นาม พยัญชนะการานต์
คุณศัพท์ขยายนามหลายเพศ
ก. การแจกนาม พยัญชนะการานต์
1.ในภาษาสันสกฤต มีคำนามจำนวนไม่น้อยที่ลงท้ายด้วยเสียงพยัญชนะ คำเหล่านี้มีการแจกรูปแตกต่างไปเล็กน้อยจากนามที่ลงท้ายด้วยสระ (นามพยัญชนะการานต์บางคำอาจมีรูปคล้ายกับนามสระการานต์ เช่น ราช ราชฺ) โดยมีหลักการกว้างๆ ดังนี้
- นามพยัญชนะการานต์จะแบ่งเค้าเป็นหนึ่ง สอง หรือสามตัว
- วิภักติที่เป็นพยัญชนะ จะสนธิกับพยัญชนะท้ายคำ ตามหลักสนธิปกติ รูปพยัญชนะจึงอาจเปลี่ยนไป
- วิภักติที่เป็นสระ มักจะเติมสระลงไปเลย (ง่ายกว่าสระการานต์อีก)
- ตัวที่ยุ่งยากคือ ประธาน เอกพจน์ มักจะมีขั้นตอนพิเศษ
- นามเพศชายและหญิง ใช้วิภักติเดียวกัน
- นามเพศกลางแตกต่างออกไปก็เฉพาะการกที่ 1 2 และ 8 เท่านั้น (สามการกนี้ในแต่ละพจน์แจกเหมือนกัน)
- นามพยัญชนะการานต์อาจทำเป็นนามเพศหญิงได้โดยเติมสระ อี หรือ อาเข้ากับเค้าอ่อนของนามนั้น
2. พยัญชนะที่เป็นการานต์ โดยทั่วไปก็คือ สฺ รฺ มฺ นฺ ตฺ กฺ ปฺ ฏฺ, ที่พบน้อยก็คือ งฺ ลฺ และ ณฺ
3. คำที่แจกรูปแล้วจะมีพยัญชนะท้ายได้เพียง 1 ตัว ดังนั้น เมื่อลงวิภักติแล้ว (คือในกรณี ประธานเอกพจน์ ชายหญิง นั่นแหละ ที่ลง วิภักติ สฺ) หากมีพยัญชนะมากกว่า 1 ตัว ก็ให้ตัดออก จนเหลือตัวเดียว ตัวในสุด และกรณีของวิภักติ สฺ จะลบ สฺ ทิ้ง และชดเชยเสียง เช่น ยืดเสียงสระให้ยาว
4. พยัญชนะท้ายที่ไม่ใช่นาสิก ไม่ว่าเป็นตัวอะไร ให้ใช้พยัญชนะตัวแรกของวรรคนั้นแทน เช่น อนุษฺฏุภฺ+สฺ => อนุษฺฏุปฺ (เปลี่ยนจาก ภ เป็น ป) (จะอธิบายเพิ่มทีหลัง)
5. หฺ จะเปลี่ยนเป็น กฺ หรือ ฏฺ, แต่บางกรณี (ที่ ห แทน ธ รูปเดิม) จะเปลี่ยนเป็น ตฺ
6. พยัญชนะเสียงลมมาก จะเปลี่ยนเป็นเสียงลมน้อย
เมื่ออยู่หน้าพยัญชนะ ศ ษ ส หรือ ไม่ใช่พยัญชนะนาสิก คือ วิภักติ “ภ-” ทั้งหลาย และ
“สุ” (แต่ถ้าอยู่หน้าสระ พยัญชนะกึ่งสระ หรือนาสิก ก็ไม่เปลี่ยน)
7. พยัญชนะท้ายที่เป็นเสียงลมมาก ให้ถอดเสียงลมมาก กลายเป็นเสียงลมน้อย เช่น จาก ธ เป็น ท, จาก ภ เป็น พ
แล้วไปเพิ่มเสียงลมมากที่พยัญชนะต้นคำ เช่น พุธฺ > ภุทฺ
(บางกรณีไม่สามารถเพิ่มเสียงลมมากที่ต้นคำ เพราะลมมากอยู่แล้ว
ก็ไม่ต้องเพิ่ม) ** ข้อนี้เพิ่มมาทีหลัง**
