GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

เคล็ดลับการเลือกซื้อน้ำผึ้งและการเก็บรักษา

น้ำผึ้งที่ดีต้องไม่มีรสขม

น้ำผึ้งที่วางขายอยู่ในท้องตลาดมีอยู่หลายชนิด ตั้งแต่ระดับหาบขายจนถึงระดับในห้างสรรพสินค้า มีน้ำผึ้งขายอยู่มากมายหลายชนิดที่เป็นน้ำผึ้งป่าและน้ำผึ้งที่มาจากผึ้งพันธุ์ น้ำผึ้งแต่ละชนิดมีคุณภาพต่างกัน ถูกบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ มีฉลากปิดเพื่อประกันคุณภาพของน้ำผึ้งนั้น บางชนิดเป็นน้ำผึ้งแท้ น้ำผึ้งผสมหรือน้ำผึ้งปลอม การเลือกซื้อน้ำผึ้งเพื่อให้ได้น้ำผึ้งแท้ จึงต้องพิจารณาอย่างมาก ซึ่งเคล็ดลับการเลือกซื้อน้ำผึ้งและการเก็บรักษาดังนี้

1.ดูน้ำผึ้ง
        ความสะอาด น้ำผึ้งที่ดีต้องสะอาด ไม่ควรมีสิ่งเจือปนใดๆ ไม่ควรมีฟองอากาศ
        สี สีของน้ำผึ้งต้องตรงตามชนิดของน้ำผึ้ง เช่น น้ำผึ้งลิ้นจี่มีสีขาวใส ลำไยมีสีน้ำตาลอ่อน น้ำผึ้งที่เก่ามักมีสีดำคล้ำไม่ควรซื้อ
        การไหลของน้ำผึ้งในขวด เมื่อเอียงภาชนะใส่น้ำผึ้ง ถ้าน้ำผึ้งไหลเร็วแสดงว่ามีน้ำในน้ำผึ้งมาก น้ำผึ้งมีโอกาสที่จะบูดเสียง่าย ไม่ควรซื้อ น้ำผึ้งที่ดีต้องไหลช้า คือ มีความหนืดสูง แสดงว่ามีน้ำในน้ำผึ้งน้อย น้ำผึ้งที่มีคุณภาพต่ำ นำไปดูดน้ำออกก็มีความหนืดสูงเช่นกัน จึงต้องพิจารณาสิ่งอื่นประกอบ วิธีการหยดน้ำผึ้งลงในน้ำชา หยดน้ำผึ้งลงบนกระดาษชำระเพื่อดูการแพร่กระจายของน้ำผึ้ง หรือการนำไม้ขีดจุ่มน้ำผึ้งแล้วนำมาขีดข้างกล่องไม้ขีด เป็นวิธีการทดสอบดู ปริมาณน้ำในน้ำผึ้งเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าน้ำผึ้งนั้นแท้หรือไม่ น้ำผึ้งแท้ ถ้ามีน้ำในน้ำผึ้งมาก น้ำผึ้งก็จะบูดเสียง่ายด้วย
        ดูผลึกน้ำตาล น้ำผึ้งใหม่ไม่ควรมีผลึกน้ำตาลอยู่ก้นภาชนะ น้ำผึ้งที่เก็บไว้นานบางชนิดไม่มีผลึกน้ำตาลอยู่ก้นภาชนะ เช่น ลำไย ขี้ไก่ย่าน เงาะ บางชนิดมีผลึกน้ำตาลอยู่ก้นภาชนะ เช่น สาบเสือ ลิ้นจี่ นุ่น ทานตะวัน งา ยางพารา แต่ละชนิดยังมีขนาดและปริมาณผลึกแตกต่างกันอีก

2.ดม น้ำผึ้งแต่ละชนิดจะมีกลิ่นเฉพาะตัวตรง ตามชนิดของพืชอาหารที่ให้น้ำผึ้ง น้ำผึ้งต้องไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ที่แสดงว่าน้ำผึ้งเริ่มบูดเสีย ต้องไม่มีกลิ่นเหม็นไหม้ที่แสดงให้เห็นว่าน้ำผึ้งนั้นผ่านการต้มหรือเคี่ยวด้วยความร้อนเพื่อระเหยน้ำ ทำให้น้ำผึ้งนั้นมีความเข้มข้นของน้ำตาลเพิ่มขึ้น แต่ทำให้คุณสมบัติที่ดีที่มีอยู่ในน้ำผึ้งลดต่ำลง

