จากการที่อปท.มีอำนาจเกี่ยวกับที่ดินสาธารณะประการใด จึงก่อให้เกิด "หน้าที่"ตามมา
จากอำนาจหน้าที่ที่มีของอปท. หากมีการใช้อำนาจ หรือละเลย ก็จะเกิดคดีพิพาททางปกครองได้
แยกพิจารณาได้2 กรณี
(1)อำนาจในการคุ้มครองป้องกัน และ
(2) อำนาจในการดูแลรักษา
ตามมาตรา 122 แห่ง พรบ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 (แก้ไขฉบับที่ 11 พ.ศ.2551) “นายอำเภอมีหน้าที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันและสิ่งซึ่งเป็นสาธารณประโยชน์อื่นอันอยู่ในเขตอำเภอ..."
ตามระเบียบมท.ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันพ.ศ.2553 ข้อ 6 อำนาจหน้าที่ "ในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินตามข้อ 5"
จากฐานอำนาจดังกล่าวเห็นว่า อปท.ควรมีอำนาจหน้าที่ เกี่ยวกับการคุ้มครองป้องกันและดูแลรักษาที่ดินของรัฐแยกได้ 3 เรื่อง ดังนี้
1. เรื่องการระวังชี้และรับรองแนวเขต
(1.1) อำนาจในการระวังชี้และรับรองแนวเขตที่ดิน ดังนั้น ในกรณีที่ต้องลงนามรับรองแนวเขตที่ดินในเขตอปท. (ประเภทที่รกร้างว่างเปล่าและประเภทที่สาธารณประโยชน์)นายอำเภอท้องที่ต้องลงนามร่วมกับ นายก อปท. เช่น ในเขตเทศบาลคือ นายกเทศมนตรี ในเขต อบต. คือ นายก อบต. ฯ
(1.2) หน้าที่ในการระวังชี้และรับรองแนวเขต (ตามระเบียบฯ กรมที่ดิน นายกอปท.ต้องลงนามร่วมกับนายอำเภอในการรับรองระวังแนวเขตที่ดินเอกสารสิทธิ์ที่ติดที่ดินสาธารณะ)
(1.3) หน้าที่ในการจัดทำทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ จำนวน 4 ชุด ตามแบบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนดร่วมกับนายอำเภอและให้เก็บรักษาไว้ที่อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานที่ดินจังหวัดและกรมที่ดินแห่งละ 1 ชุด ตามข้อ 10 แห่ง แห่งระเบียบมท.ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันพ.ศ.2553
(1.4) หน้าที่ให้ข้อเท็จจริงและความเห็นกรณีทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ผิดพลาดคลาดเคลื่อน ให้สำนักงานที่ดินจังหวัด เพื่อกระทรวงมหาดไทยพิจารณาสั่งการให้แก้ไขหรือจำหน่ายรายการทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ ตามข้อ 11 วรรคสาม แห่ง ระเบียบมท.ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันพ.ศ.2553
(1.5) หน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินตามข้อ 12 แห่ง ระเบียบมท.ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันพ.ศ.2553
(1.6) หน้าที่ออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินการกรณีที่มีข้อพิพาทหรือคดีเกี่ยวกับที่ดินตาม ข้อ 13 แห่ง ระเบียบมท.ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันพ.ศ.2553 บัญญัติว่า "ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกันเช่น การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง การตรวจสอบหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงการดำเนินคดีกรณีมีข้อพิพาท การรังวัดทำแผนที่การจัดทำทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องให้เบิกจ่ายจากงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น"
2. เรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืน
(2.1) อำนาจดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืน (ร่วมเป็นโจทก์ร่วมกับนายอำเภอ)
หน้าที่เป็นผู้ดำเนินการระงับข้อพิพาทหรือร้องทุกข์กล่าวโทษภายในสามสิบวันนับแต่รู้เหตุแห่งข้อพิพาทหรือคดี ข้อ 6 วรรคสอง แห่งระเบียบ มท.ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันพ.ศ.2553
(2.2) หน้าที่ในการฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืน (รวมถึงเรื่องการบุกรุกด้วย), เป็นโจทก์ร่วมกับนายอำเภอในการฟ้องร้องคดี
3. เรื่องการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์
(3.1) อำนาจในการให้ความเห็นเพื่อใช้ประกอบการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เกี่ยวกับที่ดินของรัฐ กรณีเอกชนขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามมาตรา 9 หรือมาตรา 12 แห่ง ป.ที่ดิน
(3.2) อำนาจขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ เพื่อประโยชน์ในทางราชการ เช่น ใช้เพื่อก่อสร้างสำนักงาน ในฐานะ “ทบวงการเมือง"ตาม มาตรา 8 ทวิ แห่ง ป.ที่ดินประกอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ทบวงการเมืองใช้ที่ดินของรัฐเพื่อประโยชน์ในราชการ
(3.3) อำนาจขอเปลี่ยนสภาพการใช้ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจากการใช้เพื่อประโยชน์อย่างหนึ่งเป็นอีกอย่างหนึ่ง ตามข้อ 9แห่งระเบียบมท.ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันพ.ศ.2553
ข้อสังเกตการใช้ใช้ประโยชน์ในที่ดินสาธารณประโยชน์