8. การแจกนามพยัญชนะการานต์ ลงท้าย ตฺ , ทฺ, ธฺ และ ภฺ โดยมีการเปลี่ยนเสียงท้าย เมื่ออยู่หน้าวิภัก ภฺ ดังนี้
ตฺ, ธฺ > ทฺ และ ภ > พฺ
ตัวอย่างการแจกนาม มรุตฺ (ปุ. ลม), อาปทฺ (ส. โชคร้าย), ชคตฺ (นปุ. โลก) (คำเหล่านี้มีเค้าเดียว)
|
. |
. |
มรุตฺ |
. |
. |
อาปทฺ |
. |
. |
ชคตฺ |
. |
|
อาลปน |
มรุตฺ |
มรุเตา |
มรุตสฺ |
อาปตฺ |
อาปเทา |
อาปทสฺ |
ชคตฺ |
ชคตี |
ชคนฺติ |
|
กรรตุ. |
มรุตฺ |
มรุเตา |
มรุตสฺ |
อาปตฺ |
อาปเทา |
อาปทสฺ |
ชคตฺ |
ชคตี |
ชคนฺติ |
|
กรรม |
มรุตมฺ |
มรุเตา |
มรุตสฺ |
อาปทมฺ |
อาปเทา |
อาปทสฺ |
ชคตมฺ |
ชคตี |
ชคนฺติ |
|
กรณ |
มรุตา |
มรุทฺภฺยามฺ |
มรุทฺภิสฺ |
อาปทา |
อาปทฺภฺยามฺ |
อาปทฺภิสฺ |
ชคตา |
ชคทฺภฺยามฺ |
ชคทฺภิสฺ |
|
สัมปทาน |
มรุเต |
มรุทฺภฺยามฺ |
มรุทฺภฺยสฺ |
อาปเท |
อาปทฺภฺยามฺ |
อาปทฺภฺยสฺ |
ชคเต |
ชคทฺภฺยามฺ |
ชคทฺภฺยสฺ |
|
อปทาน |
มรุตสฺ |
มรุทฺภฺยามฺ |
มรุทฺภฺยสฺ |
อาปทสฺ |
อาปทฺภฺยามฺ |
อาปทฺภฺยสฺ |
ชคตสฺ |
ชคทฺภฺยามฺ |
ชคทฺภฺยสฺ |
|
สัมพันธ |
มรุตสฺ |
มรุโตสฺ |
มรูตามฺ |
อาปทสฺ |
อาปโทสฺ |
อาปทามฺ |
ชคตสฺ |
ชคโตสฺ |
ชคตามฺ |
|
อธิกรณ |
มรุติ |
มรุโตสฺ |
มรุตฺสุ |
อาปทิ |
อาปโทสฺ |
อาปตฺสุ |
ชคติ |
ชคโตสฺ |
ชคตฺสุ |
โปรดสังเกต นปุ. พหูพจน์ มีการแทรก นฺ ก่อนพยัญชนะท้าย แล้วจึงเติม อิ
8. บางการานต์ เมื่อพยัญชนะท้ายมีลมมาก เสียงก้อง (ฆฺ ธฺ ภฺ และ หฺ ที่เป็นตัวแทนของ ธฺ) กลายเป็นเสียงลมน้อย, พยัญชนะต้นของมัน (คฺ ทฺ หรือ พฺ) จะกลายเป็นเสียงลมน้อย เช่น พุธฺ > ภุตฺ, ภุทฺภฺยสฺ, ภุตฺสุ (จะเป็นกรณีหน้าวิภักติพยัญชนะ)
ข. การแจกคุณศัพท์ (คุณนาม)
คุณศัพท์ หรือคำขยายนามนั้น หากใช้คำเดียว ขยายนามหลายตัว ก็ทำได้ แต่มีปัญหาว่า คุณศัพท์นั้นจะใช้เพศอะไร ให้พิจารณาดังนี้
- นามเพศชายและหญิง คุณศัพท์เป็นเพศชาย
- ถ้านามเพศชาย หรือหญิง กับนามเพศกลาง คุณศัพท์เป็นเพศกลาง
ศัพท์
ธาตุ
- √รุหฺ เติบโต. บอกเหตุ โรหยติ, โรปยติ. ทำให้งอก ปลูก
- √ลภฺ บอกเหตุ ลมฺภยติ. ทำให้รับ ให้ (คำนี้มีแทรกนิคหิต)
นาม (โปรดสังเกต คำไหนลงท้ายพยัญชนะ คำไหนลงสระอะ)
|
|
คุณศัพท์
กุศล ปุ., กุศลา ส. ชำนาญ มีความรู้ ตฺริวฺฤตฺ ปุ.,ส. สามอย่าง, สามเท่า
ทุรฺลภ ปุ., ทุรฺลภา ส. หายาก ลำบาก ภกฺต ปุ. ภกฺตา ส. มีความภักดี จริง
