไม่ใช่แกล้งกล่าวบิดเบือนเสียดสี ยั่วยุ   

- ที่ว่าอันเป็นวิสัยของประชาชนย่อมกระทำหมายความว่าเป็นเรื่องที่ ประชาชนสนใจและสมควรวิจารณ์ได้

ตัวอย่างที่ศาลเคยพิพากษา   

- คฤหัสถ์กล่าวในที่ประชุมสงฆ์ และคฤหัสถ์ก็ว่า พระ ช.จับข้อมือ ง. กอดขึ้นนั่งบนตัก กล่าวทำนองประจาน ไม่สุจริตไม่เป็นข้อแก้ตัว   

- พระธุดงค์เข้าไปอยู่ในป่าช้า เจ้าอาวาสไล่ ราษฎรพอใจบ้างไม่พอใจบ้าง ล. กล่าวต่อหน้าประชาชนว่า หลวงพ่อวัดนี้เอาประชาชนบังหน้า ต่อต้านพระที่ ป่าช้า ล. กล่าวตามความคิดของตน ในพฤติการณ์ที่ประชาชนรู้กันทั่วไป ไม่ใช่ เรื่องส่วนตัว ประชาชนมีสิทธิแสดงความคิดเห็นได้ ถ้อยคำไม่รุนแรงเป็นการติ ชมด้วยความเป็นธรรมตามวิสัยของประชาชน ไม่ผิดหมิ่นประมาท   

- แจกใบปลิวในการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลกล่าวถึงคู่แข่งขัน ว่าค้ากับสหกรณ์รับของไปขายแล้วไม่ใช้ราคาออกเช็คไม่มีเงินในธนาคารถูกฟ้อง ศาลตัดสินให้ใช้เงินยังผ่อนใช้ไม่หมด ไม่เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต   

- ส. เป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาบาล กรรมการหมู่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่ บ้านค. เป็นนายอำเภอผู้บังคับบัญชาของ ส.ส. พูดที่ร้านด้วยจึงพูดว่า ผมทำ อะไรให้คุณ ส. ตอบว่าเพราะค. ไม่เป็นประชาธิปไตยบังคับผู้ใต้บังคับบัญชา ให้ลงคะแนนเลือกตั้งคนที่ตัวชอบ ถ้าไม่เลือกก็ไม่ขึ้นเงินเดือนให้ ไม่ทำตามที่ พูดไม่ขาวสะอาดซึ่งข้อความเหล่านี้เป็นจริงตามที่ ส. กล่าวเพราะ ค. ว่าจะสั่ง ปูนซิเมนต์ มาให้ใช้ในการทำทำนบแล้วไม่สั่งมากลับเอาเงินไปใช้การอย่างอื่น ซึ่ง ส.  ไม่รู้เป็นการกล่าวโดยสุจริต อันเป็นการติชมตามวิสัยของประชาชน ตามมาตรานี้   

- ในคราวประสบวาตภัย ราษฎรได้รับแจกผ้า บกพร่องไม่เรียบร้อย ร. จึง พูดว่า “ไม่ยุติธรรม” แล้วไปร้องเรียนต่อนายอำเภอและเล่าแก่บรรณาธิการ ซึ่ง ได้นำไปลงหนังสือพิมพ์วินิจฉัยว่ามีเหตุให้ราษฎรธรรมดา คิดว่าผู้แจกผ้ากระทำ การโดยไม่เป็นธรรมจึงเล่าเรื่องแก่บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ตามเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นการติชม ด้วยความเป็นธรรมตามวิสัยของประชาชน ไม่เป็นความผิดตาม มาตรานี้   

- จำเลยเกิดความเข้าใจผิดกับโจทก์ซึ่งเป็นนายตำรวจ พูดรุนแรงกับจำเลย จำเลยส่งข้อความไปลงหนังสือพิมพ์ ถึงอธิบดีกรมตำรวจเพื่อความชอบธรรมได้ ข้อความที่กล่าวของรัฐบาลให้ผู้ใหญ่ตักเตือนให้ตำรวจสุภาพเข้ากับประชาชนได้ เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมดาตามมาตรานี้   

- หนังสือพิมพ์ลงข้อความว่าโจทก์เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดประพฤติตน เป็นคนไร้ศีลธรรมมีส่วนพัวพันจ้างคนฆ่านักข่าวใช้อำนาจในทางที่ผิดคือไม่ได้ ว่ากล่าวติชม ด้วยความเป็นธรรมตามวิสัยหนังสือพิมพ์ พึงกระทำ

