สิ่งดีดีที่เรียกว่า “รัก”
ได้มีโอกาสเจอกับเมาะมือแยครั้งแรก ตอนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมประเมินสุขภาพจิตที่มัสยิดไผ่มัน เห็นครั้งแรกก็มองเป็นคนชราธรรมดาๆ ทั่วไป ที่อาศัยอยู่ในชุมชน ใครจะคิดว่าการที่เมาะไปทำกิจกรรมในวันนั้นเผื่อไว้ว่าจะได้โอกาสปรึกษาและขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข...ในวันนั้นหากไม่ลองเข้าไปพูดคุยคงไม่รู้ว่า เมาะมีเรื่องราวที่เป็นบททดสอบ มากมายขนาดนี้ ....
จากการไปเยี่ยมของเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ครั้งแรก เห็นเมาะมือแยนั่งอยู่ตรงระเบียงบ้านกับหลานชาย สภาพบ้าน เป็นบ้านไม้เก่าๆ บันไดขึ้นบ้านผุและโยก บริเวณทางขึ้นบ้านเป็นที่วางน้ำ ซึ่งลูกชายของเมาะเป็นคนตักจากบ่อน้ำเพื่อสะดวกในการใช้ พื้นไม้ภายในบ้านผุ มีของวางเกลื่อนกลาด มีใยแมงมุมเกาะเต็มไปหมด โดยเฉพาะเพดานบ้าน ด้านในบ้านที่เป็นบริเวณห้องครัว มีสภาพเหมือนไม่ได้ใช้งานนานแรมปี ภายในบ้านมีเพียงลิ้นชัก ตู้เก็บเสื้อผ้า 1 ตู้ มุ้งและ
ที่นอน หญิงชราวัย 77 ปี อาศัยอยู่กับหลาน อายุ 14 ปี เมาะมือแยมีลูกทั้งหมด 4 คน ทำงานที่ประเทศมาเลเซีย 3 คน ไม่กลับบ้านเป็นเวลาหลายปีแล้ว ปัจจุบันอาศัยอยู่กับหลานชาย หลานชายไม่ได้เรียนหนังสือเนื่องจากไม่มีเงิน ส่วนลูกชายจะอาศัยบ้านหลังอื่น ซึ่งอยู่ละแวกเดียวกัน จากการพูดคุยกับเมาะมือแย ทำให้ทราบว่าทางครอบครัวมีปัญหาทางด้านการเงิน ไม่มีอาชีพ ลูกชายมีอาชีพรับจ้างทั่วไป บางวันไปหาปลาเพื่อเอาไปขาย ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน หากไม่มีใครจ้างก็ไม่มีเงิน ส่วนรายได้หลักของเมาะมือแย คือ เงินผู้สูงอายุในแต่ละเดือน และเงินจากการบริจาคในแต่ละปีของคนในชุมชน เมาะเคยจะของบประมาณเพื่อสร้างอาชีพ และขอซื้อเครื่องตัดหญ้าเพื่อให้ลูกชายรับจ้างตัดหญ้า โดยขอจากพัฒนาสังคมจังหวัด แต่เนื่องจากเมาะไม่ได้เป็นผู้พิการ ซึ่งไม่ได้อยู่ในหลักเกณฑ์ จึงไม่ได้งบในครั้งนั้น ....ในวันนั้น ก็แอบสงสัยเหมือนกันว่า เงินผู้สูงอายุเดือนละ 500 บาท กับรายได้จากการรับจ้างของลูกชายซึ่งบางวันก็ได้ บางวันก็ไม่ได้ จะพอกับปากท้องและค่าใช้จ่ายของคน 3 คนหรือเปล่า ....
