เย็นเสาร์ยังเอาหญ้าที่แซมต้นไม้ที่เราตั้งใจปลูกออกได้แค่บางส่วน 

จึงต้องต่อด้วยเป็นคนสวนเช้าวันอาทิตย์

หญ้าถอดปล้อง  หญ้าแพรก  ไม่ได้ปลูก  แต่หญ้ามาเลเซียยืดมาจากพื้นที่ที่เราตั้งใจปลูก

ลามแทรกซึมเข้าแถวหลิวไต้หวัน  ที่เราต้องการให้เป็นแถวโค้งโอบล้อมต้นพิกุล


ไมยราบ  สาบเสือ  เถาไม้เลื้อยคล้ายแตงโมแต่กินไม่ได้ 

งอกงามตามร่องระหว่างแผ่นหญ้านวลน้อยที่ตั้งใจปลูก

ดินชุ่มน้ำเพียงพอให้พืชที่เราไม่ต้องการเจริญแทงรากได้

งามแผ่ขยายออกมากกว่าหญ้าที่ตั้งใจปลูกและรดน้ำทุกวันด้วยซ้ำ


ต้นมะขามเทศมาจากไหนไม่รู้  ๒  ต้นคนละมุม  เวลานี้ยังไม่อยากได้กิ่งหนามแหลม

รากแทงยาวลึกมาก  พยายามใช้เสียมเซาะรอบ ๆ ตามลงไปให้ลึกที่สุด

กด ๆ ด้ามเสียมเบียดดินออกจากส่วนราก

ต้นที่หนึ่งยังเล็กฟุตกว่า ๆ  ถอนรากถอนโคนออกได้หมด

ต้นที่สองเกือบเมตร  เล็ดลอดสายตามาเนิ่นนานป่านนี้ได้อย่างไรเนี่ย

เสียมเซาะตามจนลึกไปไม่ได้อีก  สับ ๆ ๆ จนขาด  และสับย้ำ ๆ ๆ ให้ส่วนรากแหลกละเอียด 

อย่างอกออกมาอีกนะ  ตำแหน่งใกล้ขอบถนนเข้าบ้าน  เดี๋ยวขูดรถ


(เคล็ดลับ  ใครอยากเป็นหมอฟัน  ควรฝึกถอนหญ้า  ถอนวัชพืชไปพลางระหว่างอ่านหนังสือเตรียมสอบด้วยนะคะ)

^_,^


เช้าวันนี้จนหมดวันอารมณ์ดีตลอด

เก้าโมงนิด ๆ ถอนฟันไปแล้วสองคน  อุดฟันหนึ่งคนได้สามซี่สบาย ๆ  เตียงของน้องหมอก็ราบรื่น 

สิบโมงครึ่งได้พักอิริยาบถบิดเอว  หมุนไหล่  เพราะคนไข้หมดช่วงด้วย

มีคนไข้มาต่อกันก็ไม่ได้รอ  ได้พักตั้งแต่สิบเอ็ดโมงครึ่ง


พักจากงานฟัน  ช่วยดูแฟ้มที่น้องนกเตรียมข้อมูลรับการประเมินงานทันตสาธารณสุขจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย....เรียบร้อย  ครบถ้วน

เราและคุณจุ๋มเตรียมแฟ้มงาน R2R  งานพัฒนาบุคลากรและธรรมาภิบาล

บ่ายโมงรับการตรวจประเมิน ๕ส  ช่วยกันแก้ไข  น้อง ๆ ทำป้ายสะดวกเพิ่มเติม

บ่ายสามคนไข้หมด  (น้องหมอทำต่ออีกคน)  ไปเป็นผู้ประเมิน ๕ส  งานซักฟอก  Supply  ห้องบัตร  แผนกอุบัติเหตุฉุกเฉิน  และผู้ป่วยนอกถึงห้าโมงเย็น 

ซึ่งพรุ่งนี้จึงจะให้คะแนนตามที่เสนอแนะเล็ก ๆ น้อย ๆ ถึงสิ่งที่ควรทำให้ดีขึ้น

^_,^


ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะตั้งใจอารมณ์ดี  ออกจากบ้านได้ตั้งแต่เช้า  มาถึงโรงพยาบาลก่อนแปดโมงครึ่ง  เริ่มทำงานด้วย

อารมณ์ดี

หรือน้อง ๆ  เพื่อน  พี่ร่วมงาน  คนไข้ที่พบ  สภาพแวดล้อมชวนอารมณ์ดีตลอดวันกันแน่

วันนี้จิตใจนิ่งมาก  จังหวะหัวใจสม่ำเสมอ

บางวัน  พื้นฐานอารมณ์ที่ต้องถอนออกให้เร็วที่สุดเมื่อรู้ตัว คือ อารมณ์โกรธ 

บางครั้งไม่รู้ตัว  ยังต้องพยายาม.....ไม่ปล่อยให้ฝังรากลึกชอนไชทำร้ายจิตใจเราเอง


คิดถึงชื่อที่หลวงปู่อ่อนสา  สุขกาโร  เรียกมาตั้งแต่เด็ก ๆ  ไม่ได้เรียกธิรัมภาตามที่พ่อตั้งนะคะ

หลวงปู่เรียกว่า อี....“ธิธัมมา”  ผู้ใหญ่สมัยก่อนใช้คำนำหน้าชื่อเรียกเด็ก ๆ ว่า “อี”  ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นคำหยาบนะคะ  คงจะเอ็นดูมากกว่า

เวลาลูก ๆ จบชั้นมัธยมศึกษา  จะไปเรียนต่อที่อื่น  พ่อจะนิมนต์พระมาฉันข้าวที่บ้าน  เพื่อเป็นสิริมงคล

พอจะส่งลูกไปเรียนเป็นหมอฟัน  พ่อจึงนิมนต์หลวงปู่มาฉันข้าวที่บ้านเช่นเคย  พอสวดให้พร  รดน้ำมนต์เสร็จ

หลวงปู่ถามว่า  “สิไปเรียนเป็นหมอหลกแข่วบ้อ?  ฝั่งลาวเขาเอิ้นจั่งซี้ละ  หลกแข่ว  กะคือหลกหญ้านั่นละ”

(หลก  =  ถอน , แข่ว  =  ฟัน , เอิ้น  =  เรียก , จั่งซี้ละ  =  อย่างนี้แหละ)


แม้วันนี้หลวงปู่ไม่อยู่ให้ไปตอบด้วยตัวเองแล้ว    นึกถึงใบหน้าอารมณ์ดีของหลวงปู่คราใด  .... 

เรียนหลกแข่ว  หลกหญ้า  ยังบ่พอ   ยังต้องเรียนหลกอารมณ์บ่ดีทั้งหลายออกจากใจต่อไปเรื่อย ๆ แหลวหลวงปู่....จนกว่าชีวิตจะจบลง

^_,^