GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ย้อนรอยสินบนซีทีเอ็กซ์ เชือดโกงรับสุวรรณภูมิ

ย้อนรอยสินบนซีทีเอ็กซ์ เชือดโกงรับสุวรรณภูมิ
หลังการยึดอำนาจการบริหารประเทศโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข นโยบายสำคัญที่คณะปฏิรูปฯ ประกาศคือการตรวจสอบการทุจริตโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาล     พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ดำเนินการส่อไปในทางไม่โปร่งใส โดยยื่นดาบให้ คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการตรวจสอบตามประกาศ คณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 23 (คณะกรรมการการตรวจสอบทรัพย์สิน ตรวจสอบการดำเนินงานและโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับอนุมัติหรือเห็นชอบโดยบุคคลในคณะรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี    ในยุค พ.ต.ท.ทักษิณ) ไปสะสางคุณหญิงจารุวรรณ ประกาศจะประเดิมตรวจสอบเรื่องสินบนการซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ซีทีเอ็กซ์ 9000 เป็นคดีแรก ซึ่งตอนนี้สรุปผลเสร็จแล้วเหลือแค่กลั่นกรองคำพูดเล็กน้อย   เรื่องสินบน ซีทีเอ็กซ์ ถือเป็นคดีโด่งดัง       มานานนับปี มีการร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ มาตลอด  ตั้งแต่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จนวันนี้มีการเปิดบริการอย่างเป็นทางการเป็นวันที่ 4 แล้ว แต่ยังไม่สามารถ       หาคนผิดมาลงโทษได้ ย้อนไปเมื่อ 3 ปีก่อน  วันที่ 9 พ.ย.2546 บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.)      ได้ทำสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัทร่วมทุนไอทีโอ ประกอบด้วย บริษัท อิตาเลียน-ไทย จำกัด  บริษัท ทาเคนากะ จำกัด และบริษัท โอบายาชิ จำกัด (ITO) ให้จัดสร้างท่าอากาศยานสากลสุวรรณภูมิแบบจ้างเหมาเบ็ดเสร็จครอบคลุมงานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารและอาคารเทียบเครื่องบินในราคา 36,666,736,448 บาท สัญญาครอบคลุมระบบสายพานลำเลียงและจำแนกกระเป๋าและสัมภาระแบบธรรมดา (ระบบ stand alone)    ครั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายขึ้นในสหรัฐ ทางการสหรัฐและสายการบินต่าง ๆ เกิดความหวั่นไหวในระบบรักษาความปลอดภัยในการเดินทางด้วยอากาศยาน หน่วยงานของสหรัฐ ชื่อ USTDA จึงได้รับเข้ามาศึกษาและประเมินระบบตรวจสอบการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แล้วแนะนำให้ปรับปรุง วันที่ 11 พ.ย. 2546 คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ปรับปรุงและเพิ่มระบบงาน รวมทั้งระบบประปา ไฟฟ้า         การบำบัดน้ำเสีย การอำนวยความสะดวกภายในอาคาร และการรักษาความปลอดภัยในการตรวจสอบกระเป๋าและสัมภาระทั้งระบบ ได้แก่ การปรับปรุงอาคาร การติดตั้งสายพานเพิ่มจากเดิมอีกหกกิโลเมตร การจัดสร้างห้องปฏิบัติการเฝ้าระวัง การตรวจกระเป๋าด้วยเครื่องซีทีเอ็กซ์ และการทำลายวัตถุต้องสงสัย บทม. ได้เจรจากับไอทีโอ ขอเพิ่มเติมสัญญาแต่ไอทีโอมีขีดจำกัด จึงขอซื้อจากบริษัทอินวิชั่น เทคโนโลยี อิงส์ สหรัฐอเมริกา และอินวิชั่น ขอให้ ไอทีโอ ติดต่อซื้อจากตัวแทนจำหน่ายผู้ทรงสิทธิในประเทศไทยคือ บริษัทที่ปรึกษาธุรกิจบริษัทแพทริออท บิสซิเนส คอนซัลแทนซ์ จึงทำสัญญาซื้อและจ้างให้ แพทริออท ติดตั้งระบบซีทีเอ็กซ์ 9000จำนวน 26 เครื่อง ซึ่ง บทม. จะต้องชำระราคาและค่าใช้จ่ายให้ไอทีโอ    ต่อจากนั้นไอทีโอ ชำระราคาและค่าใช้จ่ายให้แพทริออท และแพทริออท ชำระค่าวัสดุอุปกรณ์ให้ อินวิชั่น ซึ่งการทำธุรกรรมยอกย้อนหลายทอดนี้ทำให้       ชวนสงสัยได้ว่ามีเบื้องหลังประการใดหรือไม่ โดยเฉพาะส่วนต่างของราคาที่เพิ่มขึ้นในทุกทอดของธุรกรรม ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมด้วยว่าในการที่ บทม.ตัดสินใจปรับระบบรักษาความปลอดภัยมาใช้ซีทีเอ็กซ์ 9000 นี้ บริษัท Cage Technology ซึ่งเป็นผู้ออกแบบอิสระที่ไอทีโอ จ้าง  และบริษัท Quatrotec ผู้ชำนาญการระบบรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานซานฟรานซิสโก ที่ บทม. จ้างมาตรวจสอบอีกราย ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า    ควรใช้ระบบของซีทีเอ็กซ์ ซึ่งท่าอากาศยานในสหรัฐหลายแห่งใช้อยู่ต่อมาเดือน เม.ย. 2548 มีข่าวใหญ่โตว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐและคณะกรรมการกำกับ และตรวจสอบตลาดหลักทรัพย์ แห่งสหรัฐอเมริกา (เอสอีซี) ตรวจสอบพบว่าอินวิชั่น กระทำความผิด ด้วยการร่วมเห็นชอบ      และรับรู้ เพื่อให้ตัวแทน หรือผู้จัดจำหน่ายในท้องถิ่นติดสินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองในไทย เพื่อให้จัดซื้อชุดอุปกรณ์ดังกล่าวสำหรับนำไปติดตั้งประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 26 เครื่อง วงเงิน 35.8 ล้านเหรียญสหรัฐ   เอสอีซี ลงโทษอินวิชั่นโดยไม่ดำเนินคดีแต่ลงโทษปรับเป็นเงิน 800,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 32 ล้านบาท ฐานทำผิดกฎหมายว่าด้วยการคอร์รัปชั่นข้ามชาติและทำผิดกฎหมายเอสอีซี25 เม.