|
ครูลัดดาวัลย์ คำภีระ คศ2 โรงเรียนขุนยวมวิทยา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน |
บทคัดย่อ
การพัฒนาทักษะด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้การสอนแบบโครงงานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และการสื่อสาร สู่คุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมภายใต้บริบทแม่ฮ่องสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีวัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า เพื่อพัฒนาทักษะด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้การสอนแบบโครงงานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และการสื่อสาร สู่คุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมภายใต้บริบทแม่ฮ่องสอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เพื่อศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของการเรียนความหมายของคำศัพท์และการใช้คำศัพท์ในประโยค และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อการพัฒนาทักษะด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้การสอนแบบโครงงานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และการสื่อสารสู่คุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมภายใต้บริบทแม่ฮ่องสอน ประชากรที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 โรงเรียนขุนยวมวิทยา อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 34 จำนวน 37 คนโดยวิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง(Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้านี้มีทั้งหมด 2 แผน ประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โครงงาน My Favorite Thai Tradition ในห้องเรียน และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ประกอบด้วยแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 1 หน่วยการเรียนรู้ Thai Tradition โครงงานเรื่อง The Poi Sang Long Festival แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ Thai Tradition โครงงานเรื่อง Interesting Places In Mae Hong Son แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทักษะด้านคำศัพท์ก่อนและหลังการทดลองจำนวน 1 ชุด เป็นข้อทดสอบแบบปรนัยชนิดเลือกคำตอบ 4 ตัวเลือก ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น จำนวน 30 ข้อ แบบประเมินโครงงาน มี 2 แบบ ได้แก่ แบบประเมินการทำงานร่วมกัน แบบประเมินคุณภาพของผลงาน แบบประเมินทั้ง 2 แบบ มีผู้ประเมิน คือ นักเรียน และครู ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบประเมินมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ คือ มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด (5, 4, 3, 2, 1) และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อการพัฒนาทักษะด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้การสอนแบบโครงงานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และการสื่อสาร สู่คุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมภายใต้บริบทแม่ฮ่องสอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
สรุปผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการทักษะด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ก่อนการเรียน และหลังการเรียนพบว่า ด้านความหมายของคำศัพท์ และด้านการใช้คำศัพท์ในประโยค กล่าวคือนักเรียนจำความหมายของคำศัพท์ได้มากขึ้น และใช้คำศัพท์ในประโยคได้ถูกต้องมากขึ้น โดยทักษะด้านความหมายของคำศัพท์มีผลสัมฤทธิ์มากที่สุด สรุปผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ด้านความหมายของคำศัพท์และด้านการใช้คำศัพท์ในประโยคของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนการทดสอบ และหลังการทดสอบพบว่าค่าเฉลี่ยทั้งก่อนการทดสอบและหลังการทดสอบมีผลต่างคะแนนเฉลี่ย ต่างกันเท่ากับ 6.65 โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 วิเคราะห์ผลการดำเนินโครงงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งประเมินหลังจากการดำเนินกิจกรรมโครงงานแต่ละโครงงานโดยเปรียบเทียบก่อนการทดสอบ และหลังการทดสอบ พบว่ากลุ่มประชากรนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 37 คน มีคะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทักษะด้านคำศัพท์ก่อนการทดสอบและหลังการทดสอบ มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญ 0.05 (Prob. < 0.05) กล่าวคือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยนักเรียนมีทักษะด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษก่อนการทดสอบ และหลังการทดสอบ มีความแตกต่าง อย่างมีนัยสำคัญที่ 0.05 สรุปผลการดำเนินโครงงาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งประเมินก่อนการทดสอบและหลังการทดสอบตามโครงงาน พบว่าคะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทักษะด้านคำศัพท์ก่อนการทดสอบและหลังการทดสอบมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ผลสัมฤทธิ์โดยการใช้โครงงานที่ 1 และครงงานที่ 2 โดยครู และนักเรียนเป็นผู้ประเมิน ผลการประเมินการทำงานร่วมกันโดยครู และนักเรียนเป็นผู้ประเมินในโครงงานที่ 1 และโครงงานที่ 2 สรุปผลการประเมินการทำงานร่วมกัน โดยครู และนักเรียนเป็นผู้ประเมินในโครงงานที่ 1 และโครงงานที่ 2 พบว่าโครงงานที่ 1 ประเด็นการประเมินมีคุณภาพระดับดีมาก โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยรวม 4.70 และโครงงานที่ 2 ประเด็นการประเมินมีคุณภาพระดับดีมาก โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยรวม 4.71 สรุปผลการประเมินผลคุณภาพของผลงาน โดยครู และนักเรียนเป็นผู้ประเมิน ในโครงงานที่ 1 และโครงงานที่ 2 สรุปผลการประเมินคุณภาพของผลงานโดยครู และนักเรียนเป็นผู้ประเมินในโครงงานที่ 1 และโครงงานที่ 2 พบว่าโครงงานที่ 1 ประเด็นการประเมินคุณภาพของผลงานมีคุณภาพระดับดีมาก โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยรวม 4.70 และโครงงานที่ 2 ประเด็นการประเมินคุณภาพของผลงานมีคุณภาพระดับดีมาก โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ยรวม 4.76 และความพึงพอใจของผู้ปกครองต่อการพัฒนาทักษะด้านคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้การสอนแบบโครงงานที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และการสื่อสาร สู่คุณค่ามรดกทางวัฒนธรรมภายใต้บริบทแม่ฮ่องสอน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระดับความพึงพอใจของผู้ปกครอง มีระดับค่าเฉลี่ยรวม เท่ากับ 3.89 คิดเป็นร้อยละ 97.25 เกณฑ์ระดับคะแนนความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก แสดงว่าผู้ปกครองมีความพึงพอใจและยินดีให้ความร่วมมือในการจัดการเรียนการสอนของครู