บางครั้งสิ่งที่ทำไปเราคิดว่าเป็นความรัก ความหวง ความปกติที่น่าจะทำได้ แต่จริง ๆ แล้ว มันอาจจะเป็นผลร้ายในภายหลังโดยที่เราไม่รู้ตัวจริง ๆ

บันทึกมาเฟียพลังจิตก่อนหน้านี้ ยังเก็บความประทับใจไม่หมด เลยขอมาเติมในบันทึกนี้อีกครั้ง

จากเรื่องที่ได้อ่าน มีสิ่งที่อยากเก็บมาไว้สอนตัวเอง หรือเตือนใจคนที่ได้อ่านได้บ้างเกี่ยวกับเรื่องการคิด การแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ผมว่าก็ใช้ได้ทั้งนั้น ซึ่งในเรื่องของคนรักกัน มีสิ่งควรจะคิดตรึกตรองให้ดีก่อนที่จะทำอะไรออกไป

ในตอนหนึ่งของมาเฟียพลังจิต มะแม ได้แนะนำตัวละครให้ได้คิดว่า

"ความผิดพลาดที่สุดของผู้หญิงเรา ไม่ใช่ตอนส่งเสียงวี๊ดบาดแก้วหู แต่เป็นการส่งคลื่นรบกวนจิตใจไม่เลิกรา บางทีคลื่นรบกวนก็มากับคำพูดหรือเมสเสจที่ฟังดูดีนี่แหละ เสน่ห์ของเราอาจทำให้เขาทนได้นาน แต่วันหนึ่งการจับผิดซ้ำ ๆ จะเปลี่ยนแรงดึงดูดของเราให้กลายเป็นแรงกดดัน ผลักไสเขาออกห่างขนาดที่เราต้องใจหายเมื่อรู้ตัวในภายหลัง"

และ  "คนเราไม่จำว่าได้อะไรมาจากใคร แต่ฝังใจว่าเสียอะไรไปให้คนอื่น  โดยเฉพาะสำหรับคนธรรมดาคนหนึ่งแล้ว การถูกจับผิดอยู่ตลอดเวลา คือการเสียความเป็นตัวของตัวเองไปทั้งหมด หรือเท่ากับไม่มีชีวิตเป็นของตัวเองอีกเลย ถามตัวเองสิคะว่าถ้าคุณปายให้สิ่งมีค่าบางอย่างมา โดยมีข้อแม้ว่าคุณแจ๊บต้องยกทั้งชีวิตทั้งหมดให้เขาไป คุณแจ๊บจะยอมไหม?" (นั่นหมายความว่าทั้งความรู้สึกนึกคิดด้วย)

นี่คงเป็นอีกบทสนทนาหนึ่งที่ผมอยากบันทึกไว้สอนใจตัวเอง หรือเผื่อแผ่ถึงคนอื่น ๆ ที่ได้เข้ามาอ่าน บางครั้งสิ่งที่ทำไปเราคิดว่าเป็นความรัก ความหวง ความปกติที่น่าจะทำได้ แต่จริง ๆ แล้ว มันอาจจะเป็นผลร้ายในภายหลังโดยที่เราไม่รู้ตัวจริง ๆ 

เป็นอันว่าปิดฉากความประทับใจในเล่มนี้ แล้วจะนำสิ่งประทับใจในเล่ม ๒ มาบันทึกช่วยจำไว้อีกละกัน