"อำนาจ" ของ อปท. เกี่ยวกับที่ดินสาธารณะนั้น จะโยงไปถึงคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการทางปกครอง(กฎ, คำสั่ง, การทำอื่นใด, สัญญาทางปกครอง) ตาม มาตรา 9 แห่งพรบ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542ตามหลักกฎหมายปกครองที่ว่า "ไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจ"ฉะนั้นการที่ทราบว่า อปท.มีอำนาจเกี่ยวกับที่ดินสาธารณะอย่างไร จึงเป็นสิ่งจำเป็น
นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจใช้หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันข้อ 7 แห่งระเบียบมท.ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันพ.ศ.2553
อปท.จะให้เช่าที่สาธารณประโยชน์โดยนำรายได้เข้าท้องถิ่นสามารถทำได้แต่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐพ.ศ. 2547 ซึ่งต้องมีการจัดทำประชาคมและจัดทำโครงการประชุมชี้แจงราษฎรในพื้นที่ดำเนินการตามนโยบายการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการที่สาธารณประโยชน์ของกรมที่ดิน
ฉะนั้นกรณีที่ อปท. นำที่ดินของรัฐไปอนุญาตให้เอกชนผู้หนึ่งผู้ใดใช้ประโยชน์จึงเป็นการไม่ถูกต้องหากเกิดความเสียหายต่อผู้ขอใช้หรือต่อที่ดินของรัฐ อปท.จะต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัว และจะต้องรับผิดชอบทางวินัย และทางละเมิดหรืออาจจะต้องรับผิดในทางอาญาด้วย
ประเด็นทางสาธารณะ,ทางหลวง
"การได้มาซึ่งที่ดินนั้นเป็นการได้มาเพื่อสร้างทางหลวงตามข้อ 63 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 จึงอยู่ในความปกครองดูแลและคุ้มครองป้องกันของเทศบาลซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งที่ดินดังกล่าวแม้จะไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ก็ต้องถือว่าข้อ 63 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ฯได้ให้อำนาจหน่วยงานที่ทำหน้าที่สร้างหรือขยายทางหลวงดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกันที่ดินนั้น"
(คำพิพากษาศาลปกครองสงขลา คดีหมายเลขแดงที่ 42/2545ระหว่าง นางสุทิน บุพโก ผู้ฟ้องคดี กับ เทศบาลนครหาดใหญ่ ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องเทศบาลนครหาดใหญ่ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติคดีเกี่ยวกับที่สาธารณะ) (ดูอ้างอิง [1])
***** หมายเหตุ สรุปประเภทที่ดินของรัฐได้ 2 ประเภท คือ
1. ที่ดินที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินธรรมดา กับ
2. ที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
หากทรัพย์ของแผ่นดิน ใช้เพื่อ สาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ก็จะกลายเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ฉะนั้น ที่ดินที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่นั้น จึงขึ้นอยู่กับสภาพของทรัพย์สินนั้นเองว่าได้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ (ดูอ้างอิง [2])
หมายเหตุ ระเบียบ มท. มีหลายฉบับ ที่เกี่ยวกับที่ทางสาธารณะ ซึ่งยังไม่ยกเลิก ได้แก่
[1] ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการถอนสภาพการจัดขึ้นทะเบียนและการจัดหาผลประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2550,
[2] ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีการเกี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณะประโยชน์ที่ตื้นเขิน พ.ศ. 2547,
[3] ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการอนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ พ.ศ. 2547,
[4] ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปลี่ยนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน จากการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างหนึ่ง เป็นอีกอย่างหนึ่ง พ.ศ. 2543,
[5] ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วย หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ทบวงการเมืองใช้ที่ดินของรัฐเพื่อประโยชน์ในราชการตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2541,
(หมายเหตุ ลำดับที่ 5 ถูกยกเลิกโดย“ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการถอนสภาพ การจัดขึ้นทะเบียน และการจัดหาผลประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2550”)
[6] ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการสอบสวนเกี่ยวกับการบุกรุกที่หรือทางสาธารณประโยชน์ พ.ศ. 2539,
ฯลฯ
อ้างอิง
[1] อนุชา ฮุนสวัสดิกุล. “คดีปกครองที่สำคัญเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น". สถาบันพระปกเกล้า,สิงหาคม 2547. (คดีปกครองเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10 ประเภท),
http://www.kpi.ac.th/คดีปกครอง...
