จดหมายถึงครู l ใจหลังฝ่าพายุในตนเอง
วันจันทร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2556
กราบสวัสดีค่ะครู
เช้านี้ที่ตื่นขึ้นมาในวัด เหมือนได้โอกาสกับตนเองใหม่แบบชีวิตฝ่าพายุ แบบเป็นพายุโทสะของตนเอง ครูเมตตาเสมอ ตีสองครึ่งลุกขึ้นมาถามตนเอง ตลอดสองวันที่อยู่วัด วันแรกหนูหนักประคองตนเองอยู่ บันทึกที่เขียนค้างไว้ใน iPad ปนด้วยโทสะ แบบที่เป็นแรงด้านลบที่ปล่อยให้อารมณ์ลากไปเจ้าค่ะ อาทิตย์ที่ผ่านมาได้เห็นความชั่วตัวเองชัด ซัดเซด้านอารมณ์ครอบงำ แม้จิตจะอ้างว่าเป็นช่วงปรับเปลี่ยนฮอร์โมน แต่แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ ดีดดึงตนเองกลับเข้ามาสู่ข้อวัตร ที่ต้องไม่ขาดกับตนเอง ไม่รอไม่อ้างสิ่งที่พัดผ่านคือบทพิสูจน์ ความล้มเหลว ที่หากไม่แก้ไข ก็รับรอง ล้มซ้ำ
หนูไม่ใช่ ทอมัส อันวาเอดิสันที่จะมาอ้างว่า เขาไม่ได้ค้นพบหลอดไฟ แต่ค้นพบวิ่ธีทำหลอดไฟพลาดเป็นพัน ๆ ครั้ง
ความสำเร็จในแต่ละอย่าง ไม่ง่ายเลยนะคะครู
การแก้ไขข้อบกพร่องตนเองยิ้มยาก เพราะมัน ฝืนใจกิเลส
การได้ฟังเทศน์ครูบาอาจารย์ อ่านปฏิปทา แบบขอใช้เป็นที่พึ่งทางใจ ทำให้รู้สึกเกิดมีกำลังใจกับตนเองเจ้าค่ะ
การจะก้าวหน้า หรือ ถดถอย ตัวเราเองนี่แหละเป็นปัจจัยสำคัญ
แต่โดยความชั่วของจิตมักจะหาข้ออ้าง หาคนอื่นมาอ้าง
ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงก็มาถึงขอนแก่น
วันนี้ร่างกายออกอาการปวดท้องทีเดียวเจ้าค่ะ
ตอนเช้าแวะเข้ามาบ้านจัดการเหตุจำเป็นกับตนเอง
พรุ่งนี้ที่ทำงานมีขอรับการ audit การวิเคราะห์เครื่องสำอาง เป็นงานโดยตรง
หนูรู้สึกว่า “ทำไม ใจหนูไม่ค่อยเค้นให้ทำงานแบบมุ่งมั่น เจ้าค่ะครู”
ข้างในหวานเย็นมาก ๆ
อืม วันนี้มีน้องมาประสานสอบถามเรื่องลาบวชค่ะครู
พอตรวจสอบหนังสือ และสถานที่จริง ๆ
กลางเป็นว่า ไม่เหมือนผู้ชายลาบวช เพราะที่ ๆ ผู้หญิงที่เป็นข้าราชการจะลาบวชได้นั้น จะต้องเป็นวัด หรือ สถานปฏิบัติธรรมที่ สำนักพระพุทธศาสนาประกาศรับรอง มี 300 กว่าแห่งทั่วประเทศค่ะครู
หนูลองไล่เรียงดู ไม่มีชื่อวัดหลวงปู่
จึงลองโทรไปสอบถามข้อมูลหรือแนวทาง โดยค้นเบอร์โทรจาก website ปรากฏว่า
“การที่จะประกาศรับรองได้ จะต้องเป็นสถานปฏิบัติธรรมดีเด่นของจังหวัด”
ประมาณว่าจังหวัด ทำเรื่องเสนอชื่อขึ้นไป แล้วก็จะมีการตรวจตามเกณฑ์ที่ประกาศว่าต้องมีอะไรบ้าง เช่น สถานที่ หรือ หลักสูตรอะไรประมาณนี้เจ้าค่ะ
และที่ทำให้ได้ข้อมูลมากขึ้นคือ ช่วงนี้จนถึงปลายปีจะยังไม่มีการประกาศสถานปฏิบัติธรรมเพิ่มเติมเพราะว่า
กำลังอยู่ในระหว่างปรับแก้ไขแนวทางการประกาศรับรองที่เข้มงวดมากขึ้น
ใจหนูรู้สึก อ่อนใจในตอนแรก แล้วก็แว๊บขึ้นมา
นี่เป็นช่วงเริ่มต้นก็ต้องมีการค่อย ๆ วางแนวทางเป็นธรรมดา
จึงลองสอบถามเรื่อง “ทำไมผู้ชายลาบวชได้เลยแทบทุกวัด”
ได้ข้อมูลว่า “ขึ้นอยู่มติ ครม.ที่ประกาศ ของผู้ชายมีมานาน แต่ของข้าราชการผู้หญิงพึ่งเริ่ม”
วันนี้หนูได้ความรู้ใหม่ค่ะครู
นึกย้อนถึงสิ่งที่ครูเคยชี้ ตั้งคำคามเหมือนตั้งโจทย์แล้วก็หาคำตอบ หาข้อมูลไปเรื่อย ๆ จนได้ข้อสรุปเป็นครั้งคราวกับตนเองไป
ได้เห็นว่า ปัญหาของหนูเหมือนที่ครูเคยชี้
“ไม่ค่อยรู้จักการตั้งคำถามดี ๆ กับตนเองเพื่อหาคำตอบ”
หากตั้งคำถามกับตนเองเป็น ก็ พอจะลองค้นหาคำตอบกับตนเองได้
พอเลิกงานวันนี้ ตอนแรกหากระตังค์กับ ATM ไม่เจอเจ้าค่ะ
แต่ก็พยายามค้นตังค์ที่วางข้างนอก เพื่อซื้อผัก ค้นได้สี่สิบกว่าบาท กะว่าพรุ่งนี้ตีสี่ลุกขึ้นมาทำอาหารไปวัด
ตั้งใจทำกับตนเอง ทำชีวิตให้เป็นข้อวัตรให้ได้
ก็น่าจะโดนพิสูจน์กับตนเองว่า จะตั้งมั่นแค่ไหน
ไปซื้อผักแบบใจเหี่ยว ๆ ว่า หา ATM ไม่เจอเจ้าค่ะ
แทบเซ็งกับตนเอง
แต่ตะกี้ไปหยิบ notebook ในรถเจอตกอยู่ข้าง ๆ เบาะผู้โดยสาร
ก็ได้เรียนรู้ว่า “เฟอะฟะอีกละ”
กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ
วันนี้ตั้งใจใหม่เอาใหม่