ชื่อเรื่อง การศึกษาเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม
ผู้จัดทำ น.ส. กุลวนันท์ ดวงพล เลขที่ 4
น.ส.วรัญญา ปทุมยา เลขที่ 16
น.ส.ศรินทร อุยตระกูล เลขที่ 17
ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4
ครูที่ปรึกษา ครูอภินันท์ สีสันต์
โรงเรียน ท่ามะกาวิทยาคม
ปีการศึกษา 2555
บทคัดย่อ
การศึกษาเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามเป็นการค้นคว้าในรายวิชาสื่อสารและการนำเสนอ IS2 สาระเพิ่มเติมหลักสูตรโรงเรียนมาตรฐานสากลจัดทำขึ้นจากการค้นคว้านอกห้องเรียนตามความสนใจของนักเรียนแต่ละกลุ่มโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม 2) ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม 3) ศึกษาความคิดเห็นของบุคคลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาประกอบด้วย 1) เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามและประชาคมอาเซียน 2) เอกสารหนังสือเกี่ยวกับภูมิภาคอาเซียนและประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม 3) แบบบันทึกข้อมูล 4)แบบสัมภาษณ์ข้อมูลความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจเนการาบรูไนดารุซาลาม
จากการศึกษาพบว่า1) ข้อมูลเบื้องต้นของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม คืออยู่ภายใต้อารักขาของอังกฤษมาถึง 95 ปี การเมืองการปกครองสุลต่านทรงเป็นอธิปัตย์ คือเป็นทั้งประมุข นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นชาวบรูไนเชื้อสายมาเลย์โดยกำเนิดและจะต้องเป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ นอกจากนี้ บรูไนไม่มีสภาที่ได้รับเลือกจากประชาชน บรูไนมีที่ตั้งที่ถูกโอบล้อมโดยมาเลเซีย และมีอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศมุสลิมขนาดใหญ่อยู่ทางใต้ บรูไนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสิงคโปร์ สภาพทางภูมิศาสตร์ประกอบด้วย 2
ส่วนที่ไม่ติดกันคือด้านตะวันตกและตะวันออกภูมิอากาศในบรูไนเป็นภูมิอากาศเขตร้อนมีอุณหภูมิสูง ความชื้นสูง และ ฝนตกมาก ระบบการศึกษามีการศึกษาภาคบังคับ แต่การศึกษาเป็นสากล และจัดให้ฟรีสำหรับประชาชนทั่วไป สังคมและวัฒนธรรม ชาวบรูไนเคร่งครัดต่อศาสนาอิสลาม ภาษาราชการของบรูไนคือภาษามาเลย์ ซึ่งเป็นภาษาที่ชาวบรูไนใช้กัน 2) การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม
คือมีประวัติศาสตร์ที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้าน เคยตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรมีชื่อเสียงด้านการค้าในอดีต แต่กลับหมดอำนาจลงเมื่อสเปนและฮอลันดาแผ่อำนาจเข้ามาทำให้ประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามยอมตกเป็นอาณานิคมของประเทศสหราชอาณาจักร เพื่อปกป้องดินแดนของประเทศตนเอง มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก ปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีสุลต่านเป็นประมุข ส่วนมากนับถือศาสนาอิสลาม กฎหมายของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามค่อนข้างเข้มงวดมีการตัดสินคดีความอย่างเด็ดขาดการศึกษา มีการพัฒนาการที่ดี
การสื่อสารภาษาอังกฤษมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย 3)บุคคลทั่วไปร้อยละ 85.28 เห็นว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามน่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีสอดคล้องกับสมมติฐานการค้นคว้า
ประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม
จุดแข็ง• รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ในอันดับ 2 ของอาเซียน และอันดับ 26 ของโลก• การเมืองค่อนข้างมั่นคง• เป็นผู้ส่งออกน้ำมัน และมีปริมาณสำรองน้ำมันอันดับ 4 ของอาเซียน
จุดอ่อน• ตลาดขนาดเล็ก ประชากรประมาณ 4 แสนคน• ขาดแคลนแรงงาน
