GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

จากคนบ้านใกล้ " สุวรรณภูมิ "

 

                                                       

   

     หลังจาก  ที่สนามบิน " สุวรรณภูมิ "  เปิดอย่างเป็นทางการ ไม่นาน แถวนี้ก็เริ่มจะมีอะไรๆ   ที่ดูเปลี่ยนไป

ที่จริงเมื่อก่อน   เวลาใครถามว่าบ้านอยู่ไหน?   ชั้นมักจะตอบว่า         " อยู่แถวๆถนนบางนา-ตราด"   เพราะถ้าบอกว่าอยู่บางพลี เกรงว่าคนถาม จะเดาไม่ออกว่า บางพลีเนี่ย มันอยู่ส่วนไหน แถวไหน 

แต่ปัจจุบัน ถ้าตอบว่า " สุวรรณภูมิ "   คนถามก็จะถึงบางอ้อ กันทันที (แม้ว่าตัวคนถามเอง   จะยังเดินทางมาสุวรรณภูมิไม่ถูกก็ตาม.. )

    ก่อนสุวรรณภูมิเปิดนั้น แถวๆนี้  แม้แต่รถโดยสาร ก็ยังไม่มีรถโดยสารแบบปรับอากาศเลยด้วยซ้ำ มีแต่รถโดยสารแบบ " รถเมล์เขียว" ที่เราๆเรียกกันว่ารถหวานเย็น  หรือไม่ก็รถร้อน เพียงไม่กี่สาย  เพิ่งจะเดือนสองเดือนนี้  ที่มีรถโดยสารปรับอากาศมาถึง  เพื่อเตรียมรับการเปิดสนามบินแห่งใหม่

  สมัยที่เรียนอยู่ ป ตรี ประมาณ2 ปีก่อน  เส้นทางที่ไปมหาวิทยาลัย  จะต้องผ่านถนน ที่เป็นทางเข้าสนามบิน ที่กำลังเร่งก่อสร้าง

หากใคร  นั่งรถแบบเปิดหน้าต่างรับลมธรรมชาติ (รถร้อน) กันมาหล่ะก็   พอมาถึงมหาวิทยาลัย ก็จะหัวแดง หน้าดำ ให้หมดสภาพกันไป  เพราะฝุ่นจากการก่อสร้างเส้นทางคละคลุ้ง และรถก็มักจะมาติดตรงที่ก่อสร้างพอดี 

นักศึกษามหาวิทยาลัย   จึงนิยมใช้บริการรถตู้  หรือไม่ก็นั่งรถปอ.ต่างจังหวัด  ที่เป็นรถสายตะวันออก ประเภทรถที่จะไปชลบุรี ระยอง      (แหม   พอเขียนมาถึงตรงนี้  ก็พลอยจะรู้สึกว่า บ้านเรามันช่างชานเมืองเสียจริงๆ  วงเล็บอีกที ชานเมืองคือภาษาสุภาพ..ปิดวงเล็บ )

มาวันนี้  เส้นทางที่เคยคลุ้งฝุ่นตรงนั้น  กลับกลายเป็นถนนที่ดูสะอาด แลดูกว้างขวาง    มีบริการรถโดยสารปรับอากาศ ตลอด 24 ชม   รวมถึง  อนาคตก็จะมีรถไฟฟ้าใต้ดินมาถึง 

    แน่ละ  เมื่อสนามบินเปิด  ความเจริญก็มาเยือน เริ่มมีร้านค้าใหม่ๆเกิดขึ้น   ( เมื่ออาทิตย์ก่อนยังไม่เห็นเลย   วันนี้เปิดให้บริการกันแล้ว สร้างกันตอนไหนเนี่ย??) 


  ถนนเริ่มมีการปรับปรุง มีการนำต้นไม้ ดอกไม้ มาตระเตรียมไว้ แม้จะยังอยู่ในขั้นดำเนินการ    แต่ดูถ้าอีกไม่นาน ถนนแถวนี้ก็จะสวยขึ้น ผิดหูผิดตา 

แม้แต่ใกล้ๆ สี่แยกบางนา วันนี้ก็ยังสังเกตเห็น  ว่ามีปะติมากรรมอะไรสักอย่าง ที่ไม่รู้ว่า  มีใครเอามาตั้งไว้ตรงนั้น   กันตั้งแต่เมื่อไหร่..