3.ชิม การชิมน้ำผึ้งเป็นวิธีการตรวจสอบน้ำผึ้งที่ดี เป็นวิธีการที่ง่ายลงทุนน้อยและให้ผลที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง ถ้าผู้ทดสอบมีประสบการณ์การกินน้ำผึ้งแท้มาก่อน สามารถแยกชนิดน้ำผึ้งและน้ำตาลที่ปะปนอยู่ในน้ำผึ้งได้ เพราะน้ำผึ้งแต่ละชนิดมีรสชาติแตกต่างกันไป ผู้ที่ซื้อน้ำผึ้งจะต้องหัดชิมน้ำผึ้ง น้ำผึ้งที่ดีต้องไม่มีรสขม ที่แสดงว่าน้ำผึ้งนั้นผ่านการต้มหรือผ่านการเก็บมานาน น้ำผึ้งที่มีน้ำตาลผสมจะมีรสน้ำตาลอยู่ ส่วนวิธีการทดสอบในห้องปฏิบัติการเป็นวิธีที่ให้ผลได้ถูกต้อง ซึ่งต้องค่าใช้จ่ายสูง

กล่าวโดยสรุปแล้ว การเลือกซื้อน้ำผึ้ง ต้องใช้วิธีการหลายอย่างประกอบกัน ฟังการโฆษณาจากคนขายอย่างเดียวไม่ได้ มีคนบอกว่า น้ำผึ้งป่าดีกว่าน้ำผึ้งเลี้ยง ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนัก น้ำผึ้งป่า ผ่านการเก็บที่ไม่ถูกต้อง มีความชื้นสูง บูดเสียง่าย น้ำผึ้งเลี้ยงที่ ผ่านการบ่มจากผึ้งให้น้ำผึ้งเข้มข้นได้มาตรฐาน การเก็บที่สะอาด จะดีกว่าน้ำผึ้งป่า น้ำผึ้งใหม่จะมีคุณภาพสูง รสชาติดี กลิ่นหอมกว่าน้ำผึ้งที่เก็บไว้นานและควรกินน้ำผึ้งใหม่ ให้หมดไม่ควรเหลือไว้นาน ความชื้นในอากาศและเชื้อยีสต์ อาจจะทำให้บูดเสียได้

การเก็บรักษา น้ำผึ้งที่มีคุณภาพจะมีความเข้มข้นของน้ำตาลในน้ำผึ้งมากกว่า 79 เปอร์เซ็นต์ เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ไม่จำเป็นต้องเก็บในตู้เย็น สามารถเก็บได้นาน ยิ่งเก็บนานเท่าไร เอมไซม์และกรดในน้ำผึ้งจะลดลง แต่
Hydroxymethyl furfural จะเพิ่มขึ้นทำให้น้ำผึ้งมีสีคล้ำขึ้น กลิ่นน้ำผึ้งจะเหม็นไหม้ รสชาติจะขมขึ้น น้ำผึ้งที่ดีจึงควรเก็บไม่เกิน 1-2 ปี และถ้าเก็บในตู้เย็นจะเก็บได้นานขึ้น น้ำผึ้งจะแยกตัวและตกผลึก ส่วนที่เป็นน้ำมักจะเกิดการบูดเสียได้ง่ายขึ้น เพราะความเข้มข้นของน้ำตาลในน้ำผึ้งลดน้อยลง การแยกตัวตกผลึกของน้ำตาลในน้ำผึ้ง แยกต่างกันตามชนิดของน้ำผึ้ง เมื่อเก็บน้ำผึ้งไว้ในตู้เย็นน้ำผึ้งลำไยไม่ตกผลึก ส่วนน้ำผึ้งลิ้นจี่ สาบเสือ นุ่น ทานตะวัน เงาะ ยางพารา จะตกผลึก
      

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): apicultureคนเรียนผึ้ง
หมายเลขบันทึก: 52696
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)