ประเด็นที่น่าสนใจ• มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกับสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย• การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศพึ่งพาสิงคโปร์เป็นหลัก• ให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารค่อนข้างมาก
นักเรียนที่รัก
บรูไนเป็นประเทศเล็กๆแต่มีทรัพยากรที่สำคัญคือน้ำมัน มีกำลังซื้อสูงมากและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ประเทศบรูไนให้สิทธิพิเศษแก่สมาชิกอาเซียนในการลดอัตราภาษีนำเข้าเหลือร้อยละ 0-5 ขอให้นักเรียนพยายามศึกษาบรูไนในมิติวัฒนธรรม และอื่น ๆ เพื่อวันข้างหน้านักเรียนอาจเป็นคนหนึ่งที่ไปทำงานในประเทศนี้
ขอให้โชคดีในการสอนนะคะ วิชาไอเอส ไม่ได้สอนเรื่องอาเซียน แต่ใช้อาเซียนเป็นกระบวนการในการเรียนรู้ครูได้สั่งสอน อบรมนักเรียนมากมาย ขอให้ใช้แนวคิดที่อบรมสั่งสอน ในการค้นคว้า อย่างรู้ลึก รู้จริง รู้แจ้ง อย่ารู้แค่ผิวเผิน
รักนักเรียนทุกคนแม้จะจู้จี้ขี้บ่นไปบ้าง
ครูอภินันท์
การศึกษาเศรษฐกิจของบรูไนเป็นในทางที่ดี เพราะว่า บรูไนเป็นประเทศที่มีพื้นที่น้อยแต่เศรษฐกิจดีในการส่งออกน้ำมันทั่วโลก เพราะบรูไนเป็นประเทศที่มีน้ำมันจำนวนมากในเอเชีย และด้านทางภูมิศาสตร์เป็นในทางที่ไม่ดีต่อทางด้านเศรษฐกิจก็เพราะว่าลักษณะภูมิอากาศอยู่ในเขตร้อนจึงมีอุณหภูมิสูงและมีฝนตกตลอดทั้งปี ทำให้เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจและเป็นที่ราบชายฝั่งทะเลและที่ราบหุบเขาดินแดนตะกอนและทางการเมืองการปกครองนั้นมีรูปแบบการปกครองสมบรูณาญาสิทธิราชย์และมีระบบรัฐสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพ โดยรัฐให้หลักประกันในด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล โดยไม่มีการเก็บภาษีเงินได้ ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาทางทางด้านการเมือง ด้านสังคมของบรูไนเป็นไปทางที่ดีโดยรัฐมีการแก้ไขแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและปัญหาการว่างงานให้ดีขึ้นและทางด้านการศึกษาป็นในทางที่ไม่ดีเพราะบรูไนไม่มีการศึษาแบบภาคบังคับ แต่การศึกษาเป็นแบบสากลและจัดให้ประชาชนเรียนฟรี
เรียน ครู อภินันท์ สีสันต์
การพัฒนาทางเศรษฐกิจ ของประเทศบรูไนเป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะว่า มีอยู่ 5 อย่างที่ สำคัญ คือ 1. เศรษฐกิจที่ดีี เพราะมีการส่งออกน้ำมัน 2. วัฒนธรรมที่ดี เพราะ มีการแต่งกาย และการกิน ที่สามารถเรียกนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในประเทศได้ 3. สภาพอากาศที่ดี เพราะ ในเขตร้อนจึงมีอุณหภูมิสูงและมีฝนตกตลอดทั้งปี 4. การเมืองการปกครองที่ดี เพราะ รูปแบบการปกครองสมบรูณาญาสิทธิราชย์และมีระบบรัฐสวัสดิการที่มีประสิทธิภาพ 5.การศึกษาไม่ดี เพราะ ไม่มีการศึษาแบบภาคบังคับ แต่การศึกษาเป็นแบบสากลและจัดให้ประชาชนเรียนฟรี และสุดท้ายถึงจะไม่ค่อยดี แต่ 4ใน5 โดยรวมก็สามารถพัฒนาเศรษฐกิจให้ดีได้
เรียนคุณครู อภินันท์ สีสันต์ .
ดิฉันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามดังนี้ คือมีการพัฒนาในทุกๆด้าน มีความเข้มงวดและเคร่งครัดในด้านการเมืองการปกครอง ศาสนา และการศึกษา ที่มีการบังคับเรียน แต่ก็เป็นสากล ซึ่งประชาชนทุกคนสามารถมาเรียนได้ อีกทั้งยังมีการเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ เช่น การใช้ภาษาอังกฤษอย่างแพร่หลาย มีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ทำให้มีรายได้เข้าประเทศสูง สภาพภูมิศาสตร์ของประเทศบรูไนไม่ค่อยดีนักเพราะว่า มีอุณหภูมิสูง ความชื้นสูง อีกทั้งยังมีฝนตกมาก จึงคิดว่าเป็นปัญหาต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ สรุปว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามในภาพรวมแล้วมีการพัฒนาไปในทางที่ดีถึงแม้ว่าจะมีปัญหาในบางด้านแต่ก็ไม่มีผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแต่อย่างใด.
ขอแสดงความนับถือ.