ย.2548 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคมในขณะนั้น ชี้แจงว่าได้หารือกับทูตพาณิชย์สหรัฐ  เมื่อ 23 มี.ค.2548 รวมถึงการสอบอินวิชั่น และบริษัทตัวแทนจำหน่ายที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย (บริษัทแพทริออท บิสซิเนส คอนซัลแทนซ์ และบริษัทอินวิชั่น เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) ไม่พบเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลไทยเกี่ยวข้องรับผลประโยชน์มิชอบ และสั่งการให้อินวิชั่นและไอทีโอ สรุปรายละเอียดภายใน 1 สัปดาห์    จากนั้นแถลงข่าวให้         บทม. สั่งซื้อตรงจากอินวิชั่นในวงเงิน 25.8 ล้านดอลลาร์ จำนวน 26 เครื่อง และให้ไอทีโอเป็นผู้รับติดตั้งระบบเหมือนเดิม27 เม.ย. 2548 นายสุริยะส่งจดหมายถึงนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ให้ช่วยตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง28 เม.ย. 2548 รัฐบาลตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง มีนายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดี กรมบัญชีกลาง เป็นประธานขณะที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ชี้แจงว่า รู้เรื่องตั้งแต่ปลายปี 2547 และให้สอบสวนทางลับ พบว่ารัฐบาลไม่เกี่ยวข้องใด ๆ พร้อมสั่งการให้นายสุริยะรวบรวมข้อมูลและแถลงข่าวกรณี          ถูกสหรัฐพาดพิง และประกาศลั่นจะตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ถ้าเจอไม่ดี เล่นงานแน่ไม่ว่าใครทั้งสิ้น วันที่ 23 มิ.ย.2548 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่มี พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ เป็นเลขาธิการ แถลงผลสอบไม่พบทุจริตสินบนซีทีเอ็กซ์ โดยอ้างว่าได้รวบรวมหลักฐานจากคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ประกอบด้วย คณะกรรมการสอบสวนชุดที่มีนายบุญศักดิ์ เจียมปรีชา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เป็นประธาน คณะกรรมาธิการวุฒิสภา และคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร   ถัดมา นายสุริยะ ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2548 ยืนยันไม่มีนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ไทยเกี่ยวข้องกับการให้สินบนใด ๆ โดยอ้างหลักฐานของอินวิชั่น พร้อมแถลงข่าวเอาตำแหน่ง รมต. เป็นเดิมพัน และถ้ามีคนผิดต้องติดคุกในที่สุด บทม. ได้ทำสัญญาขายพร้อมติดตั้งเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 จำนวน 26 เครื่อง กับอินวิชั่น เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2548 ในวงเงิน 1,432 ล้านบาท โดยรวมอุปกรณ์และการดำเนินการต่าง ๆ 13 รายการ รวมถึง  อะไหล่สำรองสำหรับช่วงรับประกัน 2 ปี และการฝึกอบรม  โดยในสัญญาเดิม บทม. จัดซื้อจัดจ้างจากกลุ่มไอทีโอ ในวงเงิน 2,608 ล้านบาท ขณะที่ไอทีโอจัดซื้อจัดจ้างจากแพทริออท เป็นเงิน 2,003 ล้านบาท โดยแพทริออท จัดซื้อจัดจ้างจากอินวิชั่น อีกทอดในราคา 1,432 ล้านบาทเท่านั้น  แต่ บทม. ยังต้องจ่ายให้กลุ่มไอทีโอในราคา      2,608 ล้านบาท ตามสัญญาเดิม ซึ่งสูงกว่าซื้อตรงจากอินวิชั่นประมาณ 1,200 ล้านบาท  จนเป็นที่มาของข้อสงสัยว่าส่อเป็นนิติกรรมอำพลางหรือไม่ วันที่ 29 ก.ค.2548 นายสุริยะ พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)  หรือ ทอท. และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ไปรับเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ที่ดอนเมือง 2 เครื่องแรก ที่อินวิชั่น จัดส่งมาจากสนามบินซานฟรานซิสโก สหรัฐ ด้วยเที่ยวบิน เคแซด 254 สายการบินนิปปอน แอร์คาร์โก้ ในเวลา 09.15 น. และอีกเครื่องมาในเที่ยวบิน ซีไอ 003 สายการบินไชน่า แอร์ไลน์ส ในเวลา 12.20 น.  ท่ามกลางพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ส.ว. รุมเหน็บว่าเครื่องซีทีเอ็กซ์ ถึงไทยไม่ได้หมายความว่าช่วยฟอกทุจริตได้  เมื่อ สตง.       เข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง รายการเช็กบิลจะลงที่ใครบ้างเป็นเรื่องที่น่าจับตามองยิ่งนัก                                                 มติชน (คอลัมน์รายงานพิเศษ)  2  ต.ค.  49

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ซีทีเอ็กซ์
หมายเลขบันทึก: 52989
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)