กรณีศึกษา : ครอบครัวนางลดา อาบู่ คนชาวเขาเชื้อสายอาข่า ซึ่งบุตรเป็นคนไร้สัญชาติ รอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทย

การสรุปข้อเท็จจริงของเจ้าของปัญหาและประเด็นที่ต้องพิจารณา

: กรณีครอบครัวนางลดา อาบู่ คนชาวเขาเชื้อสายอาข่า ซึ่งบุตรเป็นคนไร้สัญชาติ รอการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทย

โดยนางสาวศิวนุช สร้อยทอง นักศึกษาปริญญาโท สาขาอาญา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๖

(บันทึกนี้ใช้ชื่อบุคคลสมมติและสถานที่สมมติ เพื่อรักษาข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของปัญหา)

---------------------------------

ข้อเท็จจริง

---------------------------------

ในระหว่างการลงพื้นที่รับฟังปัญหาความด้อยโอกาสของประชาชนในพื้นที่ของหมู่บ้านแก้วจำปา อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้ “โครงการศึกษาวิจัยและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเด็กและผู้ด้อยโอกาสในชุมชนจังหวัดตากและชุมชนกลุ่มจังหวัดชายแดนในประเทศไทย” เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๖ นางลดา อาบู่ เข้าหารือปัญหากฎหมายต่อศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และขอให้ศูนย์ฯ ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ตน และบุตร รวม ๘ คน

นางลดาได้เล่าถึงความเป็นมาของครอบครัวของตนต่อนางสาวศิวนุช สร้อยทอง นักศึกษาปริญญาโท ซึ่งเป็นทนายความอาสาของศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนี้

นางลดา มีบิดาชื่อ นายอุทัย อาหมื่น มารดาชื่อ นางลีลา อาหมื่น ทั้งบิดาและมารดาเป็นคนชาวเขาเชื้อสายอาข่า หรืออีก้อ ทั้งสองคนเกิดและอาศัยอยู่ที่อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เลี้ยงชีพด้วยการทำไร่ทำสวน บิดาและมารดาอยู่กินกันฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้สมรสกันตามกฎหมาย และมีบุตรด้วยกันทั้งหมด ๔ คน โดยมีนายอาชา อาหมื่น เป็นบุตรคนที่สอง และนางลดา อาบู่ เป็นบุตรคนที่สี่

ปัจจุบันพี่น้องของนางลดาทุกคนได้รับการบันทึกในทะเบียนราษฎรไทยและถือบัตรประจำตัวประชาชนในสถานะคนสัญชาติไทย เว้นแต่ นางลดา อาบู่ ซึ่งได้รับการบันทึกทางทะเบียนผิดพลาด เพราะปรากฏว่าได้รับการบันทึกในทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เลขที่ ๐-๕๗๑๐-๘๙๐๑๙-xx-x

นายอาชา พี่ชายของนางลดา ได้รับการบันทึกในแบบพิมพ์ประวัติบุคคลบนพื้นที่สูง ซึ่งในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๔๔ ผู้ใหญ่บ้านกรอกคำร้องให้นายอาชาและภรรยา แล้วยื่นคำร้องต่อที่ว่าการอำเภอแม่ลาน้อย เพื่อขอให้ลงรายการสถานะในทะเบียนราษฎร(สัญชาติไทย) ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ. ๒๕๔๓

คำร้องของนายอาชา พี่ชายของนางลดา อ้างพยานเอกสาร ๓ ฉบับ คือ ทะเบียนประวัติบุคคลบนพื้นที่สูง ทะเบียนสำรวจบัญชีบุคคลในบ้าน และบัตรสำรวจชุมชนบนพื้นที่สูง รวมถึงอ้างพยานบุคคล ๔ ปาก ซึ่งหลังจากพิจารณาพยานเอกสารและสอบปากคำพยานบุคคลแล้ว ในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ นายอำเภอแม่ลาน้อย มีคำสั่งอนุมัติให้ลงรายการสถานะในทะเบียนราษฎร (สัญชาติไทย) และออกบัตรประจำตัวประชาชนให้ในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๔ แต่นางลดาไม่ได้ไปดำเนินการทางทะเบียนใด ๆ จึงไม่ได้รับการรับรองสถานะบุคคลทางทะเบียนราษฎรไทยเช่นเดียวกับพี่ชาย

จนกระทั่งสำนักงานทะเบียนอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ทำการสำรวจและจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (แบบ ๘๙) ในพื้นที่ นางลดาจึงได้รับการสำรวจและบันทึกในทะเบียนดังกล่าว และได้รับบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ซึ่งระบุรายละเอียดดังนี้

- นางลดา อาบู่ เกิดวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๐๙ ที่อยู่ ๘๐ หมู่ ๑๑ ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย ประเทศไทย บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เลขที่ ๐-๕๗๑๐-๘๙๐๑๙-xx-x

