บ่อยครั้งที่นั่งดูละครทีวีแล้วอดคิดไม่ได้ว่า “เด็ก” ที่นั่งดูทีวีคนเดียวจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบด้านความรุนแรงเมื่อไหร่ แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านทีมงานมีโอกาสได้พูดคุยกับ ผศ.ปรารถนา จันทรุพันธุ์ หรือที่น้องๆ เรียกว่า อ.กวาง ภายในงาน “สุขภาวะปัญญาในสายตาของคนรุ่นใหม่” กรณีกลุ่มละคร ซึ่ง อ.กวาง เป็นหัวหน้าทีมสังเคราะห์ความรู้จากชุดโครงการละครเพื่อการเปลี่ยนแปลง ทำให้ได้รู้ว่า “ละครดีดีก็มีให้ดู” ถึงแม้ละครที่น้องๆ เล่นจะไม่ได้ออกจอแก้วแต่อย่าเพิ่งดูถูกฝีมือ เพราะได้กลุ่มละครมะขามป้อมมาถ่ายทอดเทคนิคและวิธีการจนได้ ละครน้ำดี แสดงให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้นถือเป็นการบอกกล่าวให้คนภายนอกได้รับรู้ปัญหาได้อีกด้วย

โครงการละครทำให้ผูกพันธ์กับชาวบ้าน เข้าใจ เข้าถึง อย่างแท้จริง นายสิทธิพงศ์ หรือเอียด สังข์เศรษฐ์ ผู้เข้าร่วมกลุ่มมะนาวหวาน จาก จ.สงขลา กล่าวออกสำเนียงทองแดงให้ฟังว่า หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมมานานถึง 3 ปี สิ่งที่ได้คือการทำงานเป็นทีม ใจเย็นและรับฟังคนอื่นมากขึ้น สิ่งต่างๆ มาจากกระบวนการของมะขามป้อมที่เน้นให้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับคนในชุมชน ความผูกพันธ์จากการลงพื้นที่หลายครั้ง ทำให้คิดได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนนั้นแล้วจริงๆ
“ผมไปร่วมกิจกรรมต่างๆ มาหลายแห่ง ค่ายอาสาก็ไป แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือค่ายอาสา เราไปสร้างให้ ไปถึงต่างคนต่างทำ ไม่มีความผูกพันธ์กับชุมชน เพื่อนๆ ที่ไปก็ไม่มีการพูดคุยกันเพราะต่างคนต่างทำงานของตนให้เสร็จ ดังนั้นเรื่องสุขภาวะทางกายและใจจะไม่เกิดเลย ไม่เหมือนโครงการนี้เพราะทำให้เรามีสมาธิได้มาทบทวนตัวเอง ทำให้สนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น เพราะต้องลงพื้นที่ชุมชนเพื่อพูดคุยกับชาวบ้าน ผมให้ชาวบ้านเป็นคนเขียนบท ซึ่งพวกเราจะนำบทเหล่านั้น มาทำเป็นโครงเรื่อง ก็ทำให้ชุมชนสนใจและตื่นตัวไปกับเราด้วย” เอียดอธิบาย

โครงการละครเปรียบเหมือนหนังสือเล่มใหญ่ มีความรู้เพียบ นายฤทธิพันธุ์ หรือเป้ย วิจิตรพร อดีตหัวหน้าแก๊งเอรวัน แห่งเวียงเจียงใหม่ ที่ใครหลายคนคงไม่คิดว่าเขาจะเปลี่ยนตัวเองจากเด็กเกเรได้ ก็เล่าว่า เมื่อก่อนเกลียดละคร เพราะเห็นแต่ความรุนแรง เวลาแม่ด่าก็มักใช้ถ้อยคำจากละครมาต่อว่าทำให้มีอคติกับละครมาก แต่เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมจากคำชวนของรุ่นพี่ ชีวิตก็เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นจนมองว่าโครงการละครกลายเป็นหนังสือเล่มใหญ่มีหลายสิ่งให้ทำความเข้าใจและเรียนรู้ “โครงการนี้ทำให้ผมได้พบข้อพิสูจน์ว่าในการดำเนินชีวิตถ้าเราต้องการจะทำความดีเมื่อไหร่ ที่ไหน ก็ทำได้เช่น เด็กแก๊งค์ เมื่อรวมตัวกันเล่นละคร ทุกคนก็ตั้งใจและ ทำได้ดี แต่ก็มีอีกหลายคนที่ยังมองละครเป็นเรื่องไม่น่าสนใจ หลังจากนี้จะพยายามนำความรู้ที่ได้ฝึกฝนมาไปถ่ายทอดสู่กลุ่มแก๊งด้วยการทำเป็นหนังสั้นเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น” เป้ย กล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

ผศ.ปรารถนา กล่าวปิดท้ายว่า หลังจากสังเคราะห์ความรู้เป็นบทเรียน ก็พบว่า โครงการบรรลุเป้าหมายเป็นอย่างดี เด็กและเยาวชน มีความรับผิดชอบมากขึ้น รู้จักวิธีแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล มีคุณธรรม จริยธรรม แต่ต้องปรับ เรื่องพื้นที่การแสดงเนื่องจากสามาถเข้าถึงชาวบ้านต่างจังหวัดได้ดีกว่าตัวเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่คนส่วนใหญ่ไม่ให้ความสนใจ เพราะมีแหล่งบันเทิงให้เลือกชมมากกว่า คุณละจะเลือกชมละครแบบไหน?