สังขารล่อง....สังขารล่วง และ หรือ สังขารร่วง..(โรย)
ในสมัยที่ผู้เขียนยังเยาว์วัยจำได้ว่ามีอยู่ปีหรือสองปีที่ได้นัดแนะกับเพื่อนๆ
ว่าใกล้เที่ยงของคืนวันที่ ๑๒ เมษายน ช่วงเวลาที่จะย่างเข้าสู่วันที่ ๑๓
เราจะตื่นนอนหรือไม่ก็ไม่นอนเลยเพื่ออยู่รอให้ถึงเที่ยงคืน ในอันที่จะเฝ้ารอดูการล่องตามลำน้ำลี้มาของตัวสังขาร
ตัวสังขารที่เป็นภาพทรงจำตามคำบอกเล่าของพ่อแม่หรือผู้แก่ผู้เฒ่าก็คือ ปู่หรือย่าสังขาร
จะสวมใส่ผ้าชุดพื้นเมืองแบบล้านนา พร้อมสวมหมวกใบลานปีกกว้างแบบโบราณ จะเดินมาทางลำน้ำจากเหนือลงใต้ พวกเราเฝ้าดูอยู่สักปีสองปี จากนั้นก็เลิกรา เพราะเราไม่เห็นประจักษ์แก่สายตาว่า ปู่หรือย่าสังขารอันเป็นคำบอกเล่านั้นจะมีจริง
อนึ่ง ช่วงเวลาที่สังขารล่องนั้น ชาวบ้านจะพากันเคาะกะลา ตีวัสดุใดๆ
ที่พอจะหาได้และทำให้เกิดเสียง เสียงดังสนั่นไสวสอดรับกันเป็นทอดๆ
ทั่วสองฝั่งของลำน้ำลี้ สมัยต่อมาเพิ่มประทัดและพลุเข้าไปด้วย
เคยถามเหตุผลกับผู้แก่ผู้เฒ่าหลายคน ก็จะได้รับคำตอบว่า เป็นการส่งเสียงไล่สังขาร
ออกจะเป็นแนวคิดเชิงลบนิดๆ คือแทนที่จะต้อนรับแต่กลับขับไสไล่ส่ง
หลายอย่างที่เป็นวัฒนธรรมประเพณีของไทยแบบโบราณนั้น บางทีไม่มีคำอธิบายกำกับจากผู้แก่ผู้เฒ่า
จะว่าท่านไม่รู้ไม่เข้าใจ หรือไม่เก่งในการอธิบายตีความหรืออย่างไรก็คาดที่จะเดาได้
แต่ที่แน่ๆ คือ
เราจะเชื่อเพราะคำบอกเล่ามากกว่าเชื่อเพราะได้ลงมือพิสูจน์ยืนยันด้วยตัวเอง
ต่อเมื่อโตขึ้น สติปัญญาเพิ่มมากขึ้น ความกล้าหาญชาญชัยในการตีความสัญลักษณ์ต่างๆ ทางวัฒนธรรมประเพณีมีมากขึ้น
ทำให้เราต้องคิดหาความหมายในสิ่งที่ปรากฏตามประเพณีนั้นๆ
หากเราดูคำว่า สงกรานต์ จะพบว่า ศัพท์เดิมนั้นเป็นภาษาสันสกฤต
ซึ่งเป็นภาษาที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการใช้ภาษาของไทยเราไม่น้อยไปกว่าภาษาบาลี สงกรานต์
แปลว่า การย่างขึ้นสู่ การย้ายเข้าสู่ ความหมายก็คือ การเปลี่ยนจากวันเวลาเดือนปีเก่าๆ
เข้าสู่ช่วงเวลาใหม่ หรือจากปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่นั่นเอง
วันที่ ๑๓ เมษายนของทุกปี ถือว่าเป็นวันสังขารล่อง ตามความคิดของผู้เขียน
สังขารล่อง น่าจะเป็นเรื่องของชีวิตอายุและสังขารร่างกายมันล่วงพ้นไปอีกปีหนึ่งแล้ว
มนุษย์เป็นสัตว์เผ่าพันธุ์ประเภทประเสริฐ สามารถคิดค้นประดิษฐ์อะไรต่างๆ ได้มากมาย
สงกรานต์ก็ถือว่าเป็นนวัตตกรรมอย่างหนึ่งที่อาจถือได้ว่าเป็นกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถทำให้มนุษย์ในสังคมมารวมกลุ่มกันสร้างสรรค์พัฒนาความสัมพันธ์
สามัคคีให้เกิดแก่หมู่คณะ และสร้างเสริมความกตัญญูกตเวทีให้กับลูกหลานอีกด้วย
คงจะเป็นเพราะสาระสำคัญของวันสงกรานต์หรือสังขารล่องเป็นอย่างนี้กระมัง
ที่ทำให้ผู้เขียนไม่เคยเห็นปู่ย่าสังขารล่องตามลำน้ำมาแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิตนี้
และคงไม่ผิดมั้งหากจะเข้าใจอีกว่า สังขารล่อง ก็คือสังขารล่วง
หรือสังขารร่วงโรยไปอีกปีนั่นเอง
สวัสดีปีใหม่ไทยครับ
สงกรานต์สังขารแปรเปลี่ยน
เหมือนเทียนไฟไหม้ใกล้หมด
ชีวิตสุขสมระทด
ทุกรสจดจำนำคิด