วันที่ 1 ของการเรียนรู้
หน้าที่ของโค้ชคือการทำให้โค้ชชี่เปลี่ยนแปลงตัวเอง
โค้ชต้องไม่ comment โค้ชชี่ ต้องการให้เปลี่ยนความคิดก็เปลี่ยนคำถามใหม่
วิธีโค้ชที่ดีจะต้องใช้คำถามที่เป็นเชิงบวกไม่ตำหนิแต่ให้กำลังใจ คอยชี้แนะ ชี้ประเด็น ทำให้โค้ชชี่เห็นถึงผลกระทบด้วยตนเองและเห็นว่าโค้ชชี่มีความสามารถ มีศักยภาพและเต็มใจที่จะทำงาน/แก้ปัญหา
ทัศนคติเชิงลบเป็นมาตรฐานทางความคิดของคน ๆ หนึ่ง ต้องทำให้เขาคิดอย่างมีทางเลือกมีความคิดหลาย ๆทาง
นิเทศแล้วต้องโค้ชชิ่ง
การใช้คำถาม ถาม/พูดด้วยสีหน้าท่าทางแห่งความเป็นมิตร เน้นที่ตังโค้ชชี่ให้มากที่สุด ดึงกลับมาที่ตัวเองให้เห็นความสำคัญต้องการทำงาน
การฟังต้องฟังอย่างตั้งใจ ไม่วิพากษ์วิจารณ์ ต้องังความคิดของเขา



หลักการเป็นโค้ชที่ดี เทคนิคในการโค้ชชิ่ง กระบวนการโค้ชชิ่งอย่างเป็นธรรมชาติ การจูงใจให้ผู้อื่นยินดีเปลี่ยนแปลงตัวเอง การเลือกรูปแบบและ style ที่เหมาะสมของตัวเอง สนุกกับการเป็นโค้ชให้ทีมงาน
แค่เปลี่ยนความคิดชีวิตก็เปลี่ยน
เรียนรู้แล้วจะทำอย่างไรต่อไป
วันที่ 2 ของการเรียนรู้
ผู้จัดการกับโค้ชแตกต่างกันอย่างไร
ผู้จัดการ สั่งให้ทำ มุ่งที่ผลลัพธ์ บริหารจัดการ และเป็นการปฏิบัติงานตามตำแหน่งการบังคับบัญชา แต่โค้ช ใช้วิธีการถามให้คิดวิธีการเองมุ่งที่การเปลี่ยนแปลงและจูงใจโดยการกระตุ้นให้ปฏิบัติ ที่สำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์ร่วมกันซึ่งน่าจะเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับความเป็นยอดโค้ชจะทำอย่างไรให้โค้ชชี่เห็นถึงประโยชน์ในการทำงาน
โค้ชจะต้องดึงศักยภาพของผู้อื่นออกมา พาจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งตามที่ต้องการ ให้โค้ชชี่ได้เลือกวิธีการของตัวเอง ใช้คำถามเป็นหลักเลี่ยงการแนะนำโดยตรงให้ความสำคัญของวิธีการแก้ปัญหามากกว่าตัวปัญหา ทำให้โคชชี่เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเอง มองง่ายๆ โค้ชคอยเป็นกระจกเงาสะท้อนความคิดโค้ชชี่
วิธีการสร้างให้โค้ชชี่มีแนวคิดของตัวเอง
ใช้คำถามปลายเปิดอย่างสร้างสรรค์ เล่าประสบการณ์ของโค้ชให้เป็นทางเลือก พูดคุยเล่าเรื่องดี ๆ จากการอ่านหนังสือหรือบทความประสบการณ์ที่เคยพบเห็น และเปิดโอกาสให้โค้ชชี่ได้แสดงความคิดเห็นกับโค้ช จากนั้นโค้ชจะต้องใช้คำพูดที่จูงใจให้โค้ชชี่ได้ยืนยันแนวคิดของตัวเอง
