จากพระราชดำรัสในวันที่ ๔ ธค. ๒๕๔๘ theme คือ the king can do no wrong ตัดตอนมาท่อนหนึ่งดังนี้
.... ฉะนั้นก็บางโอกาสขอให้ละเมิด จะได้รู้กันว่าใครดีใครไม่ดี นี่พูดเลยเถิด พูดมากไป แต่ว่าคนที่อยู่ข้างหน้านี่ ไม่ต้องกลัว เพราะว่าไม่ได้มีความผิด คนที่นึกว่ามีความผิดพยักหน้า พยักหน้าว่ามีความผิดจริงๆ ความจริงเขาไม่มีความผิด คนที่มาก่อนน่ะมีความผิด แล้วกลัวคนที่พยักหน้าเนี่ยไม่ได้แก้ไข นี่ผิดตรงนี้ ไม่ได้แก้ไข หลบความรับผิดชอบ มันเป็นอย่างนั้น ในเมืองไทยนี่ คนไหนที่ทำอะไรไม่เข้าร่องเข้ารอยก็ลาออก ลาออกแล้วไม่มีอะไรผิดเลย แม้จะทำอะไรผิดอย่างมากๆ
อ่านแล้วตีความพระราชดำรัสท่อนนี้ไม่ออกครับ และยังจำบริบทไม่ได้อีกด้วย
คนที่อยู่ข้างหน้านี่ไม่ต้องกลัว....ทรงหมายถึงใคร พระองค์เอง หรือ ว่าพลเอกเปรม หรือว่าใครอื่น
คนที่นึกว่ามีความผิดพยักหน้า....คนพยักหน้านี้ใคร แล้วนึกว่าใครมีความผิด...เดาว่าคนที่พยักหน้าคือ “นายก” แล้วนึกว่าในหลวงมีความผิด (ถ้าเดาถูกก็แสดงว่าทรงเสียดสีนายกอย่างแรง กล้องก็ไม่ซูมอินให้เห็นว่าใครพยักหน้าเสียด้วย)
คนที่มาก่อนน่ะมีความผิด...ใครคือคนมาก่อน เดาว่าคือ อดีตนายกคนหนึ่งที่ลดค่าเงินบาท (ความผิดอย่างแรง) คือเขาเป็นนายกที่มาก่อนนายกคนนี้ไงล่ะ
แล้วกลัวคนที่พยักหน้าเนี่ยไม่ได้แก้ไข นี่ผิดตรงนี้ ไม่ได้แก้ไข หลบความรับผิดชอบ....คืออดีตนายกลดเงินบาท เกิดปัญหารุนแรง แต่คน”พยักหน้า” เข้ามาทีหลังก็ไม่ได้แก้ไขอะไร
คนไหนที่ทำอะไรไม่เข้าร่องเข้ารอยก็ลาออก ลาออกแล้วไม่มีอะไรผิดเลย แม้จะทำอะไรผิดอย่างมากๆ...คนที่มาก่อน เป็นนายก แล้วลาออก ไม่ผิดอะไรเลย
สุดท้ายผมวิจารณ์ว่าพระราชดำรัสท่อนนี้ทรงเสียดสีนายกคนก่อนที่ทำประเทศเสียหายแล้วลาออก ส่วนคนปัจจุบันก็ผิดมหันต์ที่ไม่แก้ไขปัญหา ...ทั้งสองคนผิดมหันต์ แต่ก็ do no wrong เฉยเลย แสดงว่ามีอภิสิทธิ์มากกว่าพระราชาเสียอีกที่ทรงยอมรับว่าที่ผ่านมาคงทำอะไรผิดอยู่บ้างหรอก
โอย...ทรงลึกจริงๆ แต่ไม่รู้ว่า “คนพยักหน้า” จะฟังเข้าใจไหม
...คนถางทาง (๑๙ มีนาคม ๒๕๕๖)
ผมว่ามีการเว้นวรรคที่ผิด ที่ถูกน่าเป็นดังนี้
.... ฉะนั้นก็บางโอกาสขอให้ละเมิด จะได้รู้กันว่าใครดีใครไม่ดี นี่พูดเลยเถิด พูดมากไป แต่ว่าคนที่อยู่ข้างหน้านี่ ไม่ต้องกลัว เพราะว่าไม่ได้มีความผิด คนที่นึกว่ามีความผิดพยักหน้า พยักหน้าว่ามีความผิดจริงๆ ความจริงเขาไม่มีความผิด คนที่มาก่อนน่ะมีความผิด แล้วกลัว คนที่พยักหน้าเนี่ยไม่ได้แก้ไข นี่ผิดตรงนี้ ไม่ได้แก้ไข หลบความรับผิดชอบ มันเป็นอย่างนั้น ในเมืองไทยนี่ คนไหนที่ทำอะไรไม่เข้าร่องเข้ารอยก็ลาออก ลาออกแล้วไม่มีอะไรผิดเลย แม้จะทำอะไรผิดอย่างมากๆ
ซึ่งจะทำให้การตีความที่ผมว่ามาแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น
ประโยคที่ไม่มีประธาน มีแต่กิริยา และกรรม ก็ทำให้ตีความไปได้หลากหลายครับ
พระองค์ทรงพูดให้เฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องรู้เรื่องเท่านั้น คนไม่เกี่ยวไม่จำเป็นต้องเข้าใจ