เรียนคุณครู อภินันท์ สีสันต์ ที่เคารพ
ดิฉันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามดังนี้ คือ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามเป็นไปในทิศทางที่ดี อันเนื่องมาจาก 1. ประวัติความเป็นมา ถึงแม้ว่าจะต้องยินยอมเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษ แต่นั่นก็เพราะว่าเกรงว่าจะเสียดินแดนไป แต่ก็ให้ประชาชนใช้ภาษาอังกฤษกันอย่างแพร่หลาย ทำให้เป็นผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ 2. สภาพทางภูมิศาสตร์ เป็นไปในทางที่ดีเนื่องจากเป็นภูมิอากาศเขตร้อน มีอุณหภูมิสูง ความชื้นสูง และ ฝนตกเกือบตลอดปี อุดมด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทำให้เป็นรายได้ตัวสำคัญของประเทศ 3. ระบบการศึกษา เป็นระบบการศึกษาภาคบังคับแต่ก็เป็นสากล อีกทั้งยังจัดให้ฟรีสำหรับประชาชนทั่วไป จัดเป็นสิ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างยิ่ง 4. การเมืองการปกครอง กฎหมายค่อนข้างเข้มงวดและมีการตัดสินคดีความอย่างเด็ดขาด ทำให้เป็นประเทศที่สงบสุข และปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นพระมุข สำหรับพรรคการเมืองจะถูกกำจัดบทบาทอย่างมาก ทำให้คิดว่าน่าจะเป็นดนดีที่เข้ามารับใช้ประเทศเป็นแน่ และ 5. สังคมและวัฒนธรรม ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมาเลเซียและอินโดนีเซียมาก มีวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา และการแต่งกายที่คล้ายคลึงกัน รวมทั้งยังมีวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาอิสลามด้วย ทำให้เป็นที่น่าสนใจในหมู่นักท่อง เที่ยวที่เข้ามาค้นหาความหมายของประเทศบรูำไน บรูไนพยายามสร้างแรงจูงใจในการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อพัฒนาภาคเศรษฐกิจให้แข่งขันกับประเทศอื่นได้อีกด้วย จึงขอสรุปว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามเป็นไปในทิศทางที่ดีตามที่ำได้ให้เหตุผลไว้ข้างต้น : )
ขอแสดงความนับถือเป็นอย่างสูง
นางสาวจารุวรรณ บุญเสนันท์
ดิฉันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนกาบรูไนดารุซาลาม คือ น่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น จากปัจจัย ดังนี้ 1. บรูไนอยู่ภายใต้การอารักขาของประเทศอังกฤษมายาวนานถึง 95 ปี ประชาชนทุกคนสามารถสื่อสารกันโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ ซึ่งการใช้ภาษาอังกฤษในปัจจุบันถือว่าเป็นภาษาที่สำคัญ ฉะนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจของบรูไน น่าจะเป็นไปในทางที่ดี 2. สภาพภูมิศาสตร์ของบรูไน ในเขตร้อน มีอุณหภูมิสูง ความชื้น และฝนตกมาก อีกทั้งยังมีอุตสาหกรรมน้ำมันซึ่งปัจจุบัน น้ำมัน เป็นที่ต้องการของทั่วโลก การพัฒนาเศรษฐกิจของบรูไน น่าจะเป็นไปในทางที่ดี 3.ระบบการศึกษาของบรูไนเป็นสากล จัดเป็นภาคบังคับ และยังจัดให้ฟรีแก่ประชาชนทัวไปในประเทศ ซึ่งความรู้ที่ได้ ก็จะสามารถนำมาต่อยอดได้ การศึกษาของบรูไน จึงส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วย 4.กฎหมายของประเทศบรูไนมีความเข้มงวดมาก สร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่ผู้คนภายในชาติ และดำรงความเป็นอิสระให้แก่ประเทศของตนเอง ประเทศจึงมีความสงบสุข จึงน่าจะส่งผลดี ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของบรูไน 5.สังคมและวัฒนธรรม ชาวบรูไนมีความเคร่งครัดต่อศาสนาอิสลามเป็นอย่างมาก และบรูไนเป็นประเทศที่ถูกโอบล้อมด้วยประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศประเทศมุสลิมขนาดใหญ่ อาจมีประเพณีและการปฎิบัติต่อศาสนาคล้ายๆกัน จึงน่าจะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของบรูไน จากความคิดเห็นเบื้องต้น สรุปได้ว่า การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนกาบรูไนดารุซาลามเป็นไปในทางที่ดี
ด้วยความเคารพอย่างสูง
น.ส. อรวรรณ ภู่สอน
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 เลขที่ 17
กราบเรียน คุณครู อภินันท์ สีสันต์
ดิฉันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่ส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนกาบรูไนดารุซาลาม ดังนี้ ประเทศบรูไนเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้อารักขาของอังกฤษมายาวนาน เพราะฉะนั้น ประชาชนของประเทศบรูไนก็น่าจะได้รับความรู้ในด้านต่างๆของประเทศอังกฤษมาไม่น้อย อย่างเช่น ด้านวัฒนธรรม สภาพความเป็นอยู่ และด้านการค้าและที่สำคัญคือภาษาอังกฤษที่ปัจจุบันมีการใช้กันในทุกๆด้านมีความสำคัญมากต่อด้านการเจรจาการต่อรองระหว่างประเทศและยังเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทำให้เกิดวัฒนธรรมที่หลากหลาย การพัฒนาเศรษฐกิจจึงก้าวหน้า ส่วนประเทศบรูไนยังอยู่ใกล้กับ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่จะพัฒนาเมื่อเข้าสู่อาเซียนมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกันอีกด้วย ความสัมพันธ์จึงแน่นแฟ้นมากขึ้นและจะพึ่งพาประเทศสิงคโปร์ในการขนส่งสินค้าสิงคโปร์ก็มีท่าเรือส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่สำคัญน่าจะทำ้ให้ส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศ ระบบการศึกษาเป็นแบบภาคบังคับเป็นแบบสากลทำให้ประชากรของประเทศมีความรู้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และยังให้เรียนฟรีสำหรับประชาชนทั่วไปเนื่องจากผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถที่จะจ่ายค่าเทอมได้เป็นเงินจำนวนมากจึงให้โอกาสทางการศึกษา แต่ความรู้ที่ศึกษามาก็เป็นประโยชน์กับประเทศเมื่อได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนแล้วถือว่ามีการพัฒนาที่ดี มีสังคมและวัฒนธรรมที่เคร่งครัดในเรื่องศาสนาเป็นอย่างมากทำให้ทุกคนที่นับถืออิสลามมีความเสมอภาคเท่าเทียมกันทุกคนเนื่องจากต้องปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลามทำให้ระบบทางสังคมมีการพัฒนามากขึ้น แม้จะเคยตกเป็นอาณานิคมของสหราชอาณาจักรแต่ก็ได้ความรู้ด้านการค้าขายจากประเทศสหราชอาณาจักรอย่างมาก และยังปกป้องดินแดนจากสเปนและฮอลันดาได้นอกจากนี้ประเทศบรูไนยังเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับสามในภูมิภาคอาเซียน และเป็นผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติ LNG อันดับสี่ของโลก จึงมีรายได้หลักจากการส่งออกน้ำมันดิบซึ่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญมากในปัจจุบันทรัพยากรนี้เริ่มหายไปเมื่อมีการผลิตยานพาหนะเพิ่มมากขึ้นทำให้ในอนาคตน้ำมันและแก๊สธรรมชาติจะมีราคาสูงขึ้นประเทศน่าจะได้เงินมาจากส่วนนี้เป็นจำนวนมาก การพัฒนาเศรษฐกิจจึงเป็นไปทิศทางที่ดี กฎหมายของประเทศบรูไนค่อนข้างเข้มงวดทำให้ประชากรของประเทศมีระเบียบวินัย ทุกคนต้องปฏิบัติตามข้อตกลงเหมือนกันทุกคนทำให้เกิดความสามัคคีกัน ด้วยเหตุผลจากข้อมูลเบื้องต้นนี้ สรุปได้ว่า การพัฒนาของประเทศเนกาบรูไนดารุซาลามเป็นไปในทางที่ดี ถึงจะมีบางข้อมูลที่ไม่ค่อยส่งผลต่อการพัฒนาแต่เชื่อว่าทางประเทศน่าจะเตรียมแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง แต่โดยรวมแล้วเป็นประเทศมีการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นไปในทิศทางที่ดี
ด้วยความเคารพอย่างสูง
นางสาวสิริลักษณ์ บุญมี
เรียนคุณครู อภินันท์ สีสันต์ ที่เคารพ
กระผมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามดังนี้ครับ
การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามเป็นไปในทิศทางที่ดี โดยมีปัจจัยดังหัวข้อต่อไปนี้ครับ
1. ประวัติความเป็นมา
เนื่องจากในอดีต ประเทศบรูไนฯ ถูกประเทศอังกฤษปกครอง ผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศบรูไน จึงเกี่ยวกับการที่ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษ จึงทำให้ประชากรของประเทศบรูไนฯจึงสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี จึงส่งผลดีต่อประเทศบรูไนฯ
2. สภาพทางภูมิศาสตร์
เนื่องจากภูมิอากาศเขตร้อน มีอุณหภูมิสูง ความชื้นสูง และฝนตกเกือบตลอดปี อุดมด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทำให้น้ำมันและแก๊สธรรมชาติจึงเป็นสินค้าตัวสำคัญของประเทศบรูไนฯ
3. ระบบการศึกษา
