ด้วยรักจากแม่
“อัสลามมุอาลัยกุม มีใครอยู่มั๊ยค่ะ” นี่คือเสียงทักทายจากเจ้าหน้าที่เมื่อลงไปเยี่ยมบ้านของผู้รับบริการผู้ด้อยโอกาส ที่ปกติแล้วจะอาศัยอยู่กัน 3 คน คือแม่และลูกอีก 2 คน ที่ป่วยเป็นจิตเวชและขณะนั้นก็มีเพียงแวแม ผู้ป่วยด้อยโอกาสพิการทางจิตผู้น้องโผล่หน้ามาให้เห็นเท่านั้น เมื่อเห็นหน้าของแวแม เจ้าหน้าที่ก็เอ่ยถามว่า “อยู่คนเดียวหรอ แม่อยู่มั้ย” “แม่ออกไปเลี้ยงวัวที่กลางทุ่ง เดี๋ยวออกไปตามมาให้” นี่คือคำตอบจากแวแม พร้อมรีบร้อนสวมใส่เสื้อผ้าแล้วเดินออกไปตามแม่ที่กลางทุ่งว่าหมอที่อนามัยมาเยี่ยม ไม่นานนักก็ได้เห็นใบหน้าของหญิงชราที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มมาแต่ไกล เดินมาอย่างรีบเร่งตรงเข้ามา สลามจับมือกับเจ้าหน้าที่ พร้อมบอกว่าตนเองนั้น “พาวัวออกไปกินหญ้า แวแมไปบอกว่าหมอมาก็รีบกลับบ้าน ดีใจมากที่หมอมาเยี่ยม” หลังจากนั้นก็ได้ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบและถาม
อาการของลูกชายอีกคน (สะหรี ผู้ป่วยด้อยโอกาสพิการทางจิตผู้พี่) ว่าเป็นอย่างไรบ้าง “เดี๋ยวนี้สะหรีก้าวร้าว ไม่ยอมกินยา ตั้งแต่หมอเปลี่ยนยา” คำตอบที่ได้รับจากผู้เป็นแม่พร้อมสีหน้าที่สัมผัสได้ว่าเครียดกับอาการของลูกชาย “เดิมนั้นสะหรีจะได้ยาฉีด มีสมาชิก.อบต.พาไปฉีดยาที่อนามัยสม่ำเสมอ เมื่อหมอเปลี่ยนเป็นยากิน สะหรีก็ไม่ยอมกินยา และมีอาการก้าวร้าว ทำร้ายร่างกายแม่ ทำร้ายร่างกายเพื่อนบ้าน ทำให้เพื่อนบ้านหวาดกลัว ไม่ค่อยกลับบ้าน กลับมากินข้าวเสร็จก็ออกไป กลางคืนกลับบ้างไม่กลับบ้าง ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน ส่วนแวแมก็อย่างที่เห็น ก็อัลฮัมดูลิลละฮ์” (ขอขอบคุณพระเจ้าที่ยังเมตตา) เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้ไปพบแพทย์อีกครั้ง เพื่อให้แพทย์เปลี่ยนมาเป็นยาฉีดเหมือนเดิม เมื่อถามถึงรายได้ การกินอยู่ภายในบ้าน ก็ได้รับคำตอบว่า “รายได้ก็มาจากเงินผู้สูงอายุ เงินผู้พิการของสะหรีก็ให้ สมาชิก.อบต.ดูแล เพราะเค้าเป็นคนไปเอายา พาสะหรีไปฉีดยา เงินของสะหรีก็ให้เป็นค่าน้ำมันรถของเค้า สมาชิก.อบต.คนนี้สะหรีจะกลัว กลัวว่าถ้าไม่ไปฉีดยาเดี๋ยวเค้าจะไม่ให้เอาเงินไปใช้ ส่วนเงินผู้พิการของแวแมนั้นยังไม่ได้ เพราะเพิ่งจะทำบัตรเมื่อเดือนที่ผ่านมา อาหารการกิน ก็เนี่ยผักรอบๆบ้าน ลูกๆ กลับมาบ้านที ก็หยิบยื่นให้บ้าง ซื้อข้าวสาร ซื้อกับข้าวกลับมาบ้าง ครั้นจะขอจากลูกๆ เค้าก็ไม่มีเหมือนกัน จะว่าพอมันก็ไม่พอหรอก แต่ก็อัลฮัมดูลิลละฮ์อยู่ได้” (ขอขอบคุณพระเจ้าที่ยังเมตตา) คำตอบจากหญิงชราพร้อมใบหน้าที่มีรอยยิ้มยอมรับในสิ่งที่พระเจ้าได้กำหนด เมื่อสอบถามพูดคุยว่าลูกชายทั้งสองคนทำงานหรือไม่นั้น ผู้เป็นแม่ก็ตอบว่า “แวแมก็ไม่ได้ทำอะไร อยู่บ้านเฉยๆ ส่วนสะหรีก็นั่นแหละกรีดยางข้างๆ บ้าน” พร้อมกับชี้ให้เห็นสวนยางที่สะหรีกรีดว่ามันเป็นเพียงต้นยางต้นเล็กๆ อายุประมาณ 3-4 ปีเท่านั้น “จริงๆ แล้วก็ไม่สมควรที่จะกรีดเลยแต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อมันต้องกินต้องใช้” คำตอบจากสะหรี ที่แอบฟังอยู่และเดินเข้ามาร่วมสนทนาด้วย หญิงชรากล่าวต่อฉันอยากให้ลูกๆ มีงานทำหรืออย่างน้อยก็ช่วยเหลือตัวเองได้บ้างเมื่อฉันไม่อยู่แล้ว ใครจะดูแล คำพูดจากหญิงชราพร้อมใบหน้าที่เศร้าสร้อย...พอดีมีโครงการจากโอสถสภาเข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนบ้านผู้ด้อยโอกาสคะ หญิงชรามีสีหน้า สดชื่นขึ้นทันที ฉันขออาชีพให้ลูกชายได้ไหม ฉันอยากให้เขาทำอะไรง่ายๆ ได้ เช่น เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ จะได้ฝึกให้เขามีความรับผิดชอบและได้ทำอะไรบ้าง ถึงจะเล็กๆ น้อยๆ ก็ตาม หญิงชรากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแห่งความดีใจ หลังจากนั้นก็คุยกันอีกพักหนึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ลากลับ สิ้นเสียงหมออนามัยซึ่งการลงเยี่ยมในครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าไม่ใช่เพียงผู้รับบริการเท่านั้นที่มีความอิ่มเอมใจ ตัวเจ้าหน้าที่เองก็อิ่มเอมใจไม่น้อยไปกว่ากันเลยที่ได้เห็นผู้รับบริการมีความสุข หลังจากนั้นดิฉันได้มีโอกาสนำเรื่องราวของหญิงชราผู้นี้เรียนกับท่านปลัด อบต.ท่ากำชำ และนายก อบต.ท่ากำชำ ซึ่งก็ได้รับความเมตตาให้การช่วยเหลือสนับสนุนอีกแรงหนึ่งนอกเหนือจากการสนับสนุนจากโครงการ ดิฉันขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านแทนผู้รับบริการทุกคนนะคะ ที่พวกท่านมองเห็นในจุดเล็กๆ ที่มักจะถูกมองข้ามเสมอ ขอให้เพื่อแผ่สิ่งดีๆ เหล่านี้ต่อไปนะคะ


อังคณา วังทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (APN สาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต)
อัสมะ หะยีสแลแม พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ รพ.สต.ท่ากำชำ