บ่าย 3 โมงเศษของวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม 2548 "วันตำรวจแห่งชาติ" ขณะที่ฝนกำลังตก ผมมีภาระกิจที่จะต้องออกไปนอกอาคารที่ทำงานโดยรถยนต์ ด้วยความที่รีบร้อนไม่ดูตาม้าตาเรือ(มาจากการเล่นหมากรุก)  ผมถอยรถกระบะออกจากซองโดยให้ท้ายรถเบี่ยงไปทางซ้าย รู้สึกว่าท้ายรถกระทบอะไรแข็ง ๆ พอหันไปมองก็เป็นรถเก๋งโตโยต้า จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นรถคุ้นตา รู้สึกว่าทำไมรถคันนี้ถึงได้มาจอดซ้อนคัน (จอดหลังรถคันทึอยู่ทางซ้ายมือของผม) แต่ผมจะรีบไปธุระเดี๋ยวค่อยมาว่ากัน เลยไม่ได้ลงมาดู พอผมกลับรถได้มองกระจกหลัง พบว่าท้ายรถกระบะซ้ายผมชนเข้าตรงบริเวณกลางประตูคนขับด้านขวา ยุบไปพอสมควร นึกได้อีกที "นี่มันรถหัวหน้าภาควชาชีววิทยา (ดร.สุริศักดิ์ ประสานพันธ์) นี่หว่า !"

     สักประมาณ 1 ชั่วโมงให้หลัง มีเสียงเรียกจากโทรศัพท์มือถือ มาจากเลขานุการภาค "คุณเพ็ญ" โทรมาถามว่า รถอาจารย์ชนรถหัวหน้าภาคฯ อาจารย์ไม่ทราบหรือ ผมบอกว่าทราบแต่จะไปธุระ หลังจากนั้นแบตเตอร๊หมด โทรศัพท์ดับไป สักครู่ผมโทรศัพท์ภายในติดต่อไปที่คุณเพ็ญ เธอบอกให้ผมโทรคุยกับหัวหน้าภาค ซึ๋งอยู่ในห้อง

      ผมโทรหาหัวหน้าภาค นึกว่าจะได้ยินเสียงตำหนิ แต่ได้ยินเสียงหัวเราะ หัวหน้าภาคบอกว่า "รถของผมมันไม่ได้ล้างมาหลายวัน พอเห็นฝนตกเลยจอดไว้กลางแจ้ง เพื่อให้ฝนมันชะล้างความสกปรกหน่อย" ผมเลยถามคล้าย ๆ ว่าจะให้ผมช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมไหม เพราะรถผมไม่มีประกัน หัวหน้าภาคก็บอกว่ารถตัวเองไม่มีประกันเหมือนกัน และจะรับผิดชอบค่าซ่อมเอง (คงเกรงใจผมมั้ง) เรื่องก็จบลงเพียงเท่านี้

      ตอนค่ำ ๆ ผมได้คุยกับรปภ ในเชิงว่า (ผมพูดคนเดียว) ปกติรถถ้ารถจอดซ้อนคัน รปภต้องห้ามจอด (เพราะเป็นหน้าที่ของรปภด้วย) แต่คงเห็นกับความเป็นหัวหน้าภาค และคิดว่าไม่เป็นไร คราวนี้พอผมถอยรถด้วยความเคยชินเลยไปชนเอาเข้า ซึ่งหากว่าผมจะผิด ก็ผิดเพราะว่าเวลาถอยรถไม่ดูข้างหลัง แต่ถ้าไม่มีรถต้นเหตุมาจอดก็คงไม่ชน (คิดตามหลัก เหตุและผล หรือ อิทัปปัจจยตา) ถ้าผมต้องรับผิดชอบก็รับผิดชอบแค่ครึ่งหนึ่งของค่าซ่อมจึงจะยุติธรรม

      แต่หัวหน้าภาคฯ คงคิดว่า (ผมคิดแทน) ตัวเองคิดแปลก ๆ เอารถมาให้เทวดาล้าง แล้วเกิดอุบัติเหตุ (ความไม่ตั้งใจ) เลยขอรับผิดชอบเองทั้งหมด.....เรื่องก็จบเท่านี้ (แต่อาจมีคนอื่นคิดแทนว่าไม่จบแค่นี้)

      เรื่องนี้ผมยกมาเป็นอุทาหรณ์ และคิดว่าหัวหน้าภาคคงไม่ตำหนิผม (เป็นคนใจกว้าง) ทำให้ผมนึกเรื่องมาตรการปลอดภัยไว้ก่อนของบริษัทที่ผมรู้จัก คือ ไทยเชลล์เอกพลอเรชั่นแอนด์โปรดักชั่นจำกัด ซึ่งเดี๋ยวนี้ ปตท สผ. ซื้อกิจการไว้ และทำธุรกิจแทน แต่ผมขอเรียกชื่อที่ผมเคยสัมผัสอยู่เดิมคือ "ไทยเชลล์"

      ที่บริษัทนี้มีมาตรการ "ปลอดภัยไว้ก่อน" ด้านการจอดรถและขับรถ ซึ่งปฏิบัติตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดลงมาเรื่อย ๆ   ตัวอย่างของมาตรการ เช่น ในการขับรถ เขาจะให้ปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศ คือ รถเก๋ง วิ่งได้ 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถ้าขึ้นรถแล้ว ทุกคนต้องรัดเข็มขัด หากมีคนเห็นว่าไม่คาดเข็มขัด ต้องถูกสอบสวนและเอาผิด

      การจอดรถในซอง ต้องเอาด้านท้ายรถเข้าจอด เพราะว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะต้องออกรถได้ทันที

     เห็นไหมครับว่าหากเราถอยรถเอาด้านท้ายเข้า เหตุการณ์ทั้งหมดที่ผมเล่ามาคงไม่เกิดขึ้น ผมว่าบริษัทฝรั่งเขามีจิตสำนึกเรื่อง "ความปลอดภัย" สูงกว่าคนไทยครับ 

     ใครจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้เชิญได้นะครับ.....