เนื่องจากระบบการศึกษาของประเทศบรูไนฯ เป็นการศึกษาภาคบังคับ อีกทั้งยังมีการจัดให้ศึกษาฟรีสำหรับประชาชนทั่วไป และจะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศบรูไนฯเติบโตได้รวดเร็ว
4. การเมืองการปกครอง
ประเทศบรูไนฯมีการปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นพระมุข โดยที่พรรคการเมืองจะถูกกำจัดบทบาท และในประเทศบรูไนฯมีกฎหมายที่รัดกุม ประชาชนจึงไม่กล้ากระทำความผิด จะทำให้การคอรัปชั่นลดลง จึงทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศบรูไนฯดีขึ้น
5. สังคมและวัฒนธรรม
ประเทศบรูไนฯ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซียมาก มีวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา และการแต่งกายที่คล้ายคลึงกัน รวมทั้งยังมีวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาอิสลามด้วย บรูไนจึงได้พยายามสร้างแรงจูงใจในการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้แข่งขันกับประเทศอื่นได้อีกด้วย
ดังนั้น จึงสรุปได้ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยเมื่อศึกษาแต่ละด้านของประเทศ พบว่าส่งผลดีต่อประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม จึงทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามดีขึ้น
ขอแสดงความนับถือเป็นอย่างสูง
นาย ภานุวัฒน์ กู้อัจฉริยกุล
กราบเรียน คุณครู อภินันท์ สีสันต์
ดิฉันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม ดังนี้
การเมืองบรูไนนั้นยังยึดมั่นในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ สมเด็จพระราชาธิบดีทรงเน้นย้ำและชี้แนะแนวทางจากพระราชดำรัสในโอกาสสำคัญต่างๆ เช่น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การไม่ประนีประนอมชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายในประเทศ การริเริ่มการเปลี่ยนแปลงเพื่อความเจริญในชีวิต และการยึดมั่นศาสนาอิสลามเป็นหลัก นอกจากนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีทรงนำประชาธิปไตยมาสู่ประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเป็นการพัฒนาทางการเมือง และเปิดโอกาสให้สตรีมีบทบาทในการบริหารประเทศมากขึ้น
บรูไนเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย และเป็นผู้ผลิตแก๊สธรรมชาติอันดับ 4 ของโลก จึงมีรายได้หลักจากการส่งออกน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ คิดเป็นมูลค้ากว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดยส่งออกไปยังญี่ปุ่น ออสเตรเลีย จีน อินเดีย สิงคโปร์ ไทย และเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ยังส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยมีจุดขายอยู่ที่การเป็นประเทศที่มีความสงบและปลอดภัย และมีนโยบายพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางทางการค้าและท่องเที่ยว และการรักษาพยาบาล
บรูไนมีเป้าหมายหลักในการส่งเสริมผลประโยชน์ของประเทศ อันได้แก่ การคงไว้ซึ่งอธิปไตย อิสรภาพและบูรณาภาพทางดินแดน การเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและสังคม การรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางการเมือง วัฒนธรรมและศาสนา รวมทั้งการส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคและในโลก
ในการดำเนินการตามนโยบายต่างประเทศ รัฐบาลบรูไนใช้กลไกในการเจรจาทั้งในระดับภูมิภาคและพหุภาคีเป็นเครื่องมือสำคัญ โดยสนับสนุนความร่วมมือทุกสาขา โดยเฉพาะการเมืองและความมั่นคงเศรษฐกิจและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการศึกษา การอนุรักษ์และปกป้องสิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม รวมทั้งความร่วมมือในกรอบอื่น
ดังนั้น จากข้อมูลเบื้องต้นสรุปได้ว่า การพัฒนาของประเทศเนกาบรูไนดารุซาลามเป็นไปในทางที่ดีขึ้นในหลายๆด้านและหลายปัจจัยซึ่งทำให้ส่งผลต่อการพัฒนาในด้านเศรษฐกิจเป็นไปในทางที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน
ด้วยความเคารพอย่างสูง
นางสาว ฐาลิตา ธูปโชติ
ดิฉันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเสรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามดังนี้คะ