นางลดาเล่าว่า ตามความจริงแล้วนั้น ตนชื่อ นางลดา อาหมื่น แต่ตอนที่ตนได้รับการสำรวจนั้น ตนไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าใจผิดและบันทึกนามสกุลเป็นอาบู่ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นชื่อที่พ้องกับชื่อของสามี (นายอุทิศ อาเชอ) ไม่ใช่นามสกุลของตน ทั้งนี้ ภายหลังชาวบ้านที่อ่านภาษาไทยได้บอกว่าชื่อสกุลของตนไม่ถูกต้อง ตนจึงมาทราบภายหลังว่ามีการบันทึกผิดพลาด

ต่อมาผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งว่านางนางลดาสามารถตรวจ DNA เป็นหลักฐานยืนยันความเป็นพี่น้องกับนายอาชา และสามารถนำหลักฐานนี้ไปยื่นต่ออำเภอเพื่อแสดงตนว่านางลดาเป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยเช่นเดียวกับนายอาชาได้ นางลดาจึงตัดสินใจตรวจ DNA ของตนกับนายอาชา พี่ชายร่วมบิดามารดา ทั้งนี้ การดำเนินการตรวจ DNA เป็นไปโดยผ่านผู้ใหญ่บ้านโดยตลอด

ในประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๒ – ๒๕๕๓ ผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งว่าผล DNA ระบุว่านางบุษบาเป็นบุตรของนายอาชา จริง (ปัจจุบันนี้นางลดามีเพียงเอกสารแสดงใบเสร็จรับเงินของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ ระบุรายการค่าตรวจห้องปฏิบัติการและพยาธิ (L๑) จำนวน ๗,๐๐๐ บาท และค่าบริการผู้ป่วยนอก (๕๕๐๒๐) จำนวน ๕๐ บาท โดยมีเอกสาร ๒ ฉบับ ซึ่งฉบับแรกระบุว่านางลดา อาบู่ เป็นผู้ชำระเงิน และฉบับที่สองระบุว่านายอาชา อาหมื่น เป็นผู้ชำระเงิน ทั้งนี้ เอกสารอื่น ๆ นางลดามอบให้แก่ผู้ใหญ่บ้านไปทั้งหมดเพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านไปยื่นต่ออำเภอแม่ลาน้อย และไม่ได้ทำสำเนาเอกสารเก็บไว้กับตน)

ต่อมาผู้ใหญ่บ้านพานางลดาไปยื่นคำร้องทำหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. ๒๐/๑) ที่สำนักทะเบียนอำเภอแม่ลาน้อย โดยได้ยื่นพยานเอกสาร ๒ ฉบับ คือ รายงานผลการตรวจพิสูจน์หมู่เลือดและดีเอ็นเอ และแบบสำรวจเพื่อจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (แบบ ๘๙) รวมถึงยื่นพยานบุคคล ๓ ปาก ในวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ซึ่งนายทะเบียนอำเภอแม่ลาน้อยได้ออกหนังสือรับรองการเกิดให้แก่นางลดา ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

- นางลดา อาบู่ เกิดเมื่อวันที่ ๒ มกราคม ๒๕๐๙ ที่บ้านแสนสวย หมู่ที่ ๑๑ ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

- นางลดา เป็นบุตรคนที่ ๔ ในจำนวนบุตรร่วมบิดามารดาเดียวกัน จำนวน ๔ คน

- นางลดา ปัจจุบันอยู่ที่บ้านเลขที่ ๘๐ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลแม่ลาหลวง อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

- นางลดา มีบิดาชื่อ นายอุทัย อาหมื่น (เสียชีวิต)

- นางลดา มีมารดาชื่อ นางลีลา อาหมื่น (เสียชีวิต)

หนังสือรับรองการเกิดฉบับนี้จึงเป็นหลักฐานพิสูจน์ว่านางลดาเกิดในประเทศไทย รวมถึงเป็นบุตรของนายอุทัยและนางลีลา ชาวเขาดั้งเดิมเผ่าอาข่า หรืออีก้อ ซึ่งเป็นจุดเกาะเกี่ยวอันนำมาซึ่งสิทธิในสัญชาติไทยของนางลดา

นางลดา อยู่กินกันฉันสามีภรรยากับ นายอุทิศ อาเชอ ชายชาวเขาเชื้อสายอาข่า หรืออีก้อ ซึ่งเกิดปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เลขที่ ๐-๕๗๑๐-๘๙๐๒๗-xx-x นางลดา และนายอุทิศ มีบุตรด้วยกัน ๗ คน ซึ่งบุตรทุกคนเกิดที่อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวคือ

บุตรจำนวน ๔ คน ได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน และ ถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน คือ นายสมุทร อาเชอ นายสมัคร อาเชอ เด็กหญิงสายธาร อาเชอ และเด็กชายสง่า อาเชอ ซึ่งบุตรทั้ง ๔ คน ประสบปัญหาสถานะบุคคล และตกเป็นคนไร้สัญชาติ