ศัพท์ไม่แจก
ปศฺจาตฺ ข้างหลัง, หลัง (ใช้กับ สัมพันธการก)
แบบฝึก
1. แปลสันสกฤตเป็นไทย
ते पुत्रा ये पितुर्भक्ताः स पिता यस्तु पोषकाः।
तन्मित्रं यत्र विश्वासः सा भार्या यत्र निर्वृतिः॥ 8 ॥
- हे शिष्य समिधो वनादाहर। 1
- उपनिषत्सु मुक्तेर्मार्ग उपदिश्यते। 2
- आपदि सुहृदो’ स्मान्पालयेयुः। 3
- विश्वस्यां भुवि पापा भूभृद्भिर्दण्ड्यन्ताम्। 4
- समिद्भिरग्निं यजेत। 5
- पुण्येन जगती जयेः। 6
- त्वं जीव शरदः शतम्। 7
- भूभृतः (gen.) शिखरं वयमारोहाम यूयमधस्तादतिष्ठत। 8
- काश्चित्सरितः समुद्रेण काश्चिदन्याभिः सरिद्भिः संगच्छन्ते। 9
- रात्रौ तडिददृश्यत | 10
- भक्ताः सुहृदो’ स्मान्सुखं लम्भ्यन्ति । 11
- अश्रुभिर्नार्यो बालाश्च मनोरथान्साधयन्ति। 12
- शरदि कासुचित्सरित्सु पद्मानि दृश्यन्ते। 13
2. แปลไทยเป็นสันสกฤต
- พระอินทร์ พร้อมด้วยเหล่ามรุต ผู้เป็นเพื่อน ฆ่าวฤตระแล้ว
- ปราศจากเพื่อน ไม่มีใครกระทำการยาก(ได้)
- บุคคล(ใช้กริยาพหูพจน์ ไม่ต้องมีสรรพนามประธานก็ได้) พึงปลูกต้นไม้บนถนนทั้งหมด เพื่อร่มเงา
- เพื่อนเหล่านั้นผู้เป็นจริงในความโชคร้าย ยากที่จะพบได้ในสามโลก
- สายคาดเอวและอุปวีตพึงถูกทำขึ้นสามทบ (นปุ. ทวิพจน์)
- ยังให้วาง (ใช้ธาตุ สฺถา) หินนี้หลังกองไฟ
- ทะเลถูกกวีเรียกว่าสามีแห่งแม่น้ำทั้งหลาย
- ประชาชนทั้งปวงต้องถูกคุ้มครองโดยพระราชาทั้งหลาย
- บางคนแห่งพราหมณ์เหล่านี้ชำนาญในอุปนิษัท คนอื่นๆ ในคัมภีร์สมฤติ
ขอบพระคุณสำหรับบทเรียนค่ะ
แต่เดี๋ยวต้องกลับไปดูที่อาจารย์เฉลยไว้ก่อน นี่เพิ่งเปิดมาเห็นค่ะ
มีข้อสงสัยดังต่อไปนี้ค่ะ ...
- จบบทนี้ก็หมดพยัญชนะการันต์แล้วใช่ไหมค่ะ ที่ถามเพราะเดี๋ยวเผื่อมีคำอื่นแล้วไม่รู้จะแตกเค้ายังไงค่ะ
- 4.) ตัวที่ยุ่งยากคือ ประธาน เอกพจน์ มักจะมีขั้นตอนพิเศษ - ข้อสี่ที่ว่านี้มีขั้นตอนพิเศษยังไงกับ วิภักติ สฺ คะ
- นามพยัญชนะการานต์อาจทำเป็นนามเพศหญิงได้โดยเติมสระ อี หรือ อาเข้ากับเค้าอ่อนของนามนั้น
อันนี้ก็งงตรงเค้าอ่อน ไม่เห็นอาจารย์จะยกตัวอย่างให้ดูเลยค่ะ เพราะคำตัวอย่างที่แสดงไว้ในบทนี้มีเค้าเดียว
หรือว่า มรุตฺ (ปุ. ลม) ทำให้เป็นเพศหญิงก็ มรุตฺ + อี = มรุตี แบบนี้เหรอค่ะ
ก็กลายเป็นลมเพศหญิง แล้วก็นำไปแจกวิภักติต่อ ?
