ช้างป่าร่วมทำ KM กับชาวบ้านที่กุยบุรี

       วันที่ 10 - 12 ต.ค.48   ไปร่วมประชุมวิชาการประจำปีโครงการ BRT (brt.biotec.or.th) ที่ขอนแก่น   ได้ความรู้มากมายและมีปิติสุขที่ได้เห็นความสำเร็จของโครงการที่เริ่มต้นในปี 2538 สมัยผมเป็น ผอ.สกว.

        ยิ่งมีความสุขเมื่อได้เห็นลู่ทางที่จะเอา KM เข้าไปเสริมกิจการของโครงการ BRT

        ที่จริงสามารถนำ KM ไปใช้เสริมความเข้มแข็งของโครงการ BRT ได้เป็นร้อยแบบ   เนื่องจากโครงการ BRT (Biodiversity Research & Training) ไม่ใช่แค่ส่งเสริมการวิจัย   แต่ส่งเสริมการสร้างคนพัฒนาคนที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพ   ทั้งที่เป็นนักวิจัย  นักอนุรักษ์และนักนำไปใช้ประโยชน์   เชื่อมโยงกับภูมิปัญญาท้องถิ่นและการสร้างความรู้ขึ้นใช้ในบริบทของท้องถิ่นหรือของชาวบ้านเองด้วย

         คุณสุรพล  ดวงแข   เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์   และเป็นกรรมการคนหนึ่งของโครงการ BRT (www.wildlifefund.or.th)   เล่าให้ผมฟังเรื่องการจัดการความรู้ของชาวบ้านในเรื่องของสัตว์ป่า  คือช้างป่าที่กุยบุรี จ.ประจวบฯ ที่เข้ามากินสัปปะรดและทำลายไร่ของชาวบ้าน   เดิมชาวบ้านใช้กระบวนทัศน์เกี่ยวกับช้างว่า   ช้างไม่มีความรู้และความคิด   ทางมูลนิธิฯ ได้ทดลองแนะนำชาวบ้านให้ทดลองทำ 3 อย่าง

1. เปลี่ยนกระบวนทัศน์เกี่ยวกับช้าง   เป็นคิดว่าช้างเป็นสัตว์ที่มีความรู้และความคิดเกี่ยวกับคน   เราสามารถบอกให้ช้างค่อย ๆ เรียนรู้ได้ว่า

เราไม่อยากให้เขาทำอะไร   เพื่อไม่ให้เขาเข้ามารบกวนพืชผลในไร่   แต่ต้องค่อย ๆ ทำให้ช้างเรียนรู้
2. ชาวบ้านต้องรวมตัวกันดำเนินการเกี่ยวกับช้างและเรียนรู้ร่วมกับช้าง   โดยกลุ่มชาวบ้านเป็นผู้ส่งสัญญาณบอกช้าง   ให้ช้างได้เรียนรู้
3. เมื่อชาวบ้านในแต่ละพื้นที่รวมกลุ่มกันดำเนินการอย่างไรแล้ว   มีการนัดวันกันมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการและผลการดำเนินการ   เพื่อเรียนรู้นิสัยของช้าง (การเรียนรู้ของช้าง) และวิธีส่งสัญญาณให้ช้างรู้ว่าเราไม่ต้องการเข้ามารบกวนตรงไหนบ้าง

        เห็นไหมครับ   มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ใช้ KM ทั้งกับชาวบ้านและกับช้างด้วย

        ช้างป่าโดนทำ KM โดยไม่รู้ตัว

                               

                                           คุณสุรพล  ดวงแข

วิจารณ์  พานิช
  12 ต.ค.48
   ขอนแก่น