1.ด้านประวัติความเป็นมา เนื่องจากประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมาก่อนจึง ทำให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ มีมากเป็นพิเศษ ดิฉันจึงคิดว่าการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศนี้จะเป็นไปในทางที่ดี
2.ด้านสภาพภูมิศาสตร์ เนื่องจากประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามเป็นภูมิอากาศเขตร้อน มีอุณหภูมิสูง ความชื้นสูง และ ฝนตกเกือบตลอดปี จึงอุดมด้วยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นตัวสำคัญที่ทำรายได้ให้กับประเทศนี้
3.ด้านการศึกษา เนื่องจากประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม ได้เิปิดให้มีการศึกษาฟรีสำหรับประชาชน เเละการศึกษาขั้นพื้นฐานยังเป็นภาคบังคับ ดังนั้นการพัฒนาระบบต่างๆ จะเป็นไปในทางที่ดีเเละรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
4.ด้านการเมืองการปกครอง ประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามมีกฎหมายที่เข้มงวดและมีการตัดสินความอย่างเด็ดขาด และยังปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข จึงทำให้ประชาชนค่อนข้างไม่กระทำความผิด จึงส่งผลให้ประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม สามารถที่จะพัฒนาเศรษฐกิจได้ง่ายเเละรวดเร็ว
5.ด้านสังคมเเละวัฒนธรรม เนื่องจากประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม อยู่ใกล้กับประเทศมาเลเซียและประเทศอินโดนีเซียมากจึงทำให้มีวัฒนธรรม ประเพณี ภาษา และการแต่งกายที่เหมือนๆกัน จึงส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม เพราะจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชนวัฒนธรรมของประเทศ
ดังนั้นสรุปได่ว่า ประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามมีการพัฒนาเศรษฐกิจที่ดีขึ้น เพราะจากการศึกษา พบว่าองค์ประกอบด้านต่างๆ ของประเทศนี้ส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
ขอแสดงความเคารพเป็นอย่างสูง
นางสาวพัทธนันท์ ปรีเถื่อน
เรียนคุณครูอภินันท์ สีสันต์
<blockquote style="margin: 0 0 0 40px; border: none; padding: 0px;"><p></p></blockquote>
เรียน คุณครูอภินันท์ สีสันต์
ดิฉันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม ดั้งนี้
1.ประวัติความเป็นมาของประเทศบรูไน แม้จะเคยตกอยู่ภายใต้อารักขาของอังกฤษมายาวนาน แต่คิดในแง่บวกการตกอยู่ภายใต้ของอังกฤษมีส่วนดีคือเราได้รู้จักวัฒนธรรม ประเพณี รู้ภาษาที่ปัจจุบันใช้เพื่อการสื่อสารกันส่วนมาก และได้รับสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดคือการได้พบมิตรภาพแม้จะตกอยู่ในอำนาจของอังกฤษก็ตาม ซึ่งทุกคนไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันแต่พึ่งพากันให้พ้นวิกฤต ประชากรของประเทศก็มีความสุขได้เช่นกัน การพัฒนาจึงเป็นไปในทิศทางที่ดี
2.ด้านสภาพภูมิประเทศของบรูไน ถูกล้อมรอบด้วยประเทศมาเลเซีย และมีอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกับประเทศบรูไนซึ่งทำให้มีพื้นฐานความสัมพันธ์กันมาตั้งแต่อดีตและ ที่สำคัญมีทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ ทีสร้างรายได้หลักให้แก่ประเทศให้มั่นคง แม้จะเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กก็ตามการพัฒนาเป็นไปในทิศทางที่ดี
3.ด้านการศึกษาของประเทศบรูไน มีการจัดระบบมีการศึกษาภาคบังคับ แต่การศึกษาเป็นสากล และจัดให้ศึกษาฟรีสำหรับประชาชนทั่วไปเป็นสิ่งที่ดีต่อทุกๆคน เพราะการศึกษาน่าจะเป็นตัวที่วัดค่าความมั่นคงของประเทศเนื่องจากประชากรจะมีความรู้ความเข้าใจที่ดีได้ต้องอาศัยการศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูงและทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองดึงดูดให้ผู้คนสนใจมาศึกษาดูงานมากขึ้น
