ภารกิจจัดยาให้โบโซ่

1.ภารกิจครูให้ทำอะไรอย่างไร

2. มีประโยชน์อะไร

3. คุณค่าที่เกิดขึ้น

4. ได้เรียนรู้อะไร


     หลายเดือนมาแล้วครูมอบหมายให้จัดยาให้โบโซ่ แรก ๆ หนูก็ทำเรื่อย ๆแบบเซ็งเพราะปัญหาที่เจอคือ ตามตัวไม่ค่อยได้ โทรศัพท์ก็ไม่ติด บางอาทิตย์ก็ปล่อยไป ไม่ค่อยได้จัดยา เกิดปัญหาก็เหมือนคนไข้ได้รับยาไม่ครบขาดยา นอนไม่ได้ตาแข็ง ทรมาร ครูเมตตามาย้ำเตือนสติกับหนู โบโซ่เองก็เริ่มตระหนัก ว่าการขาดยาทำให้เขาทุกข์ทรมาร จัดยามาให้เรื่อยอาการเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังมีสูบบุหรี่ และทานกาแฟบ้างประปราย

    ตลอดเวลาโบโซ่สอนอะไรหนู สอนว่า หากทำอะไรไม่ต่อเนื่องเหมือนคนป่วยแต่รับยาไม่ต่อเนื่องกระปิดกระปรอย แม้จะประคองอาการอยู่ได้ แต่ก็หมดโอกาสหายขาด ทั้ง ๆที่ มีทางหายได้

     เส้นทางชีวิตหนูก็เหมือนเขา กระปิดกระปรอยเหมือนจะมีโอกาส แต่แล้วก็พังครืน เหมือนจะหมดโอกาสแต่ก็มีแสงรำไรให้พอเดินไป

     กับเมื่อวานนี้ที่อยู่ดี ๆได้รับโทรศัพท์ว่า โบโซ่อยู่กรุงเทพหนูรู้สึกใจหาย ห่วง พยายามคิดหาทางออกแล้วก็นึกถึงเมื่อครั้งตอนที่ครูบวช โบโซ่หายไป โดยที่ครูไม่ทราบเรื่องมาทราบทีหลัง ครูจึงเป็นคนแรก ที่หนูตั้งใจจะกราบเรียน แล้วลึก ๆ คือครูจะช่วยชี้หนทาง แก้ไข รวมถึงแนวทางในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชได้อย่างดี หากปรึกษาท่านอื่น ๆ บางคราอาจจะเกิดการปั่นป่วนได้ง่าย เพราะใจหนูที่ส่งไปมีอาการปั่นป่วนในที 

ครูเมตตาให้โบโซ่นั่งรถตู้กลับวัด  ซึ่งพอลองเช็คกับโบโซ่ และรถตู้เองก็โอเค 

       ทบทวนหนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้านี้โบโซ่มีอาการแปลก และเมื่อวันศุกร์ไม่ทานยาเพราะว่า ลืมเอายาไปด้วยตอนออกนอกสถานที่ เมื่อวันเสาร์เจอกันก็เหมือนมีอาการแปลก ๆ

แบบนี้นี่เอง คนช่วยก็ไม่รู้จะช่วยยังไง ก็คนไข้ไม่ยอมช่วยตัวเองเฮ้อ 

เห็นไปก็เข้าตัวเจ้าค่ะ

ประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็คือ หนูได้เห็นใจตนเอง ได้เห็นตนเอง มากกว่าเห็นโบโซ่ซะอีก 

แบบต้องถามตนเองว่า "เอาไงดี" 

ลองกับตนเองก่อน

แบบต้องมีเสียงโอ๊ย ๆ เจ้าค่ะ

คุณค่าที่เกิดขึ้นคือ เหมือนหนูไม่ได้ช่วยโบโซ่หรอกเจ้าค่ะ โบโซ่กำลังช่วยสอนหนูอยู่ และช่วยย้ำว่า เมื่อไหร่จะแก้ไขได้สักที ประมาณว่า ต้องทำอะไรอย่างไร ก็รู้อยู่แก่ใจ แล้วทำไมไม่ทำจริงจังสักที นี่หัวก็โล้นมาจะเดือนแล้วนะ 

ได้เรียนรู้ว่า แม้ขนยาขนานเอกมาเต็มตู้ ขนพระไตรปิฎกมาทั้งเล่ม แต่ไม่กิน ไม่กลืน ไม่อ่าน ไม่เพียร ก็หมดโอกาสที่จะหายที่จะพ้รทุกข์ก็เท่านั้นเองเจ้าค่ะ สาธุ