[2] ลักคณา พบร่มเย็น, "ประเภทของที่ดินของรัฐ", คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, บันทึก GotoKnow 24 ธันวาคม 2551, https://www.gotoknow.org/posts/231729
[3] กรมการปกครอง, "ขอบเขตหัวข้อการดูแลรักษาคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน", http://iad.dopa.go.th/subject/land2.doc
[4] ดูเพิ่มเติมใน "มาตรฐานการดูแลรักษาที่สาธารณประโยชน์", รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (นายวสันต์ วรรณวโรทร) ประธานคณะทำงาน ตาม คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 119/2549 ลงวันที่ 12 เมษายน 2549 เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาร่างมาตรฐานการบริหาร/การบริการสาธารณะขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น, http://www.dla.go.th/work/e_book/eb1/std210550/27/27.htm
[5] ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการสอบสวนเกี่ยวกับการบุกรุกที่หรือทางสาธารณประโยชน์ พ.ศ. 2539, http://dl.parliament.go.th/han...
& http://drmlib.parliament.go.th...
[6] แนวทาง วิธีการ และมาตรการในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ จังหวัด (กบร.จังหวัด), http://pab.dopa.go.th/main/law/land_threat.pdf
คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ จังหวัด (กบร.จังหวัด), คำสั่งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ที่ 1/2553. ลงวันที่ 19 มกราคม 2553
[7] คู่มือดูแลรักษาที่ดินสาธารณฯ #คู่มือการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดย ส่วนคุ้มครองที่ดินของรัฐ สำนักจัดการที่ดินของรัฐ (สจร.) กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทยกันยายน 2550
"ที่ดินของรัฐ" มีหลายประเภท ได้แก่ ที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่สงวนหวงห้ามของรัฐ ทุกประเภท ที่สาธารณะ ที่สาธารณประโยชน์ ที่ราชพัสดุ และที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินทุกประเภท ...
ผลของการเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ดินรกร้างว่างเปล่า ที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน และที่ดินที่ใช้เพื่อ ประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นทรัพย์สินของแผ่นดินที่มีไว้เพื่อบริการสาธารณะ เพื่อใช้ ประโยชน์ร่วมกันของประชาชน และจัดไว้เพื่อประโยชน์ของทางราชการ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304,
https://www.dol.go.th/phangnga...
[8] การขออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุ, http://www3.rid.go.th/fad/fad_rev/rule/Q1.doc
การให้พลเมืองเช่าที่สาธารณะประโยชน์ เพื่อการประกอบอาชีพค่าเช่า2.000บาท/เดือนและจ่ายค่าเช่าล่วงหน้า1ปี อปท.กระทำได้หรือไม่
ได้ตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการอนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ พ.ศ. 2547 แต่ต้องเป็นการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้...
นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจใช้ หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน
ระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยการอนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๔๗
ข้อ ๓ ในระเบียบนี้
“ที่ดินของรัฐ” หมายถึง ที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ซึ่งพลเมืองได้เลิกใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว และมีผู้เข้าครอบครองใช้ประโยชน์
“ผู้รับอนุญาต” หมายถึง ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐตามระเบียบนี้
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายถึง พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน
“คณะกรรมการ” หมายถึง คณะกรรมการพิจารณาเพื่ออนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ
ข้อ ๘ เมื่อศูนย์อำนวยการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนอำเภอ/กิ่งอำเภอ (ศตจ.อ./กิ่ง อ.) มีความประสงค์ที่จะให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐหรือใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐต่อไป ให้ยื่นความประสงค์ต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดโดยยื่นพร้อมแผนงาน โครงการ และแผนผังการแบ่งแปลง พร้อมรายชื่อของผู้ที่ได้รับการคัดเลือก
ข้อ ๙ เมื่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดได้รับเรื่องตามข้อ ๘ แล้ว ให้ดำเนินการสรุปเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดเสนอคณะกรรมการเพื่อประชุมพิจารณาการอนุญาตภายในสิบห้าวัน เมื่อคณะกรรมการมีมติอนุญาตแล้ว ให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเสนอเรื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการออกใบอนุญาตภายในเจ็ดวัน
ที่ดินของรัฐ(ที่ดินในเขตสำนักงานเทศบาล) สามารถสร้างบ้านได้หรือไม่
ดู พรบ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔
มาตรา ๔
“บ้าน” หมายความว่า โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งมีเจ้าบ้านครอบครอง และให้หมายความรวมถึงแพ หรือเรือซึ่งจอดเป็นประจำและใช้เป็นที่อยู่ประจำ หรือสถานที่ หรือยานพาหนะอื่นซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัยประจำได้ด้วย
พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
“อาคาร” หมายความว่า ตึก บ้าน เรือน โรง ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงานและสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่น ซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่หรือเข้าใช้สอยได้ และหมายความรวมถึง
(๑) อัฒจันทร์หรือสิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นเพื่อใช้เป็นที่ชุมนุมของประชาชน
(๒) เขื่อน สะพาน อุโมงค์ ทางหรือท่อระบายน้ำ อู่เรือ คานเรือ ท่าน้ำ ท่าจอดเรือ รั้ว กำแพง หรือประตู ที่สร้างขึ้นติดต่อหรือใกล้เคียงกับที่สาธารณะหรือสิ่งที่สร้างขึ้นให้บุคคลทั่วไปใช้สอย
(๓) ป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับติดหรือตั้งป้าย
(ก) ที่ติดหรือตั้งไว้เหนือที่สาธารณะและมีขนาดเกินหนึ่งตารางเมตร หรือมีน้ำหนักรวมทั้งโครงสร้างเกินสิบกิโลกรัม
(ข) ที่ติดหรือตั้งไว้ในระยะห่างจากที่สาธารณะซึ่งเมื่อวัดในทางราบแล้ว ระยะห่างจากที่สาธารณะมีน้อยกว่าความสูงของป้ายนั้นเมื่อวัดจากพื้นดิน และมีขนาดหรือมีน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนดในกฎกระทรวง
(๔) พื้นที่หรือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่จอดรถ ที่กลับรถ และทางเข้าออกของรถสำหรับอาคารที่กำหนดตามมาตรา ๘ (๙)
(๕) สิ่งที่สร้างขึ้นอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงส่วนต่าง ๆ ของอาคารด้วย
ระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๒๐ บ้านที่ปลูกสร้างในที่สาธารณะ หรือโดยบุกรุกป่าสงวน หรือโดยมิได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการก่อสร้างอาคาหรือตามกฎหมายอื่น ให้ถือเป็นบ้านที่จะต้องกำหนดบ้านเลขที่ให้ตามระเบียบนี้ โดยในการจัดทำทะเบียนบ้านให้ระบุคำว่า “ทะเบียนบ้านชั่วคราว” ในแบบพิมพ์ทะเบียนบ้าน เมื่อได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้วให้ขีดฆ่าคำว่า “ทะเบียนบ้านชั่วคราว” ออกไป
+++++++++++++++++++
สรุปคร่าว ๆ
(๑) การขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร (แบบ อ.๑) ตามม.๒๑ พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.๒๕๒๒ คือ ผู้ขออนุญาตต้องมีสำเนาโฉนดที่ดิน น.ส. 3 ก หรือ ส.ค. 1 และหนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน หรือสัญญาเช่า
(๒) การปลูกสร้างอาคารในที่ดินของรัฐทุกประเภท (ที่ดินสาธารณะ ที่ราชพัสดุ ที่ของส่วนราชการ ที่ป่าไม้ ฯลฯ) อาจเข้าข่ายบุกรุก หรือ เป็นกรณีที่เจ้าพนักงานไม่สามารถออกใบอนุญาตปลูกสร้างอาคารฯได้
(๓) การปลูกสร้างอาคารโดยมิได้รับอนุญาต จะมีผลทำให้การออก "เลขหมายประจำบ้าน" (หรือการออกเลขที่บ้าน หรือการออกทะเบียนบ้าน) ตามปกติไม่ได้ นายทะเบียนฯ ออกได้เพียง "ทะเบียนบ้านชั่วคราว" ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางฯ ข้อ ๒๐
การให้พลเมืองเปิดทางเข้าที่อยู่อาศัยซึ่งต้องผ่านบนที่ดินสาธารณะประโยชน์รวมกัน ทำได้หรือไม่ครับ
เช่น ทางกลับรถในหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ท้ายซอยทางหมู่ได้เว้นพื้นที่ 4x8 เมตร เพื่อไว้กลับรถ แต่บ้านที่อยู่ติดทางกลับรถจะเปิดกำแพงตรงทางกลับรถเป็นทางเข้าบ้าน โดยเจตนาแล้วเหมือนจะครอบครองที่ดินสาธารณะประโยชน์รวมกันมาเป็นของตนเองโดยมิชอบมาเป็นสิทธิของตน โดยที่ดินตรงไม่มีในโฉนดที่ดิน เพราะท้ายซอยถือเป็นทางสาธารณะประโยชน์รวมกันโดยไว้กลับรถกันในซอยและจอดรถได้ เข้าจะได้ไม่ครับ
ขอบคุณครับ
การให้พลเมืองเปิดทางเข้าที่อยู่อาศัยซึ่งต้องผ่านบนที่ดินสาธารณะประโยชน์รวมกัน ทำได้หรือไม่ครับ
เช่น ทางกลับรถในหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ท้ายซอยทางหมู่ได้เว้นพื้นที่ 4x8 เมตร เพื่อไว้กลับรถ แต่บ้านที่อยู่ติดทางกลับรถจะเปิดกำแพงตรงทางกลับรถเป็นทางเข้าบ้าน โดยเจตนาแล้วเหมือนจะครอบครองที่ดินสาธารณะประโยชน์รวมกันมาเป็นของตนเองโดยมิชอบมาเป็นสิทธิของตน โดยที่ดินตรงไม่มีในโฉนดที่ดิน เพราะท้ายซอยถือเป็นทางสาธารณะประโยชน์รวมกันโดยไว้กลับรถกันในซอยและจอดรถได้ ทำคนในซอยเดือดร้อยเลยครับ เข้าจะได้ไม่ครับ
ขอบคุณครับ
ที่ดินเป็นป่าสงวน เจ้าของที่ดินด้านหน้าปิดทางไม่ให้เจ้าของที่ดินด้านหลังผ่านเข้าออก ทั้งๆที่เจ้าของที่ดินด้านหลังผ่านเข้าออกมาเป็น 15 ปีแล้ว มีข้อพิพาทเกิดขึ้น มีการตั้งกรรมการเพื่อไกล่เกลี่ย อำเภอได้สั่งการมาว่าให้ อบต. พิจารณาว่าสามารถทำเป็นทางสาธารณะได้หรือไม่ ไม่ทราบว่าอยูู่ในอำนาจหน้าที่ของ อบต.หรือเปล่าค่ะ เเล้วสามารถดำเนินการอย่างไรในการระงับข้อพิพาทนี้ได้ หน่วยงานใหนมีอำนาจสั่งการ ใช้วิธีไกล่เกลี่ยแล้วไม่ได้ผล วิธีการฟ้องศาลเป็นทางออกสุดท้ายค่ะ เพราะชาวบ้านกลัวโดนยึดคืน
กรณีนำต้นไม้ไปวางในทางสาธารณะ ซึ่งทางสาธารณะนั้นไม่ได้มีการใช้แล้วไม่มีผู้สัญจรไปมา แต่มีหญ้าขึ้นรก ซึ่งทางนั้นเป็นทางติดกับเขตบ้าน ไม่มีการใช้ประโยชน์ในทางนั้นแล้ว เราสามารถนำกระถางต้นไม้ไปวางได้หรือไม่
ตอบคุณชัย
ที่สาธารณประโยชน์ตรายใดที่ไม่มีการเพิกถอน ก็ยังคงมีสภาพเป็นที่สาธารณประโยชน์ ใครจะเข้าไปยึดครองถือครองไม่ได้ มีความผิดฐานบุกรุกได้ แต่ในคดีอาญาเขาให้ดูที่เจตนาประกอบด้วย
ชาวบ้านขอให้ทางเทศบาลตำบล ออกค่าใช้จ่ายในการรังวัดแนวเขตที่ดิน สาธาณะประโยชน์ บริเวณป่าสุสาน เพื่อต้องการทราบแนวเขตที่แน่นอน ...ขอสอบถามว่าเป็นหน้าที่ของทางเทศบาลที่ต้องดำเนินการให้หรือไม่ และมีขั้นตอนการดำเนินการอย่างไรครับ ?