บุตรจำนวน ๓ คน ยังไม่มีเอกสารระบุตัวบุคคลใด ๆ คือ เด็กชายสงบ อาเชอ เด็กหญิงสมัย อาเชอ และเด็กหญิงสไบ อาเชอ ทั้งสามเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ปีที่ ๔ และปีที่ ๑ ตามลำดับ ที่โรงเรียนแม่น้ำฟ้า นางลดาเล่าว่า ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ โรงเรียนแม่น้ำฟ้าได้ทำการสำรวจบุตรทั้งสามคนเพื่อจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับเอกสารใด ๆ กลับมา จึงกล่าวได้ว่าบุตรทั้งสามคนประสบปัญหาสถานะบุคคล และตกเป็นคนไร้รัฐไร้สัญชาติ

ในการสัมภาษณ์นั้น นางลดาได้แสดงเอกสารประจำตัวของบุตร ๒ คน ดังนี้

 นายสมุทร อาเชอ เกิดเมื่อปี ๒๕๓๑ ถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เลขที่ ๐-๕๗๑๐-๘๙๐๒๗-xx-x

เด็กหญิงสายธาร อาเชอ เกิดเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๙ ถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เลขที่ ๐-๕๗๑๐-๘๙๐๐๔-xx-x ซึ่งประสบปัญหาสถานะบุคคล และตกเป็นคนไร้สัญชาติ

---------------------------------

ประเด็นที่ต้องพิจารณา

---------------------------------

จากข้อเท็จจริงของครอบครัวนางลดา การดำเนินการเพื่อพัฒนาสถานะบุคคลของนางลดา และบุตรทั้งเจ็ดคน มีประเด็นที่ต้องพิจารณา ดังนี้

ประเด็นที่ ๑ นางลดา และบุตรทั้งเจ็ดคน เป็นผู้ทรงสิทธิในสัญชาติไทยโดยการเกิดหรือไม่ อย่างไร

ประเด็นที่ ๒ นางลดา และบุตรทั้งเจ็ดคน ตกอยู่ภายใต้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๗ หรือไม่ อย่างไร

ประเด็นที่ ๓ นางลดา และบุตรทั้งเจ็ดคน เป็นคนต่างด้าวซึ่งเกิดในประเทศไทย แต่ถูกถือว่าเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมายตามมาตรา ๗ ทวิ วรรคสาม หรือไม่ อย่างไร

ประเด็นที่ ๔ ต้องใช้พยานหลักฐานใดในการยืนยันว่าบุตรทั้งเจ็ดคน เป็นบุตรของนางบุษบา จริง

ประเด็นที่ ๕ ต้องใช้พยานหลักฐานใดในการยืนยันว่าบุตรทั้งเจ็ดคนของนางลดา เกิดในประเทศไทย และต้องดำเนินการอย่างไร


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Siwanoot Soitong



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

สรุป 22 apr 2013.

นางลดา เกิด พ.ศ.๒๕๐๙ ได้รับผลกระทบจาก ปว.๓๓๗

(นางลดา เกิดปี ๒๕๐๙ เกิดในประเทศไทย และเกิดก่อนการบังคับใช้ ปว.๓๓๗ นางลดาจึงได้สัญชาติไทย โดยการเกิดตามมาตรา ๗(๓) แห่งพรบ.สัญชาติพ.ศ.๒๕๐๘ ต่อมาเมื่อมี ปว.๓๓๗ นางลดาจะถูกถอนสัญชาติไทยตั้งแต่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๑๕ เนื่องจากมีบิดามารดาเป็นคนต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันให้อาศัยอยู่ในประเทศไทย นางลดาจึงเป็นบุคคลที่จะได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๒๓)

เข้าเงื่อนไขที่จะได้สัญชาติไทยตาม มาตรา ๒๓ แห่ง พรบ.สัญชาติ ฉบับที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๑

บุตรคนที่ ๑ (นายสมุทร อาเซอ เกิด พ.ศ. ๒๕๓๑) และบุตรคนที่ ๒ (นายสมัคร อาเชอ ไม่ทราบปีเกิด แต่เดาว่า น่าจะเกิดก่อนปี พ.ศ.๒๕๓๕) ได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๗(๒) (เกิดในราชอาณาจักร) ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้สัญชาติไทยตาม มาตรา ๒๓ แห่ง พรบ.สัญชาติ ฉบับที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๑

บุตรคนที่ ๓ - ๗ (เกิดตั้งแต่ ๒๖ กพ.๓๕ และก่อน ๒๘ กพ.๕๑) เข้าเงื่อนไขที่จะได้สัญชาติไทยตาม มาตรา ๒๓ แห่ง พรบ.สัญชาติ ฉบับที่ ๔ พ.ศ.๒๕๕๑