  2.4 ในการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรม เรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยใน ศาลหรือในการประชุม หมายความว่า แจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นในศาลหรือในการ ประชุมแต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปด้วยความเป็นธรรม จึงจะไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท 

ตัวอย่างเช่น   

-  หนังสือพิมพ์ลงข่าวแถลงของนายกเทศมนตรีต่อที่ประชุมเทศบาล อันเป็นเรื่องการอันเปิดเผยในการประชุม โดยสุจริตและด้วยความเป็นธรรม ไม่เป็นผิดฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 369

3.  คู่ความหรือทนายความของคู่ความซึ่งแสดงความคิดเห็นหรือข้อความ ในกระบวนพิจารณาของศาล เพื่อประโยชน์แก่คดีของตนไม่มีความผิดฐาน หมิ่นประมาท   

ศาล  หมายความถึง  ศาลยุติธรรมที่พิจารณาคดี   คู่ความ  คือ  โจทก์ หรือจำเลยในคดี   ทนายความ  คือ  ผู้ที่เป็นทนายความในคดี   กระบวนพิจารณาคดี  หมายถึง การกระทำในศาล  ซึ่งเกี่ยวด้วยคดี  ซึ่ง ได้กระทำไปโดยคู่ความ  ศาล  หรือทนายความการแสดงความคิดเห็นที่จะ ไม่เป็นฐานะหมิ่นประมาท  ในข้อนี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในคดีต้องเกี่ยว ด้วยประเด็นที่จะพิจารณาคดีว่านอกเรื่องหรือเป็นเรื่องอื่นก็ผิดฐานหมิ่นประมาท 

ตัวอย่างเช่น   

- ทนายความซักค้านพยาน  ถามพยานซึ่งเป็นหญิง เมื่ออัยการตามประเด็น ไปสืบว่าได้นอนมุ้งเดียวกับพยานใช่ไหมเพื่อให้ศาลวินิจฉัยชั่งน้ำหนักคำพยาน ไม่มีความผิด   

- โจทก์ฟ้องหย่าสามี กล่าวในคำฟ้องว่าสามีเลี้ยง ก. เป็นภรรยาไม่เป็น หมิ่นประมาท ก.

เรื่องที่  3.2  การพิสูจน์ความจริงในเรื่องหมิ่นประมาท

  ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้นแม้ข้อความที่หมิ่น ประมาทนั้นจะเป็นความจริงก็ตาม ก็ยังคงมีความผิดถ้าได้เป็นเหตุให้มีการเสื่อม เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง   แต่อย่างไรก็ดี ในบางกรณีหากผู้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทสามารถ พิสูจน์ได้ว่าข้อความที่กล่าวนั้นเป็นความจริงก็ไม่ต้องรับโทษ   ในเรื่องนี้ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา  330ว่า   “ในกรณีหมิ่นประมาท  ถ้าผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดพิสูจน์ได้ว่า ข้อที่หาว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นความจริง ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ "   แต่ห้ามมิให้พิสูจน์ถ้าข้อหาที่ว่าเป็นหมิ่นประมาทนั้นเป็นการใส่ความ ในเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์จะไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน   หมิ่นประมาทเรื่องจริงก็ผิดกฎหมาย แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าที่หมิ่นประมาทนั้น ไม่ใช่หมิ่นประมาทในเรื่องส่วนตัว และถ้าพิสูจน์ว่าเป็นเรื่องจริงจะเป็น ประโยชน์แก่ประชาชนไม่ต้องรับโทษฐานหมิ่นประมาท   เรื่องส่วนตัว  หมายถึง  เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงานของผู้ถูกหมิ่น ประมาท เช่น นายอำเภอเป็นเสือผู้หญิง ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ราชการ   เป็นประโยชน์กับประชาชน  หมายถึง  ประชาชนต้องมีส่วนได้เสียหรือ มีสิทธิที่จะรับทราบ  เช่น เรื่องความประพฤติของราชการหน้าที่การเมือง

ตัวอย่างที่ศาลเคยพิพากษา   

-  กล่าวว่านายอำเภอไม่เป็นประชาธิปไตย บังคับผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาให้ เลือกคนที่ตนชอบเป็นสาธารณประโยชน์เพราะการเลือกตั้งต้องเป็นไปโดย สมัครใจ   

-  ว่าตำรวจชอบเห็นแก่เล็กแก่น้อย รับสินบนนำสืบความจริงได้ เป็น ประโยชน์แก่ประชาชน   