เอาข่าวมาฝากด้วยค่ะ ไม่ทราบว่าอาจารย์จะเห็นหรือยัง เผื่อท่านอื่นๆจะสนใจ
เอาข่าวมาฝากด้วยค่ะ ไม่ทราบว่าอาจารย์จะเห็นหรือยัง เผื่อท่านอื่นๆจะสนใจ
เอ๊ะ..อาจารย์ค่ะ
'' วฺฤตฺร ปุ. อสูรชื่อ วฤตระ (ในคัมภีร์ฤคเวท กล่าวถึงบ่อย นี่ตัวร้ายเลย) ''
มันจะใช่ตัวเดียวกันกับที่หนูอ่านเจอในโซโรอัสเตอร์หรือเปล่าเอ่ย ตามลิ้งนี้ล่ะค่ะ
http://en.wikipedia.org/wiki/Verethragna
ลองหาดูในพจนานุกรมก็ได้แบบนี้ ..
ป.ล. ว่าจะถามอาจารย์ตั้งนานแล้วลืมทุกที อยากจะอ่านคัมภีร์ของศาสนาโซโรอัสเตอร์ที่แปลไว้เป็นภาษาไทยพอจะหาอ่านได้ที่ไหนบ้างไหมค่ะ แต่ถ้าไม่มีจริงๆคงต้องหาอ่านที่เป็นภาษาอังกฤษ
จริงๆหนูว่ามันน่าสนใจจะตาย น่าจะมีคนทำไว้บ้างนะค่ะ
เรื่องการแจกพิเศษอะไรนี่ ไว้ค่อยว่าในบทต่อๆไปดีกว่าครับ ไม่งั้นจะยุ่งเหยิง
ตอนนี้เล้าไว้กว้างๆ ให้พอเห็นภาพรวม
ขอบคุณมากครับที่บอกข่าว น่าสนใจจริงๆ (พี่อมรา ก็จบ โท เอก สันสกฤตที่ศิลปากรครับ)
คัมภีร์อะเวสตะยังไม่มีคนแปลหรอกครับ ภาษาอังกฤษหาอ่านได้ไม่ยาก
ที่น่าสนใจก็คือ สอดคล้องกับคัมภีร์ฤคเวทอย่างมาก ขนาดว่าเทียบคำกันได้เลย มีเวลาผมก็อยากศึกษาลึกๆ เหมือนกัน
วฤตระ ตัวนั้นแหละครับ. ยังไงก็ไม่ทราบ เทพอสูรในพระเวท พอไปอยู่ในอะเวสตะ สลับดีเป็นร้าย ร้ายเป็นดีเฉยเลย
ยกตัวอย่างหน่อยก็ได้ครับ จะได้หายสงสัย;)
เช่น ราชนฺ แจก ประธาน เอกพจน์ = ราชนฺ+สฺ > ราชนฺสฺ
ราชนฺ (ปุลฺ) มีรูปอ่อน คึอ ราชฺญฺ, เติม อี เป็น ราชฺญี (สฺตฺรี) แต่ถ้าเติม อา รูปอ่อนคือ ราชฺ = ราชา (สฺตฺรี) แบบนี้ ยุ่งวุ่นวายพอสมควร ก็เลยยังไม่สอนในบทนี้
ข้อเจ็ดตกคำว่า ติ ไปค่ะ
'' เมื่ออยู่หน้าวิภัก ภฺ ดังนี้ ''
บทนี้ไม่มีแบบฝึกหัดเหรอค่ะ ?
แก้ไขแล้วครับ
เพิ่มแบบฝึกหัดแล้ว ;)
ลมฺภยติ. ทำไมต้องแทรกนิคหิตค่ะ ?