   ต่อมาที่จะพูดถึง คือ เรื่อง เสียง .. ที่บ้าน จะห่างจากสนามบินราว 2 กม.   เมื่อก่อนแถวนี้ ดึกๆจะค่อนข้างเงียบ ...ต่างจากเดี๋ยวนี้  ที่ทั้งกลางวันกลางคืน  เราจะได้ยินเสียงเครื่องบิน ดังกระหึ่ม (มาก) บินขึ้นลง ผ่านไปผ่านมา เป็นระยะๆ  บางทีการได้มาซึ่งอะไรบางอย่าง เราก็ต้องยอม เสียอะไรบางอย่างไป   เมื่อความเจริญเพิ่มขึ้น ความสงบก็ดูจะลดน้อยลง     เรื่องเสียงเนี่ย แม้ไม่ถึงกับรำคาญ  แต่ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องใหม่   ที่ยังไม่ค่อยชินมากนัก 

  มาถึงอีกเรื่องนึง  และเป็นเรื่องสุดท้าย   อันนี้   ถ้าจะไม่พูดถึง คงจะไม่ได้...  นั่นคือ ทั้งจำนวนรถ และ จำนวนผู้คน  ที่ดูจะคึกคัก เพิ่มขึ้นกันอย่างเห็นได้ชัด      ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันเสาร์  แต่รถก็ไม่รู้ว่ามาจากไหนกันมากมายนัก      สภาพการจราจรติดขัดกันแบบสุดๆ    ( ภาพแบบนี้ เมื่อก่อนไม่ค่อยจะมีให้เห็นหรอกนะ)   

โดยเฉพาะช่วงทางเลี้ยวเข้า ถนนกิ่งแก้ว รถจะเยอะมากๆ  หากใครรู้เส้นทาง การเข้าสู่สนามบินทางช่วง   ถนนบางนา-ตราด กม. 15  น่าจะสะดวกรวดเร็ว กว่าเลี้ยวเข้าเส้นถนนกิ่งแก้ว   

  แต่เราก็มักจะได้ยิน การประชาสัมพันธ์เส้นทางเข้าสุวรรณภูมิ  ให้เข้าทางถนนกิ่งแก้วกัน  ทั้งๆที่ ถนนแคบ และจำนวนเลนก็น้อย

  วันนี้เลยได้เห็นรถติดตั้งแต่เช้า  จนแม้ตอนเย็นขากลับ    ก็ยังเห็นคงสภาพรถติดหนักอยู่เหมือนเดิม   ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขในจุดนี้  ดูเหมือนว่า น่าจะกลายเป็นปัญหา " ถนนคอขวด " ไปเสียแล้ว  


อ้อ  เกือบลืม วันนี้ตอนขากลับ   เห็นร้านค้าข้างทางแห่งหนึ่ง  ติดป้ายกระดาษที่เขียน ด้วยลายมือหวัดๆ  ไว้ว่า   " เมาอย่าบิน "  เห็นแล้วก็นึกขำๆดี  ว่าแต่พี่ๆนักบิน จะมองลงมาเห็นกันบ้างหรือเปล่าเนี่ย..
                                                                

Linda

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): สุวรรณภูมิ
หมายเลขบันทึก: 52770
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

บ้านเราอยู่ห่าง 500 เมตรโดยประมาท

ตื่นเพราะเสียงเครื่องบิน  คืนละ 1 - 4 ครั้ง

สูดละอองน้ำมัน 24 ชั่วโมง

บ้านเริ่มร้าวเพราะแรงอัดของเสียง

ตอนนี่แทบบ้า

เราควรจะยอมเสียสละอะไรล่ะ ?

ชีวิตเรา  ชีวิตแม่เรา  ครอบครัวเรา  คนที่เรารัก  เพื่อความเจริญ?

เราบ้าแล้วไม่ได้เริ่ม

ทำไงได้ก็เขาไม่เห็นค่าชีวิตของประชาชน

และคนที่ไม่เดือดร้อนเขาก็ไม่สนใจ  เอาแค่ตนสบายพอทั้งที่ตนก็ไม่อาจรู้เลยว่า  เรื่องแบบนี้จะเกิดกับตนเมื่อได้

แอะอะอะไรก็เพื่อภาพลักษณ์อันดีของชาติ  เพื่อความเจริญของชาติ

ถามจริง  ถ้าคนในชาติต้องอยู่อย่างหวาดระแวง  และทุกข์ทรมานขนาดนี้  ความเจริญ  ภาพลักษณ์ฯ จะมีค่าอะไร