...... สัปดาห์ต่อมา เวลาประมาณ 09.00 น. อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โทรมาบอกว่าเมาะมือแย มีอาการพูดไม่ชัด มือและขาข้างซ้าย เคลื่อนไหวเองไม่ได้ เมื่อไปถึง จึงพบกับเมาะ นอนร้องไห้เสียงดัง โวยวายและบ่นว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ ไม่ยอมพูดด้วย เมื่อเข้าใกล้ได้กลิ่นปัสสาวะ หลานชายที่ดูแลบอกว่าเมาะปัสสาวะลาดโดยไม่รู้ตัว จึงพูดคุยให้กำลังใจ ปลอบโยน และพูดเพื่อให้เมาะมีสติ บอกว่า “ทุกอย่างพระเจ้าเป็นคนกำหนดมาแล้ว และนี่เป็นบททดสอบของพระเจ้า ซึ่งเราต้องอดทนและทุกอย่างต้องผ่านไปด้วยดี หากเราพยายาม และอัลลอฮทรงประสงค์” เมื่อพูดเช่นนั้น เมาะก็หยุดร้องไห้ นิ่งเงียบพักใหญ่ .... หลังจากนั้น ช่วยกันทำความสะอาดร่างกาย ที่เปื้อนไปด้วยปัสสาวะ และนั่งพูดคุยกับเมาะสักพักก็วัดความดัน ครั้งที่1 188/96 mmhg ครั้งที่ 2 186/96 mmhg “ความดันสูงมากนะคะ” จึงแนะนำไปโรงพยาบาล พร้อมทั้งอธิบายเหตุผลเพื่อให้ลูกและหลานเกิดความเข้าใจ ลูกชายของเมาะนั่งคิดและลังเลใจพอสมควร และพูดขึ้นว่า ไปไม่ได้หรอก แล้วใครจะดูแลตอนอยู่โรงพยาบาลล่ะ เงินก็ไม่มี ไม่มีเงินจ่ายค่ารถและปฏิเสธไม่ยอมไปโรงพยาบาล จึงต้องอธิบายถึงข้อดี ข้อเสีย และจะประสานทางโรงพยาบาลหนองจิกให้ เมื่อได้ฟังเช่นนั้น จึงตกลงไปโรงพยาบาล ในวันนั้นเมาะมือแย ไปโรงพยาบาล สภาพการเคลื่อนย้ายเป็นไปอย่างทุลักทุเล เมาะต้องนอน โรงพยาบาล 2 คืน ที่โรงพยาบาลปัตตานี เนื่องจากโรงพยาบาลหนองจิกส่งผู้ป่วยไป ช่วงที่นอนอยู่โรงพยาบาลมีหลานชายเป็นคนเฝ้าไข้ .....
หลังจากที่เมาะมือแย กลับจากโรงพยาบาลได้ลงเยี่ยมบ้านอีกครั้ง สิ่งที่สังเกตได้หลังจากกลับจากโรงพยาบาลครั้งนี้ สภาพจิตใจของเมาะดีขึ้นมากกว่าครั้งก่อน พูดคุยมากขึ้น ไม่มีอาการร้องไห้ โวยวาย แต่กลับยิ้มให้และให้ความร่วมมือ ในการออกกำลัง แขน ขา อย่างง่ายๆ โดยมีหลานชายคนเดิมเป็นคนช่วย ซึ่งอาสาสมัคร
สาธารณสุขบอกว่า มีคนมาเยี่ยมกันเยอะ เมาะคงมีกำลังใจ จึงพูดคุยและอารมณ์ดีมากขึ้น....ทำให้รู้สึกได้เลยว่า ถึงแม้ว่าเราเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่พอช่วยเหลือเมาะได้ แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเห็นรอยยิ้มของเมาะ ทำให้เมาะมีกำลังใจในการใช้ชีวิตเมื่อเปรียบเทียบกับวันที่เมาะนอนร้อง ไห้โวยวาย...ชั่งเป็นรอยยิ้มที่หน้าประทับใจเสียเหลือเกิน....แต่สิ่งที่ประทับใจมากอย่างหนึ่งคือ ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมเมาะมือแยจะพบกับหลานชาย ซึ่งเป็นเด็กที่น่าจะไปเที่ยวเล่นเหมือนเด็กคนอื่นๆ แต่กลับทำหน้าที่และรับผิดชอบกับภาระที่เกิดขึ้นอย่างไม่บ่ายเบี่ยงและอยู่ช่วยเหลือดูแลเมาะทุกอย่าง และทุกครั้งที่ไปจะเจอ หลานชายคนนี้อยู่กับเมาะเสมอ จึงพูดกับเมาะว่า “ถึงแม้จะมีความยากลำบากและมีเรื่องต่างๆ เกิดขึ้นมากมายและไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์เลวร้ายขนาดไหน เมาะก็มีหลานชายอยู่ด้วยเสมอ เป็นสิ่งดีๆ ที่เรียกว่า “ความรัก” ความรักของหลานชายที่มีต่อยายอย่างเต็มเปี่ยม”และหลังจากนั้นไม่นานก็มีโครงการพยาบาลน้องใหม่หัวใจรักบ้านเกิด ที่บริษัทโอสถสภาจำกัด เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งดิฉันไม่รีรอที่จะขอความช่วยเหลือเลย โดยได้ขอเครื่องตัดหญ้าเพื่อให้ครอบครัวนี้ได้มีรายได้เพิ่ม อย่างน้อยที่สุดก็อาจจะช่วยให้คุณภาพชีวิตของเมาะดีขึ้นและรู้สึกดีใจแทนเมาะที่ได้รับโอกาสดีๆ แบบนี้ เชื่อว่าคงมีอีกหลายคนที่ตกอยู่ในสภาพนี้เพียงแต่ว่าเมื่อไหร่ เอกองค์อัลลอฮ จะประทานพรให้พวกเขาเหล่านั้นได้รับการช่วยเหลือเหมือนเมาะมือแยบ้าง.....
อังคณา วังทอง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (APN สาขาการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต)
ฮัฟเซาะฮ์ สุหลง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ รพ.สต.บ่อทอง