เพราะว่า ลภฺ มีสองรูปครับ ลํภฺ และ ลภฺ
เพราะฉะนั้น รูปปัจจุบัน แจก ลมฺภติ ลมฺภเต ได้ด้วย
แต่บอกเหตุ ใช้ ลํภฺ แบบเดียว
อาจารย์หนูสนใจเรื่อง วฤตราสูร ( เรียกแบบนี้ได้ไหมคะ ? ) มากๆเลยค่ะ
จริงๆเคยอ่านอะไรมาบ้างเรื่องทำเนียบเทพเจ้าของทั้งสองกลุ่มนี้ สนุกมากค่ะ
ตั้งแต่ช่วงที่กลุ่มอารยัน - อิหร่านทะเลาะกัน ตามความเห็นส่วนตัวของหนูยังเคยแอบคิดว่ามหาภารตะนั้นเกิดก่อนรามายณะสะอีก คิดว่าอารยันอิหร่านทะเลาะกันเอง แล้วฝั่งแพ้ก็ถอยร่นลงมา
เลยเกิดการใส่ความโยนความกันขึ้น ต่างฝ่ายต่างก็ว่าอีกฝ่ายว่าเป็นอสูร
ตอนนี้ก็อยากดูสารคดีกรมโบราณคดีอินเดียเขาไปสำรวจทุ่งกุรุเกษตรหรือเมืองทวารกาที่จมอยู่ในน้ำ อยากตามรอยไปมากเลยค่ะ อิอิ
ถ้ามีคนทำวิทยานิพนธ์เรื่องอะเวสตะกับพระเวท แล้วเอาทำเนียบเทพเจ้ามาเทียบกันคงจะได้ประโยชน์มิน้อยนะค่ะ
อาจารย์ค่ะ ชื่อ กาตยะ นี้มีความหมายอย่างไรบ้างค่ะ เคยได้ยินมาว่าเป็นพระนามของพระพุทธเจ้า
กับเป็นชื่อของฤาษีหนึ่งตนผู้เป็นบิดาของพระแม่กาตยายินี
ขอบคุณค่ะ
- มรุตฺ ( ประธาน - เอก) มรุตฺ + สฺ = มรุตฺ (อย่างนี้จะเรียกว่าสนธิยังไงค่ะ หรือว่า สฺ เสียงไม่ก้อง ก็ตัดวิภักติ สฺ นั้นทิ้งเลยไม่ต้องสนธิ )
- อาปทฺ + สฺ รูปเดิมคือ อาปทฺ แล้วมันสนธิกันยังไงถึงออกมาเป็น อาปตฺ ค่ะ
การกที่สี่ มรุตฺ + ภิสฺ เหรอค่ะ / ไม่ใช่ มรุตฺ + ภฺยสฺ นะค่ะอาจารย์ ?
-ภฺยสฺ ครับ แก้แล้ว
ตามหลักต้องสนธิก่อน แต่ ตฺ และ สฺ ไม่ก้อง จึงไม่เปลี่ยนเสียง, จากนั้นตัด สฺ ทิ้ง
อาปทฺ + สฺ เปลี่ยน ทฺ เป็น ตฺ ไม่ก้อง ตาม สฺ, แล้วตัด สฺ ทิ้ง
มรุตฺ ภิสฺ เปลี่ยน ตฺ เป็น ทฺ ตาม ภฺ
ตัวการานต์จะเปลี่ยนก้องไม่ก้อง ตามวิภักติ ครับ
กาตยะ ไม่แน่ใจว่าตัวไหน
แต่ถ้า กาตฺยายน (หมายถึง ลูกหลานของ กาติ) ก็ตรงกับ กัจจายนะ ในภาษาบาลี
มีคนชื่อนี้เยอะครับ แต่ในพุทธศาสนามีพระกัจจายนะด้วย และมีนักไวยากรณ์ชื่อนี้ด้วย
เรื่องเทพฤคเวท และอะเวสตะ คงจะมีคนศึกษามานานพอสมควรแล้วนะครับ
ลองอ่านงานของ Max Muller น่าจะมี
และเรื่องนี้ http://www.ijsrp.org/research-paper-0812/ijsrp-p0879.pdf
เรียก วฤตราสูร ก็ได้ครับ
มหาภารตะ เป็นเรื่องที่ปะติดปะต่อกันในสมัยหลัง แกนเรื่องจริงคงจะเก่ามาก อาจมาจากเรื่องจริงสมัยโบราณมากๆ
ส่วนรามายณะน่าจะมีความเป็นนิยายมากกว่า แต่ก็เก่าแก่ เพราะมีทสรสชาดกในพระสูตรด้วย
แต่ทั้งนี้ก็มีหลายเรื่องที่ปรากฏทั้งในรามายณะและภารตะ เช่น เรื่องครุฑกับนาค เรื่องฤษีต่างๆ
มีนักวิชาการบางคนศึกษาประวัติของเรื่องเหล่านี้โดยวิเคราะห์ดวงดาว น่าสนใจเหมือนกัน
<p>คอยฟังข่าวการประชุมรามายณะนะครับ เคยจัดบ้านเราด้วย ไม่ทราบครั้งถัดไปจัดที่ไหน
</p>
√รุหฺ เติบโต. บอกเหตุ โรหนติ, โรปยติ. ทำให้งอก ปลูก
อย่างแรกคือทำคุณที่สระอุใช่ไหมค่ะ จาก รุ เป็น โร แต่..
