การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์  (1) เพื่อศึกษาและเปรียบความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ที่เรียนด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะคิดการวิเคราะห์และการแก้ปัญหาก่อนเรียน และหลังเรียน (2)  เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  จากการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุดรักษ์สุขภาพ ชีวีสดใส พร้อมก้าวไปสู่อาเซียน  (3)  เพื่อหาประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติม เพื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน 80/80  (4)  เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้าน การอ่าน การเขียน และความหมายของคำศัพท์ภาษาอังกฤษ  ที่สอดคล้องในเนื้อหาของหนังสืออ่านเพิ่มเติม ระหว่างก่อนเรียน และหลังเรียน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น (5)  ศึกษาความพึงพอใจองนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ต่อกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ และการใช้สื่อหนังสืออ่านเพิ่มเติม ประกอบการสอน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นประกอบการสอน 

กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 30  คน  โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ  สังกัดเทศบาลเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด  ในภาคเรียนที่ 1/2554 โดยได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย  (Sampling Random Sample)จากจำนวนประชากรทั้งสิ้น 32  คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ  (1) แผนการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประจำภาคเรียนที่ 1/2554 โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ จำนวน 22  แผน  ซึ่งใช้กระบวนการ 5 ขั้นตอน คือ  1) ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน 2) ขั้นกิจกรรมกลุ่มและพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา 3) ขั้นสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม 4) ขั้นนำเสนอและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่ม  5) ขั้นประเมินผลและการสรุปบทเรียน  (2)  แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ประจำภาคเรียนที่ 1/2554 โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ  จำนวน 50 ข้อ  (3)  แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ ก่อนเรียน-หลังเรียน หน่วยการเรียน เรื่อง ธรรมชาติของชีวิต และ สร้างเสริมสุขภาพ  กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเทศบาลวัดราษฎรอุทิศ  จำนวน 30  ข้อ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น (4)  แบบทดสอบวัดทักษะ การอ่าน การเขียน และการสื่อความหมาย ของคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ก่อนเรียน –หลังเรียน ในบทเรียนของชุดหนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุดที่ 1-3 ๆ ละ 30 ข้อ  (5)  หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุดรู้รักษ์สุขภาพ ชีวีสดใส พร้อมก้าวไปสู่อาเซียน  จำนวน 8 เล่ม  (6)  แบบสอบถามความคิดเห็นความพึงพอใจ ต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา  จำนวน 20 ข้อ  การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นการใช้ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย  ( )  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าร้อยละ (Percentage) และค่า  t-test

    ผลการวิจัยสรุปว่า  (1) ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ที่จัดกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือ  เพื่อการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา  โดยใช้ชุดหนังสืออ่านเพิ่มเติม  “ รักษ์สุขภาพ รักชีวีสดใส ก้าวไกลสู่อาเซียน ”  มีค่าเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ทั้ง 5 ด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (2) ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ ในหน่วยการเรียนรู้ หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.01  (3) คะแนนประสิทธิภาพของหนังสืออ่านเพิ่มเติม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น  มีคะแนนประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80  ในทุกเรื่อง  (4) ความสามารถด้านการอ่าน การเขียน และรู้ความหมายของคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ หน่วยธรรมชาติของชีวิต และหน่วยการสร้างเสริมสุขภาพ หลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ย สูงกว่า ก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01  ในทั้ง 3 ทักษะ คือการอ่าน การเขียน และรู้ความหมาย  (5) ความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ โดยการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ประกอบการสอน ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีความเหมาะสม โดยรวมเฉลี่ย อยู่ในระดับมากที่สุด