การเลือกใช้รูปแบบใสการโค้ชชิ่ง
- คุณเลือกไปโค้ชชิ่งใคร
- หัวข้อใดที่จะใช้โค้ชชิ่ง
- ใช้รูปแบบใด
- สาเหตุที่ใช้รูปแบบนี้เพราะเหตุใด
กระบวนการโค้ชชิ่งอย่างมีรูปแบบ
- เกรินนำ
- เน้นย้ำหัวข้อโค้ชชิ่ง
- วิ่งตามเนื้อหา
- พาสู่ผลลัพธ์
- กลับสู่บรรยากาศที่ผ่อนคลาย
การเกริ่นนำเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วๆไปเพื่อลดความตึงเครียด สร้างบรรยากาศแห่งความเป็นมิตร บอกจุดประสงค์ของการโค้ชชิ่ง ชี้แจงแนวทางของการเป็นโค้ชและทำให้โค้ชชี่รู้สึกผ่อนคลาย
การแลกเปลี่ยนหัวข้อที่ใช้ในการโค้ชชิ่งโดยการสอบถามแนวความคิดที่เกี่ยวกับหัวข้อ ใช้คำถามที่ทำให้โค้ชชี่มองเห็นตัวเองแลกเปลี่ยหัวข้อตามแนวคิดของโค้ช. เล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาของโค้ช ถามความพร้อมของโค้ชชี่เพื่อเข้าสู่เนื้อหา
ตามเนื้อหาที่กำหนดไว้ จัดเนื้อหาให้เหมาะสมกับโค้ชชี่ เตรียมชุดคำถามสร้างแนวความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มา ใช้คำถามที่กระตุ้นให้โค้ชชี่แลกเปลี่ยนและรับฟังคำพูดของโค้ชชี่อย่างตั้งใจบันทึกสิ่งที่โค้ชชี่ได้เรียนรู้และจะนำไปปฏิบัติสุดท้ายต้องไม่ลืมสร้างบรรยากาศของการมีส่วนร่วมในเป้าหมายของโค้ชชี่
สรุปผลลัพธ์ที่จะนำไปปฏิบัติ สรุปสิ่งที่ได้พูดคุยกันไป ทบทวนเรื่องที่โค้ชชี่จะนำไปปฏิบัติ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายและเข้าสู่ภาวะปกติ เน้นย้ำเรื่องธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง นัดหมายการติดตามผลลัพธ์
เทคนิคการให้คำปรึกษาเชิงโค้ชชิ่ง
- ใช้คำถามปลายเปิดให้โค้ชชี่แสดงความคิดเห็น
- รับฟังอย่างตั้งใจ
- หลีกเลี่ยงการแนะนำโดยตรง
- ให้อิสระกับความคิดของโค้ชชี่
- จูงใจให้โค้ชชี่เห็นถึงวิธีการเพื่อสู่เป้าหมาย
- สร้าความรู้สึกที่ดีระหว่างโค้ชชิ่ง
- ควบคุมอารมณ์ให้ได้เป็นปกติ
คุณสมบัติของโค้ชมืออาชีพ
- ต้องมีทัศนคติเชิงบวกกับโค้ชชี่
- เชื่อมั่นในกระบวนการโค้ชชิ่ง
- มีภาวะผู้นำที่ดี
- มีคุณธรรมและจริยธรรมในอาชีพ
- มีความฉลาดทางอารมณ์
- พัฒนาตัวเองตลอดเวลา
ทัศนคติดี มีขั้นตอนกระบวนการ เชี่ยวชาญในการจูงใจ ซื่อสัตย์ต่อโค้ชชี่ ฉลาดและอารมณ์ดี มีพัฒนาการตลอดเวลา
- โค้ชมีความสุข
- โค้ชชี่เปลี่ยนแปลงด้วยตัวเอง
- รู้สึกอยากทำงานและทำได้ดีขึ้น
- ถ่ายทอดวิธีการสู่ผู้อื่นได้ต่อไป