คำแรก โรหนติ ตัว นฺ มาจากไหนค่ะ ที่จริงน่าจะเป็น โรหยติ หรือเปล่าค่ะ ?
คำที่สอง โรปยติ ตัว ปฺ นี้มาจากไหนค่ะ ดูแล้วธาตุก็ไม่ได้ลงท้ายเสียง อา หรือ ฤ
แล้วก็ไม่ได้ลงท้ายด้วย อิ หรือ อี ที่เป็นเหตุให้ต้องเติม ปฺ เลยค่ะ งง
โรหยติ และ โรปยติ(คำนี้นิยมใช้ในสมัยหลัง สมัยเก่าๆ ไม่มี) ครับ
ตัว โรปยติ นั้น เป็นตัวพิเศษอีกแหละ, คงไม่ใช่การเติม ป ตามหลักบอกเหตุ เพราะมีการใช้ โรป ในรูปอื่นด้วย
เช่น กรรมวาจกใช้ रोप्यत ลุงฺ(อดีตกาลแบบหนึ่ง) ใช้ अरोपि
คงมีขั้นตอนบางอย่างที่ทำให้ ห หายไป แล้ว ใส่ ป แทน
หรือธาตุนี้มีสองฐาน ใช้ รุหฺ และ รุปฺ (ธาตุ รุปฺ แจกบอกเหตุเป็น โรปยติ เหมือนกัน)
คำที่มี ห นั้น มักจะแจกเป็นตัวอื่นได้ด้วย คอยสังเกตดูนะครับ
อันที่จริง คำพวกนี้อธิบายที่มาได้ ถ้าเราทราบประวัติคำ (แต่เราไม่ทราบประวัติคำได้หมด)
พอดีหนูไปถ่ายรูปหนังสือของเพื่อนมา ''สัทธรรมปุณฑริกสูตร ''
เจอสามบรรทัดล่างสุดที่สนธิยาวติดกันเป็นพืดนี่ตกใจมากๆค่ะ ฮ่าๆ
ยอมเขาเลยจริงๆ จะไม่ให้ได้หยุดพักหายใจหายคอกันบ้างหรือไงค่ะ
อาจารย์พอจะแยกได้ไหมค่ะ ตาลาย มึนมากๆ
ไม่ยากครับ ตรงนี้เป็นแค่ศัพท์ชิดกัน คือสนธิอย่างง่าย
การกที่ 3 พหูพจน์ ก็ลง ไ-รฺ ร้อยไปเรื่อยๆ
ข้างบนที่มี จ เยอะๆ ก็ การกสาม เอกพจน์
พระสูตรมหายานจริงแล้วอ่านง่ายนะครับ ส่วนมากจะมีคำซ้ำๆ มีพระนามพระพุทธเจ้ามากมาย
ไวยากรณ์ไม่ยากมาก ลองอ่านดูก็ได้ เริ่มต้น เอวํ เม ศฺรุตํ ฯลฯ เอกํ สมยํ ภควา ฯลฯ
ลองอ่านนี้นะครับ มีสรรพนามหลายตัว
Rosa Goes to the City