หลักการ แนวคิด จุดกำเนิด ธรรมภิบาลในประเทศไทย


หลักการ แนวคิด จุดกำเนิด ธรรมภิบาลในประเทศไทย

2540

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่8 (พ.ศ.2540–2544)กำหนดแนวคิดพัฒนาประชารัฐ วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างการใช้หลักนิติธรรมในการบริหารรัฐกิจ สนับสนุนให้ทุกภาคการบริหารรัฐกิจและการจัดการการพัฒนาประเทศ สนับสนุนให้เกิดความต่อเนื่องในงานบริหารรัฐกิจพัฒนาประเทศด้านนโยบายและการปฏิบัติ

2542

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542  ปรับปรุงระบบการตัดสินใจและการบริหารจัดการทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนให้รวดเร็วชัดเจนเป็นธรรมขยายโอกาสของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบ ยึดหลักการพื้นฐาน 6 ประการได้แก่ หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม  หลักความโปร่งใส หลักความมีส่วนรวม หลักความรับผิดชอบและหลักความคุ้มค่า

2545

พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ( ฉบับที่5 ) พ.ศ.2545 มาตรา 3/1 บริหารราชการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภาคกิจยุบหน่วยงานที่ไม่จำเป็น กระจายภารกิจทรัพยากรแก่ท้องถิ่น การกระจายอำนาจตัดสินใจ อำนวยความสะดวก ตอบสนองความต้องการของประชาชน  การมีส่วนร่วมของประชาชน การเปิดเผยข้อมูล การติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน

2546

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 วัตถุประสงค์เพื่อ  1.) การบริหารราชการเพื่อประโยชน์ของประชาชน  2.) เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ  3.) มีประสิทธิภาพความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ4.)ไม่มีขั้นตอนการปฏิบัติงานเกินความจำเป็น  5.) ปรับปรุงภารกิจส่วนราชการให้ทันต่อสถานการณ์  6.) ประชาชนได้รับการอำนวยความสะดวกตอบสนองตรงตามต้องการ  7.) มีการประเมินผลการปฏิบัติงาน

2549

คณะรัฐมนตรีมีมติ เห็นชอบวาระแห่งชาติด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาล การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ  ประกอบด้วย 7 ยุทธศาสตร์ คือ  1.) การสร้างผู้นำและองค์การต้นแบบ  2.) การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม ค่านิยม และการพัฒนาข้าราชการ  3.) การให้คำปรึกษา แนะนำ และการจัดการความรู้เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาล  4.) การปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลให้เอื้อต่อการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม  5.) การพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล  6.) การวัดผลและตรวจสอบด้านจริยธรรม และ 7.) การวางระบบสนับสนุนและปัจจัยพื้นฐานด้านจริยธรรม ธรรมาภิบาล

2550

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2550  หมวด 4 หน้าที่ของชนชาวไทย มาตรา 74 กำหนดให้ “บุคคลผู้เป็นข้าราชการ พนักงานลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิหาสกิจหรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ มีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์ส่วนรวมอำนวยความสะดวก และให้บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่และในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับประชาชน”

2552

รัฐธรรมนูญ มาตรา 279มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้น มีความเป็นกลางทางการเมืองอำนวยความสะดวกและให้บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาล และพระราชบัญญัติฉบับข้าราชการพลเรือน  พ.ศ. 2511 มาตรา 78 และมาตรา 79 ให้เป็นข้าราชการที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม มีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ มีการจัดทำนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่  เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลขึ้นในระบบราชการ

2555

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี 24 เมษายน 2555ได้มีมติเห็นชอบกับหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีตามที่สำนักงานก.พ.ร. เสนอ โดยประกอบด้วย 4 หลักการสำคัญและ 10 หลักการย่อย ดังนี้

1. การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management)
 หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) :ต้องใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดเกิดผลิตภาพที่คุ้มค่าต่อการลงทุนและบังเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม

 หลักประสิทธิผล (Effectiveness) :มีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ตอบสนองความต้องการของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย วางเป้าหมายการปฏิบัติงานที่ชัดเจน สร้างกระบวนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบมีมาตรฐาน มุ่งเน้นการปฏิบัติงานเป็นเลิศมีการติดตามประเมินผลพัฒนาปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น
 หลักการตอบสนอง (Responsiveness) :ให้บริการได้อย่างมีคุณภาพ ภายในระยะเวลาที่กำหนด สร้างความเชื่อมั่นไว้วางใจ ตอบสนองความต้องการประชาชนผู้รับบริการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แตกต่างกันได้
2. ค่านิยมประชาธิปไตย (Democratic Value)
 ภาระรับผิดชอบ/สามารถตรวจสอบได้ (Accountability) :มีการจัดวางระบบการรายงานความก้าวหน้าและผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ต่อสาธารณะ ในการตรวจสอบและการให้คุณให้โทษ

 เปิดเผย/โปร่งใส (Transparency) :มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นและเชื่อถือได้ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนวางระบบให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเป็นไปโดยง่าย
3. ประชารัฐ (Participatory State)
 หลักนิติธรรม (Rule of Law) :ใช้อำนาจของกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับในการปฏิบัติงานอย่างเคร่งครัด ด้วยความเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 

 ความเสมอภาค (Equity) : ไม่มีการแบ่งแยกด้านชายหญิง ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม
4. ความรับผิดชอบทางการบริหาร (Administrative Responsibility)
 การมีส่วนร่วม/การพยายามแสวงหาฉันทามติ (Participation/ Consensus Oriented) :เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรับรู้ เรียนรู้ ทำความเข้าใจ ร่วมแสดงทัศนะ ร่วมเสนอปัญหา ร่วมคิดแก้ไข ร่วมตรวจสอบ

 การกระจายอำนาจ (Decentralization) :มีการมอบอำนาจ กระจายความรับผิดชอบในการตัดสินใจและการดำเนินการให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในระดับต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งมีการโอนถ่ายบทบาทและภารกิจ

 คุณธรรม/จริยธรรม (Morality/ Ethic) :ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีศีลธรรม คุณธรรม ยึดมั่นค่านิยมหลักจริยธรรมสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเจ้าหน้าที่ของรัฐลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนและจรรยาบรรณวิชาชีพ

เอกสารอ้างอิง

โกวิทย์ กังสนันท์.  ธรรมาภิบาลภาครัฐ: รากฐานและความท้าทายต่อรัฐบาลไทย. [Online]. Available:

                http://www.kpi.ac.th/kpith/pdf

สมบูรณ์  ศิริประชัย. (2552). ประวัติความเป็นมาของคำว่า"ธรรมาภิบาล"และพัฒนาการ
              ธรรมาภิบาลภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์: นัยต่อประเทศไทย (๑)  [Online]. Available:

              http://www.thaiindexnews.com/2009/11/blog-post_3276.html