จบวิดวะแล้วไปทำงานอะไรดี
บัณฑิตวิดวะส่วนใหญ่ ไปเข้าทำงานโรงงานในนิคมอุต ส่วนใหญ่เป็นรง. ต่างชาติ ที่รัฐบาลไทยส่งเสริมให้มาลงทุน ม.ผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนอันเลิศหรูของรัฐบาลในการผลิตวิศวกรออกไปป้อนโรงงานต่างชาติ
เจียดภาษี ๒๙ ปซ. ไปลงทุนการศึกษาเพื่อสร้างแรงงานราคาถูกให้ต่างชาติมาจิกหัวใช้ นับเป็นร้อยละภาษีที่สูงที่สุดในโลก (ฝรั่งลงทุนกศษ. เฉลี่ยที่ประมาณ ๑๕ ปซ. เท่านั้น)
จบไปแล้วเงินเดือนก็ดีพอควรนะ ปีนี้เฉลี่ยน่าจะ ๒๐,๐๐๐ กระมัง ปีละ ๒ แสน ๔ ในขณะที่ลงทุนเรียนไป ๔ ปีค่าหน่วยกิต ค่าหอ ค่ากินอยู่ ประมาณ ๓ แสนบาท แบบว่า ปีเดียวเกือบคืนทุนแล้ว ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่ก็จะคืนทุนใช้เวลาประมาณ ๕ ปีนะ
แต่รู้ไหมวิดวะเมกัน จบป.ตรี ปีนี้ได้เฉลี่ยประมาณ แสนห้าหมื่นบาทต่อเดือน (สวัสดิการ ประกันสังคม อีกเพียบ)
แต่อนิจจาโรงงานไทยเราเอง เช่น โรงงานรถอีแต๋น อีแต๊ก รถไถเดินตาม ปลั๊กไฟฟ้า เก้าอี้ มีอีกมาก แต่หาวิศวกรดีๆ เก่งๆ ไปทำงานได้ยากมาก เพราะหนึ่ง อยู่บ้านนอก ตามหัวเมือง สองให้เงินเดือนน้อย อย่างมากก็ ๑๒,๐๐๐
แต่ผมสอนลูกศิษย์ วิดวะ เครื่องกล และหลากหลายสาขาอื่น เสมอว่า ถ้าเป็นผมผมจะเลือก หมื่นสอง มากกว่า สองหมื่น เพราะ
๑. เราได้ใช้ความรู้วิดวะในการออกแบบ ปรับปรุง รถอีแต๋น อี...เหล่านั้น เนื่องจากมันสร้างด้วยคนไทยเราเอง ยังบกพร่องอยู่มาก ยังปรับปรุงอะไรได้อีกมาก ดังนั้นการทำงานมันสนุกมาก ใช้สมองมากกว่าไปเป็นขี้ข้าฝรั่ง ยุ่น เกาหลี ที่ไม่ค่อยได้ใช้ความรู้อะไรนัก เพราะการออกแบบ วิจัย เขาทำมาจากประเทศแม่เขาแล้ว ส่วนเรามีหน้าที่เพียงปฏิบัติงานรูทีนตามข้อกำหนดเป็นส่วนใหญ่ งานแบบนี้มันไม่สนุก ไม่ท้าทายเท่าใดนัก
๒. มันเป็นศักดิ์ศรี ที่ได้ฝากรอยเท้าเอาไว้ ว่าเราช่วยพัฒนาวิศวกรรมไทย เอาไปคุยให้ลูกฟังก็ยังได้
๓. ค่าครองชีพบ้านนอกมันถูกกว่า เงิน หมื่นสอง ว่าไปแล้ว บ้านนอกเราอาจมีค่ามากกว่าสองหมื่นริมปริมณฑล กทม. เสียอีก
๔. อยู่ใกล้บ้าน สงกรานต์ ปีใหม่ ไม่ต้องกระเสือกกระสนเดินทาง
๕. อากาศบริสุทธิ์กว่า สุขภาพดี
๖. ทำดีๆ วิจัยให้ดี ทำให้บริษัทร่ำรวย จะได้โบนัสมาก และได้เป็นหัวหน้าวิศวกร แทนที่เป็นลูกกระจ๊อกอยู่ในบริษัทใหญ่
๗. ภูมิใจที่ช่วยพัฒนาชาติไทย สร้างเครื่องจักรเอาไปแข่งขันในเวทีโลกได้
เมื่อสิบปีก่อนผมได้รับรู้มาว่า ประเทศไทยเรามีบริษัทผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรกระจายขนาดเล็กและกลางกระจายอยู่ทั่วประเทศประมาณ ๕๐๐ โรงงาน ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องน่าทึ่งมาก แต่น่าทึ่งมากกว่านั้นคือ รัฐบาลไทย มหาลัยไทย นักวิจัยไทย ไม่ให้ความสนใจอะไรเลย ปล่อยให้พวกเขาทำงานไปตามยถากรรรม
โน่น..หันไปสนใจผลิตนักวิทยาศาสตร์ วิศวกรระดับสูง นาโน นาโง่อะไรโน่น
เรื่องเห่อเหิม เจิมทะยานเนี่ย ชาติไทยเรานำโลกแน่ๆ
...คนถางทาง (๒ เมย. ๒๕๕๖)