4.ด้านการเมืองและการปกครองของประเทศบรูไน บรูไนไม่มีสภาที่ได้รับเลือกจากประชาชน แต่มีการเมืองการปกครองสุลต่านทรงเป็นอธิปัตย์ คือเป็นทั้งประมุข นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นชาวบรูไนเชื้อสายมาเลย์โดยกำเนิดและจะต้องเป็นมุสลิมนิกายสุหนี่ คิดว่าแม้ประชากรไม่ได้มีสิทธิออกเสียงเลือกผู้นำแต่เป็นประเทศที่มีความสงบสุขได้ไม่มีการขัดแย้งกัน คงเป็นเพราะมีกฏหมายที่เข้มงวดสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันของประเทศ และทุกคนปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้อย่างถูกต้อง ปัญหาทุกอย่างก็จะไม่เกิดภายในประเทศและยังส่งผลต่อการพัฒนาประเทศให้เจริญมากขึ้น
5.ด้านสังคัมและวัฒนธรรมของประเทศบรูไน ประเทศบรูไนนับถือศาสนาอิสลาม มีการปฏิบัติต่อศาสนพิธีที่เข้มงวดทุกคนจะต้องทำเหมือนกันเสมอภาคกัน คิดว่าน่าจะไม่มีความขัดแย้งกันทางศาสนา ส่วนบรูไนยังมีวัฒนธรรมที่ได้รับมาจากประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซียอีกด้วยทำให้วัฒนธรรมดูหลากหลายมากยิ่งขึ้นคาดว่าอนาคตประเทศน่าจะมีการลงทุนมากยิ่งขึ้น ดิฉันมีคิดว่าจากข้อมูลเหล่านี้จะส่งผลให้ประเทศบรูไนมีการพัฒนาเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ด้วยความเคารพอย่างสูง
นางสาว ปิยะมาศ ฟักโต
เรียนคุณครู อภินันท์ สีสันต์ ที่เคารพ
เรียน คุณครู อภินันท์ สีสันต์
เศรษฐกิจของประเทศบรูไนดารุซาลาม เป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะ ประเทศบรูไนดารุซาลามมีประวัติศาสตร์ที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้าน และภายในประเทศมีน้ำมันและแก๊สธรรมชาติจำนวนมาก มีการปกครองแบบสมบูรณาสิทธิราชย์ กฎหมายของประเทศบรูไนดารุซาลามค่อนข้างเข้มงวดจึงมีการพัฒนาที่ดี ประเทศบรูไนดารุซาลามค่อนข้างมั่นคงและประชาชนภายในประเทศส่วนมากได้รับการศึกษา เศรษฐกิจของประเทศบรูไนดารุซาลามจึงเป็นไปในทิศทางที่ดี
เรียน คุณครู อภินันท์ สีสันต์
เศรษฐกิจของประเทศบรูไนดารุซาลาม เป็นไปในทิศทางที่ดี เพราะ ประเทศบรูไนดารุซาลามมีประวัติศาสตร์ที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้าน และภายในประเทศมีน้ำมันและแก๊สธรรมชาติจำนวนมาก มีการปกครองแบบสมบูรณาสิทธิราชย์ กฎหมายของประเทศบรูไนดารุซาลามค่อนข้างเข้มงวดจึงมีการพัฒนาที่ดี ประเทศบรูไนดารุซาลามค่อนข้างมั่นคงและประชาชนภายในประเทศส่วนมากได้รับการศึกษา เศรษฐกิจของประเทศบรูไนดารุซาลามจึงเป็นไปในทิศทางที่ดี
เรียนคุณครู อภินันท์ สีสันต์ ที่เคารพ
ดิฉันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามดังนี้ค่ะ
- ระบบการศึกษา ประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลาม มีการศึกษาภาคบังคับ มีการศึกษาเป็นสากล มีการจัดเรียนฟรีสำหรับประชาชนทั่วไป
- การเมืองการปกครอง ประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลาม มีการปกครองแบบมีนายกรัฐมนตรีเป็นประมุข การเมืองการปกครองมีสุลต่านทรงเป็นอธิปัตย์
- สังคมและวัฒนธรรม ประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลามเป็นประเทศที่เคร่งครัดต่อศาสนาอิสลาม ภาษาราชการที่ใช้เป็นภาษามาเลย์
ดังนั้นจากที่มาสรุปได้ว่า ประเทศเนการบรูไนดารุสซาลามเคยตกอยู่ภายใต้อารักขาของประเทศอังกฤษ เป็นประเทศที่มีแก๊สธรรมชาติและน้ำมันเป็นจำนวนมาก มีการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มีสุลต่านเป็นประมุข นับถือศาสนาอิสลาม ประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลามมีความเข้มงวดในการตัดสินคดี ประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลามให้สวัสดิการแก่ประชาชนทุกคน ประเทศเนการบรูไนดารุซาลามยังขาดการให้การศึกษาแก่ผู้หญิง ประเทศเนการาบรูไนยังจัดซื้อสื่อการเรียนการสอนให้กับคุณครูและนักเรียนอย่างแพร่หลาย ฉะนั้นประเทศเนการบรูไนดารุสซาลามสามารถพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นได้
เรียนคุณครูอภินันท์ สีสันต์
ดิฉันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม ดังนี้
1. ด้านประวัติความเป็นมาของประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลาม ดิฉันคิดว่าการที่บรูไนตกประเทศอารักขาของประเทศอังกฤษถือว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศเพราะประเทศอังกฤษได้มาช่วยพัฒนาประเทศเนการาบรูไนดารุศซาลามในด้านต่างๆ แล้วยังมีการขุดพบแหล่งน้ำมันซึ่งทำให้กลายเป็นรายได้หลักของประเทศจนถึง ณ ปัจจุบัน
