อารยธรรมพุทธบนเส้นทางสายไหมทางตะวันตกของจีน

บุรชัย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ผมดูวีดิโอชุดเส้นทางสายไหมที่สร้างขึ้นมาเมื่อราว ๓๐ ปีมาแล้วด้วยความสนใจ ในตอนที่ ๑๐ ซึ่งว่าด้วยพื้นที่บริเวณมุมเหนือตอนบนของทะเลทราย Taklamakan ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของราชอาณาจักรพุทธโบราณที่เรียกว่า Kucha ด้วยความสนใจ

เมื่อดูวีดิโอตอนนี้จบ ผมมีข้อสังเกตบางประการ

๑  อาณาจักร Kucha นี้ เคยมีวัดใหญ่โต ที่พระถังซำจั๋งเคยธุดงค์มาถึงเมื่อราว ๑๔๐๐ ปีมาแล้ว ท่านเคยเขียนชมความสวยงามใหญ่โตของวัดนี้ เจดีย์ และพระพุทธรูปที่นั้นเอาไว้ว่าสวยงามยิ่งใหญ่มาก มาบัดนี้ สิ่งเหล่านั้นไม่มีอยู่อีกแล้ว มีแต่ทรากหินและอิฐ ถูกทำลายจากสงครามจนแทบไม่เหลือเค้า ทำให้ดูสลดใจ เห็นความเป็นอนิจจัง ไม่ว่าสิ่งก่อสร้างจะยิ่งใหญ่ งดงามแค่ไหน ก็มีวันที่จะถูกทำลายไปได้ด้วยมือคนรุ่นหลังและกาลเวลา ผมคิดว่าศาสนาพุทธจะธำรงค์อยู่ได้ในเมืองไทย เพื่อประโยชน์ของคนรุ่นหลัง คงจะไม่ใช่อยู่ที่สิ่งก่อสร้างใหญ่โตอลังการณ์ที่บางแห่งกำลังสร้างแข่งกันอยู่เรื่อยๆ แต่น่าอยู่ที่การสร้างคนให้มีธรรมในหัวใจ ผมนึกถึงพระโอวาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า พุทธศาสนาจะตั้งมั่นอยู่ได้ อยู่ที่พุทธบริษัท ๔ ซึ่งท่านหมายถึงคน ท่านไม่ได้พูดถึงสิ่งก่อสร้างเลย ดังนั้น ถ้าศาสนาพุทธจะตั้งอยู่ไม่ได้ในอนาคต ก็คือเป็นเพราะชาวพุทธเองรักษาเอาไว้ไม่ได้ 

๒  พระภิกษุสมัยโบราณท่านชอบอยู่ถ้ำกันมาตั้งเป็นพันๆ ปีแล้ว ในแถบที่อยู่ติดขอบทะเลทราย ป่าไม้อาจจะไม่สมบูรณ์หรือไม่ค่อยมี ท่านก็เจาะถ้ำกันมาก เป็นร้อยๆ ถ้ำ เพื่อเป็นที่อยู่ของพระ น่าจะเพื่อไว้เข้ากัมมัฏฐานกัน แถมจะทำให้เย็นสบายด้วย (แต่เมืองไทยตอนนี้คงเจาะถ้ำอีกไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย) พระในเมืองสมัยนี้บางแห่งต้องอยู่กุฏิติดแอร์ ผมคิดเล่นๆ ว่าน่าจะมีวัดไหนลองสร้างถ้ำเทียมให้พระใช้เป็นกุฎิอยู่ปฏิบัติธรรมกันบ้าง

๓  ผมสังเกตจีวรพระจากภาพจิตรกรรมฝาผนังอายุกว่าพันปีที่ยังคงเหลือรอดจากการถูกทำลาย ภาพพระพุทธองค์และพระสาวกต่างๆ จะสีจีวรเป็นสีออกแดงเข้ม คล้ายสีที่พระธิเบต พระพม่า และพระครูบาทางเหนือของไทยบางสายใช้ อันนี้จะไปสอดคล้องกับพระไตรปิฎกที่ผมจำได้เลาๆ จากการอ่านบางแห่งว่า พระจีวรของพระพุทธเจ้าทอแสงสีแดง คล้ายยอดไทรอ่อน และก็อีกอย่างหนึ่งคือ เรารู้ว่าพระพุทธเจ้าท่านจำพรรษาในป่าไม้ประดู่อยู่นาน ซึ่งสีจีวรท่าน อย่างน้อยก็ในช่วงนั้น ถ้าย้อมด้วยเปลือกประดู่จะออกค่อนข้างแดง อีกอย่างสีจีวรพระอัญญาโกณทัญญะท่านก็ย้อมด้วยดินแดง ก็คงออกสีแดงๆ นอกจากนั้นท่านก็ห่มคลุม คล้ายแบบพระไทยมหานิกายรุ่นก่อนที่ห่มมังกร เพราะฉะนั้นเวลาผมเห็นการ์ตูนไทยที่วาดรูปพระพุทธเจ้าทรงจีวรสีเหลือง แถมม้วนลูกบวบแบบพระธรรมยุติอีก (ซึ่งเพิ่งเกิดสมัย ร. ๔) ก็รู้สึกว่า สีและการห่มคลาดเคลื่อนจากประวัติศาสตร์ (ผมรู้สึกแบบเดียวกับตอนที่ดูหนังของท่านมุ้ย เรื่อง พระสุริโยทัย ก็ดี หรือ พระนเรศวร ก็ดี ก็ไม่เห็นมีตัวละครไหนในภาพยนต์กินหมากจนฟันดำกันสักคน ก็ไม่ตรงกับในประวัติศาสตร์อีก)

ประเด็นหลังนี้ผมขอพูดนิดหนึ่ง เพราะระลึกได้ว่าพระไทยที่ท่านบวชและครองจีวรสีนี้ หากออกธุดงค์บางทีโดนมองในแง่ลบ โดยประชาชนก็ดี และพระเถระในท้องที่บางแห่ง ซึ่งคงต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า เรื่องสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่สีจีวร แต่มันสำคัญอยู่ที่การปฏิบัติ ในโบราณนั้นก็แล้วแต่ว่าพระสมัยก่อนท่านหาเปลือกไม้อะไรมาย้อมได้ ท่านก็ใช้ตามมีตามได้


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Buddhism and Philosophy



ความเห็น (0)