-  กล่าวว่าพระเข้าหานางชีที่ห้องวิปัสสนา  ศาลวินิจฉัยว่าข้อหาที่พระ ภิกษุอาวุโสทำลามกมัวหมองแก่ศาสนา  ถ้าเป็นความจริงก็เป็นประโยชน์แก่ ประชาชน พิสูจน์ความจริงได้   

-  หนังสือพิมพ์ลงข้อความว่า จ. ซึ่งเป็นนายกเทศมนตรีและทำการค้า ออกเช็ค 1 ล้านบาท ไม่มีเงินธนาคารงดจ่ายเงิน เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับ หน้าที่การงานในตำแหน่งนายกเทศมนตรีอันจะถือได้ว่าเป็นประโยชน์แก่ ประชาชนจำเลยนำสืบว่าเป็นความจริงเพื่อไม่ต้องรับโทษได้   

-  ร้องทุกข์ต่อตำรวจว่าโจทก์ยักยอก ตำรวจออกหมายจับโจทก์แล้ว จำเลยรู้ดีว่าโจทก์รับราชการมีอยู่แน่นอนนำจับได้ง่าย  แต่จำเลยลงรูปถ่าย และประกาศจับโจทก์  ในหนังสือพิมพ์รายวัน เป็นผิดมาตรา 328  เป็นเรื่อง ส่วนตัวไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน   อนึ่งในคดีหมิ่นประมาทซึ่งมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดศาลอาจสั่ง ให้ยึดและทำลายวัตถุหรือส่วนของวัตถุที่มีข้อความหมิ่นประมาทได้ เช่น ทำลายประกาศข้อความหมิ่นประมาทได้   นอกจากนี้  ศาลยังอาจสั่งให้โฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดหรือ แต่ บางส่วนในหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับหรือหลายฉบับ ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ดังที่เห็นได้บ่อย ๆ ตามหนังสือพิมพ์ทั่วไป 

from: www.thaijustice.com
หัวข้อสนทนา :  คำพิพากษาฎีกาคดีหมิ่นประมาทฎีกาที่ 448/2489 กล่าวรวมๆ ถึงพระทั้งวัด ถือเป็นการกล่าวเจาะจงพระทุกรูปในวัดแล้ว

ฎีกาที่ 1142/2516 การที่จำเลยพูดว่า "ตุ๊ อย่าเอาไม้ไปแหย่ขี้เลย" ในขณะที่โจทก์กำลังโต้เถียงกับนายตุ๊สามีจำเลย แม้คำว่า "ขี้" จะหมายถึงตัวโจทก์ แต่เป็นถ้อยคำเปรียบเทียบที่ไม่สุภาพเท่านั้น จำเลยไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์

ฎีกาที่ 619/2517 การกระทำซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง อันเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น ต้องถือตามความรู้สึกนึกคิดของบุคคลธรรมดาทั่วไป มิใช่แต่ถือเอาความรู้สึกของผู้ที่อ้างว่าตนเป็นผู้เสียหาย

ฎีกาที่ 621/2518 กล่าวว่าหญิงเป็นคนสำเพ็งไม่ดี 5 ผัว 6 ผัว แม้นกล่าวด้วยความหึงหวงสามีมิให้คบกับหญิงนั้น ก็ผิดมาตรา 326

ฎีกาที่ 1348/2519 ลงพิมพ์ข้อความหมิ่นประมาทว่าเป็น "สาวก้นแฉะ" ใส่ความว่าประพฤติไม่ดีชอบร่วมประเวณีกับชายไม่เลือก เป็นหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

ฎีกาที่ 1590/2521 ฟ้องหย่าสามี ระบุในฟ้องว่าได้เสียเลี้ยงหญิงอื่น คือโจทก์เป็นภริยา เป็นคำกล่าวในกระบวนพิจารณา และใช้สิทธิทางศาล ไม่ปรากฎว่ากระทำโดยไม่สุจริต ไม่ผิดฐานหมิ่นประมาท

ฎีกาที่ 2371/2522 พูดถึงหญิงที่ทำงานสำนักงานที่ดินว่า "กระหรี่ที่ดิน" กระหรี่หมายความว่าหญิงโสเภณี หรือหญิงค้าประเวณี แม้จำเลยจะไม่ได้กล่าวรายละเอียดว่าค้าประเวณีกับใคร ประพฤติสำส่อนในทางเพศกับใครบ้าง เป็นคำหมิ่นประมาทแล้ว