การออกเสียงอ่านภาษาอังกฤษของนายกปูที่มองโกเลีย

มีแนวโน้มพัฒนาขึ้นกว่าเดิม  คงเพราะซ้อมหลายเที่ยว ซึ่งผมไม่ได้คาดหวังนะว่าจะต้องพูดให้เพอร์เฟ็ค  พูดเพี้ยนๆ น่ะว่าไปแล้วดีเสียอีก  เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า  คนไทยไม่ได้เป็นทาสใครมาแต่อ้อนแต่ออก    แต่ถ้าลำบากเกินไปนัก ก็พูดไทยแล้วแปลล่ามมันไปเลย   เหมือนจีน  ญี่ปุ่น   เขาก็พูดภาษาเขาทั้งนั้นแหละ

ถ้าจะพูดอังกฤษอย่างน้อยการรออกเสียงต้องถูกจากลำคอต้องถูกเสียก่อน   สวนการกระดกลิ้น ห่อลิ้น ตวัดลิ้น  แลบลิ้นกัดฟันนั้นพออนุโลมกันได้

คำหนึ่งที่ผมสังเกตพบว่าคุณปูแกออกเสียงผิดคือ  คำว่า   effective  (แกพูดสองสามครั้งแน่ะ )  แกออกเสียงจากลำคอว่า   “เอฟ-เฟค-ทีฟ”  แสดงว่าในระหว่างซ้อม  แม้โคชเองก็ไม่ดัดเสียงให้ (แสดงว่าโคชก็เห็นด้วยกับการออกเสียงนี้)   อีกทั้งการเน้นเสียงก็เน้นที่พยางค์แรก  (เอฟ)

คำนี้ผมว่า น่าออกเสียงว่า  อี-เฟ็ค-ทิฟ    (การเน้นเสียง ที่ เฟ็ค)  

คำนี้คนไทยเรา แม้นักการทูตที่เราชื่นชม ศ.ดร.  แก่ๆที่ประดาแม่ยกยกย่อง  ก็มักออกผิด  (คือออกแบบคุณปู)  

มีคำหลายคำที่”คนเก่ง”ภาษาอังกฤษไทยยังออกเสียงผิด  เช่น  determine    vegetable   film fuel  (สองคำนี้ออกเสียงยากมาก)   Latin  Newton  Module   แม้แต่คำง่ายเช่น  cup  but   (ไม่ใช่ คัพ   บัท  นะ) 

ผมเคยล้อคนไทยด้วยกันที่ ดจร.  พูดว่า   ไอแอมโกอิ้งชอปปิ้ง   โดยผมถามกลับว่า   where is your axe?    (แล้วขวานอยู่ไหน)  ....(chop = ช็อป = ฟัน สับ  ....ออกเสียงต่างจาก shop = ไปซื้อของ )  

ตัว r ตัว l  เป็นปัญหาไม่แต่คนไทย  แต่ญี่ปุ่นด้วย  วันหนึ่งเพื่อนที่นาสาที่แผนกพากันไปกินอาหารกัน  (วันเกิดใครสักคน จำไม่ได้)  ผมเป็นโต้โผพาไปกินที่ร้านอาหารไทย  ฝรั่งทั้งโต๊ะ  มีต่างชาติสองคนคือผมกับเพื่อนญี่ปุ่น  พอถึงคิวสั่งของญี่ปุ่น เพื่อนสั่งว่า  I’d like to order “fly lice.”  (fried rice)     ...... พอสั่งเสร็จ ผมเพิ่งเห็นฝรั่งมันแซวกันหนักๆ   คือ เพื่อนอีกคนแซวญี่ปุ่นว่า  “เฮ้ย วันนี้เรามีคนสั่งอาหารจานแปลกว่ะ  เกิดมาเพิ่งเคยได้ยิน  เหาบินว่ะ  อาหารอะไรหว่า”   ...เล่นเอาหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง

ส่วนผมไม่มีใครแซว  เพราะผมสั่งเป็นภาษาไทย   ๕5ห้า  

  สำหรับคำฝรั่งที่ออกเสียงยากที่สุดสำหรับคนไทยเรา   ผมยกให้ corollary (เพราะตัว l ตัว r มันพันกัน   ทำให้ห่อและกระดกลิ้นไม่ทัน)  

...คนถางทาง (๙ พค. ๒๕๕๖)