มีสติจะทำสิ่งที่ไม่ดีได้ยาก ที่สำคัญต้องลงมือทำ

  คนเราต้องใช้ชีวิตในสังคมที่เต็มไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่ล่อแหลมอันนำไปสู่การขาดสติได้โดยง่าย ถ้าได้รับการฝึกสติมาบ้างก็จะทำให้เราอยู่กับสิ่งรอบข้างได้โดยไม่รู้สึก อึดอัดขัดข้อง หรือทุกข์น้อยนั่นเอง  ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ที่ผมเคารพท่านได้แนะวิธีฝึกสติแบบง่ายๆที่เราสามารถปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน ผมก็ถือโอกาสมาเล่าต่อ...

  ท่านบอกว่าการฝึกสติให้ทำง่ายๆดังนี้  ไม่ว่าเราจะทำอะไรในทุกเรื่องให้ทำด้วยจิตเป็นกุศล  เราเองจะรู้ว่าที่เราทำนั้นจิตเราเป็นเช่นไรตัวเรารู้ดีที่สุด  ถ้าเราทราบว่าขณะที่ทำ  และจิตไม่เป็นกุศลก็ให้ปรับวิธีคิดใหม่แล้วให้ตรวจสอบดูว่าทำไมเราจึงทำเช่นนั้นแล้วพยายามหาเหตุและไม่ทำอีก  แล้วมาสรุปดูว่าวันหนึ่งๆเราทำในสิ่งที่ไม่เป็นกุศลมากน้อยเพียงใด  ให้ทำไปและประเมินไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งเราจะพบว่าเราจะทำในสิ่งที่ดีเป็นกุศลมากขึ้นในทุกเรื่อง  จิตก็จะสบาย  สมองก็จะมีแต่เรื่องบวก เรื่องดีๆ เราก็จะคิดได้แต่สิ่งดีๆเสมอ เราก็จะมองทุกอย่างรอบตัวมีแตสิ่งดีงามพร้อมรับกับทุกเรื่องที่เข้ามาได้อย่างดี  แต่ท่านบอกว่าสิ่งที่จะนำให้เราไปสู่อกุศลได้ง่ายก็คือ อำนาจ ทุนหรือเงิน และสุดท้ายก็คือ เหตุผล  เพราะเหตุผลที่เราๆใช้กันเป็นเหตุผลเพื่อเอาชนะกับอีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่งมีความหมายต่างจากเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุหรือสิ่งใหม่ที่มีความสัมพันธ์กัน ในทางธรรมครับ  หวังว่าท่านใดพอเห็นประโยชน์การฝึกสติจะลองไปปฏิบัติดูก็ยินดีครับ...