การฝากพวงมาลัยดอกมะลินี้ให้ถึงมือผู้รับ จักต้องใช้ความอุตสาหะพอประมาณ เพราะสาวน้อยเมื่อกาลก่อน ต้องตื่นแต่เช้ามืดไปฝึกหัด ขึ้นวอร์ดดูคนไข้ และต้องอยู่โยงบนตึกผู้ป่วยนั้น ๆ จนมืดค่ำ กินข้าวเช้า เที่ยง ค่ำเสร็จสรรพที่โรงพยาบาล เวลาที่จะมาเดินเล่นตามถนนหนทางในมหาลัย ไม่ถึงกับไม่มี แต่มีไม่มากนัก

มะลิเจ้าเอย

ฉันมีความหลังกับดอกมะลิ โดยเฉพาะดอกตูมที่ใช้ร้อยมาลัย 

"มาลัยขาวพวง" คือคำที่เหมาะสม เพราะฉันได้พบพวงมาลัยดอกมะลิตูมที่ร้อยเป็นวงกลมเรียบร้อย ดอกสีขาว 
หอมเย็นใจแต่ไร้เชิงไร้ชายพู่ห้อยด้วยดอกกุหลาบมอญสีแดงและดอกรักตามแบบฉบับพวงมาลัยทั่วไป

ฉันได้พบเพราะได้รับ มาลัยดอกมะลินี้แทบทุกวัน เมื่อกลับจากโรงพยาบาลหรือตึกเรียนของคณะฯ มาลัยขาวหอมน้อย ๆ วางรออยู่แล้วบนโต๊ะส่วนตัวในห้องพักในหอพักนักศึกษาที่แยกมาแล้วจากหอพักรวม

าจมาทางเพื่อนสนิท รูมเมท แม่บ้าน
เธอเหล่านั้นบอกฉันสั้น ๆ ว่า "มีคนฝากมาให้"

แปลกที่ว่าเด็กวิศวะอยู่กันแต่ผู้ชาย ไม่น่าจะมีความคิดไปไกลถึงดอกมะลิตูมสีขาว สีจืด รูปลักษณ์ของดอกช่างดูพื้น ๆ ดอกตูมเล็ก ก้านเขียวอ่อนสั้นและดูไม่แข็งแรง กลีบชอกช้ำได้ง่ายเมื่อบาน สวยตรงไหนนะ หรือเขาชอบที่กลิ่นของมัน กลิ่นหอมบางเบาหมายถึง ปล่อยให้ลมพัดโชยกลิ่นขึ้นมาต้องต่อมรับกลิ่นของจมูกเอาเอง ไม่ใช่เอาจมูกลงไปตั้งใจดม

การฝากพวงมาลัยดอกมะลินี้ให้ถึงมือผู้รับ จักต้องใช้ความอุตสาหะพอประมาณ เพราะสาวน้อยเมื่อกาลก่อน ต้องตื่นแต่เช้ามืดไปฝึกหัด ขึ้นวอร์ดดูคนไข้ และต้องอยู่โยงบนตึกผู้ป่วยนั้น ๆ จนมืดค่ำ กินข้าวเช้า เที่ยง ค่ำเสร็จสรรพที่โรงพยาบาล เวลาที่จะมาเดินเล่นตามถนนหนทางในมหาลัย ไม่ถึงกับไม่มี แต่มีไม่มากนัก

เวลาที่จะนัดพบกันจึงไม่ต้องไปเอ่ยถึง






ภูสุภา

๒๓.๔.๕๖


วันเลขสวยจึงขอบันทึกไว้ให้ลูกและกัลยาณมิตรอ่าน

ขออนุญาตบันทึกเรื่องส่วนตัว ขอบคุณค่ะ