สมศักดิ์ เป็นคนหนึ่งในหลายๆคนของน้องๆที่บริษัทที่จองรถคันแรกได้ สร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนทำงานอย่างเขา แม้จะเรียนมาน้อยแต่ด้วยความขยันทำงานล่วงเวลาแทบจะไม่มีวันหยุด และเก็บออม จนสามารถไปดาวน์รถกระบะคันงามมาได้
  นั่นถือว่าพวกเขาประสบความสำเร็จอีกขั้น หลังจากที่ตกลงผ่อนซื้อบ้านเอื้ออาทรเมื่อปลายปีที่แล้ว
  แต่ปัญหาที่ตามมาคือไม่มีที่จอดรถทั้งที่บ้านเอื้อฯและที่บริษัท หากวันไหนมาทำงานสายจะต้องจอดตากแดด ซ้อนคันกันเลยทีเดียว

   และเช้าวันหนึ่งผู้เขียนขับรถเข้าจอดที่จอดที่มีหลังคา ซึ่งเหลือให้จอดในส่วนของพนักงานอยู่เพียง 2 ที่ เลือกจอดข้างรถกระบะป้ายแดงคันหนึ่ง หลังดับเครือ่งยนต์และเปิดประตูก้าวลงจากรถ ก็ต้องตะลึงกับรอยขีดข่วนข้างตัวรถป้ายแดงที่จอดอยู่ข้างๆ และเมื่อเดินรอบตัวรถก็ยิ่งน่าตกใจไปอีกเพราะรถถูกขีดข่วนรอบคันเลยทีเดียว

   และเมือ่เดินสวนกับ สมศักดิ์ ที่กำลังรีบไปเข้างานล่วงเวลารอบเช้า จึงถามเขาไปว่ารถไปโดนขีดข่วนที่ไหนมา ปรากฏว่าเจ้าของรถกลับไม่รู้เรื่อง สมศักดิ์เล่าว่าไม่ได้สังเกตุ ตื่นขึ้นมาก็รีบมาทำงานกลัวไม่ทันเจ็ดโมงเช้า

   สมศักดิ์บอกว่าน่าจะโดนขูดข่วนที่ลานจอดรถบ้านเอื้อฯ เพราะเมื่อคืนไปจอดอีกที่หนึ่งอาจจะเป็นที่ๆคนอื่นจอดอยู่เป็นประจำ

   สมศักดิ์เล่าให้ฟังด้วยสีหน้าเสียใจ เสียความรู้สึกที่เจอกับเหตุการณ์นี้

   และนอกจากสมศักดิ์ แล้วยังมีกรณีอื่นๆอีกมากมายของน้องๆพนักงานที่อยู่บ้านเอื้ออาทร(ที่ดูจะไม่เอื้อาทรกันเสียเลย) ที่บางคนก็โดนชนโดนเฉี่ยวโดยไม่รู้คู่กรณี

   แล้วคุณจะรู้สึกยังไงหากเจอขีดข่วนแบบภาพนี้ (แม้เหตุการณ์จริงจะเป็นรอยขีดตามแนวยาวเป็นเส้นก็ตามแต่ก็รอบคัน)

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

   ข้อมูลจากกรมสรรพสามิต แจ้งว่ายอดส่งมอบรถคันแรกเมื่อเดือน มีนาคม 2556 ประมาณ 8 แสนคัน จากจำนวนที่ยื่นเข้าโครงการทั้งสิ้น 1.25 ล้านคัน

   เมื่อลองหลับตานึกถึงรถที่ถอยกันออกมากันทั้งหมด จะมีถนนให้วิ่งกันหรือไม่ และจะมีที่จอดรถกันยังไง

   อย่าให้เป็นแบบนี้เลย ...

 

อย่าให้เป็นแบบนี้...

อย่าให้เป็นแบบนี้...

และอย่าให้เป็นแบบนี้...

ขอบคุณภาพทั้งหมดจากอินเตอร์เน็ต