2. ด้านสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศบรูไน ดิฉันคิดว่าสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศบรูไนเพราะประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลามติดกับชายฝั่งทะเล อยู่ในเขตทะเลลึก และมีแม่น้ำสายใหญ่ที่ทอดผ่านเกือบทั้งประเทศ ทำให้ประชากรในประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลาม มีการประกอบอาชีพประมง และ ยังเป็นท่าเรือน้ำลึกของเกาะบอร์เนียวนร็็ฌ้้้ารท
3. ด้านการศึกษาของประเทศบรูไน ดิฉันมีความเห็นว่าระบบการศึกษาของบรูไนไม่มีการศึกษาภาคบังคับ แต่เพิ่งจะเปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับสตรี ทำให้ขาดบุคลากรหญิงในสาขาอาชีพต่างๆ แต่จัดให้ศึกษาฟรีสำหรับประชาชนทั่วไปเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ล่าช้าเกินการที่ไม่มีแรงงานฝีมือเป็นผู้หญิง
4. ด้านการเมืองและการปกครองของประเทศบรูไน ดิฉันมีความคิดเห็นว่าการที่ประเทศบรูไนมีการให้สวัสดิการที่ดีมากๆ แก่ประชาชน ซึ่งทำให้ประชาชน มีมาตรฐานชีวิตที่ดี ตั้งแต่เกิด ทำให้มีประชาชนที่มีความรักสงบ ทำประเทศนี้มีความสงบสุข ไม่มีการก่ออาชญากรรม ทำให้เป็นที่สนใจที่จะเข้ามาท่องเที่ยว และติดต่อธุรกิจ
5. ด้านสังคมและวัฒนธรรมของประเทศบรูไน ดิฉันมีความคิดเห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเนการาบรูไนดารุสซารามนับถือศาสนาอิสลาม ทำให้มีการผลิตงานฝีมือที่ใช้ในการแต่งกายของชาวอิสลามต่างๆ เช่น ผ้าไหม กำไล เครื่องเงิน ซึ่งประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลามเป็นประเทศที่มีการผลิตงานประเภทนี้ได้มีความงดงามมาก จึงทำให้มีการส่งออกสินข้าพวกนี้จำนวนมากด้วย
จากทั้ง 5 หัวข้อ ดังกล่าวนี้ ดิฉันคิดว่า ประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลามมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจไปในทางที่ดีขึ้น
ด้วยความเคารพอย่างสูง
นางสาวพิชชาภา จรบำรุง
เรียนคุณครูอภินันท์ สีสันต์
ดิฉันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม คือ ประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม น่าจะมีการพัฒนาเศรษฐกิจไปในทางที่ดีขึ้น เนื่องจากข้อมูลทั้ง 5 ประการ มีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไปในทิศทางที่ดีขึ้น ได้แก่
1) ประวัติความเป็นมาของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม คือ เคยตกอยู่ภายใต้อารักขาของอังกฤษมาถึง 95 ปี ประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม สำรวจพบน้ำมันและแก๊สธรรมชาติที่เมือง เซรีอา ทำให้ประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม มีฐานะมั่งคั่งในเวลาต่อมา
2) สภาพภูมิประเทศของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม ประกอบด้วย 2 ส่วนที่ไม่ติดกันคือด้านตะวันตกและด้านตะวันออกภูมิอากาศในประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามเป็นภูมิอากาศเขตร้อน มีอุณหภูมิสูง ความชื้นสูงและฝนตกมาก
3) สังคมและวัฒนธรรมของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม คือ ประชาชนบรูไนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามและมีความเคร่งครัดต่อศาสนาอิสลามมาก ภาษาทางราชการของประชาชนชาวบรูไนคือภาษามาเลย์ ซึ่งเป็นภาษาที่ชาวบรูไนใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน
4) ระบบการศึกษาของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม มีการศึกษาภาคบังคับ การศึกษาเป็นสากลและให้ประชาชนได้รับการศึกษาฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
5) การเมืองการปกครองของประเทศเนการาบรูไนดารุซาลาม มีการปกครองแบบสมบรูณาญาสิทธิราชย์ โดยมีสุลต่านเป็นประมุข นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะต้องเป็นชาวบรูไนเชื้อสายมาเลย์โดยกำเนิดและจะต้องเป็นมุสลิมนิกายสุหนี่และประเทศเนการาบรูไนดารุซาลามไม่มีสภาที่ได้รับเลือกจากประชาชน
ด้วยความเคารพอย่างสูง
นางสาว น้ำฝน สำเนียงเล็ก
เรียนคุณครูอภินันท์ สีสันต์ ที่เคารพ