อยากทราบว่ามาอยู่ในที่ที่รกร้าง แล้วอยู่มาก็มีป้ายติดเป็นที่สาธารณะอยู่มา28-29ปีตอนนี้ยังไม่มีเอกสารสิทธิต้องการออกเอกสารสิทธิต้องทำยังไงบ้างคะ
ตอบคุณกิตติ ... เป็นหน้าที่ของ อปท. ตามระเบียบ มท. โดยสามารถตั้งงบประมาณไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณ โดยให้ สมาชิกสภา อปท. (ส.อบต. หรือ ส.ท.) ขอตั้งงบประมาณได้... โดยให้ประชาคมชุมชนหมู่บ้านขอบรรจุโครงการรังวัดแนวเขตที่ดินสาธารณะ ไว้ในแผนพัฒนาสามปีของ อปท. ด้วย.
ตอบคุณเบียร์ ... ที่รกร้างว่างเปล่า อาจเป็นที่สาธารณะประโยชน์ก็ได้ แต่ที่รกร้างว่างเปล่าที่อยู่นอกเขตป่า และไม่ใช่ที่ดินสาธารณะ หากมีการครอบครองที่ดินโดยเอกชนมาตลอด โดยไม่มีหลักฐานที่ดินใด ๆ (ต้องมีข้อแม้ว่ามิใช่ที่ดินสาธารณะประโยชน์นะ) ... อาจขอออก ใบจอง (นส.2) ได้ หรือเมื่อมีการสำรวจที่ิดินแปลงเล็กแปลงน้อย (ต่ำกว่า 1000 ไร่) เพื่อออกโฉนดที่ดิน (นส.4) หรือ การสำรวจที่ิดินเพื่อออกโฉนดที่ดินทั้้งตำบล ก็สามารถออกโฉนดที่ดินได้ ... (เป็นโฉนดตราแดง ที่ห้ามโอนภายใน 10ปี)... รายละเอียดมีเยอะ อันนี้คร่าว ๆ...
สวัสดีค่ะ พวกหนูเป็นแม้ค้า ขายของอยู่บริเวรระหว่างชุมชน2ชุมชนขนานกันมีถนนตัดตรงกลาง พื้นที่บริเวรนี้ใช้ค้าขายกันมานาน(30กว่าปี)พื้นที่ที่พวกหนูใช้ค้าขายกันนี้แต่ก่อนเป็นนิติฯค่ะแล้วทางหมู่บ้านไปยกให้เทศบาล(ตอนไหนก็ไม่รู้) ซึ่งแบ่งกันคนละฝั่งระหว่าง2เทศบาล และเมื่อประมาณกลางปี58เทศบาลทั้ง2แห่งได้เข้ามาจัดระเบียบพื้นที่โดยการเรียกประชุมแม่ค้าทั้งหมด ให้ออกไปค้าขายจากพื้นที่เดิม ไปเช่าเอกชน แม่พวกแม่ค้าไม่ยอม มติในที่ประชุมคือ เทศบาลตัดสินให้ว่าให้ขายไปถึงสิ้นปี58โดยไม่ฟังพวกแม่ค้าเลย มาถึงเวลา ณ ตอนนี้พวกเราได้เข้าประชุมกับเทศบาลทั้ง2แห่งมาหลายครั้งมากแล้ว เสนอขอพื้นที่เป็นจุดผ่อนผันก็แล้ว ทางเทศบาลก็ไม่ให้ พวกหนูเลยไปยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรม เเต่ก็ไม่เป็นผล เทศบาลอ้างแต่กฎหมาย บอกเป็นทางสาธารณะ ผลักดันพวกแม่ค้าขึ้นเช่ากับเอกชน อยากทราบว่าพวกหนูอยากค้าขายกันที่เดิม ต้องทำยังไงคะ มีกฎหมายอะไรที่ช่วยหรือคุ้มครองให้พวกแม่ค้าพ่อค้าอย่างพวกเราบ้างไม๊ค่ะ ที่ที่ทางเทศบาลจัดม้ไปขึ้นเช่ากับเอกชนอยู่ในซอยเปลี่ยว (พวกเราอยู่ในเขคปริมณฑณ ไม่ได้ติดกับถนนหลักค่ะ ค้าขายกันอยู่หน้าชุมชนหมู่บ้าน)ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ หนูเป็นแม่ค้าอายุน้อย ครอบครัวที่บ้านลำบากไม่มีส่งหนูเรียนสูงๆ จึงอยากจอความเมตตาผู้มีความรู้ช่วยพวกหนูด้วยนะคะ เป็นแม่ค้าก็ลำบากแล้วค่ะ ยังจะมาโดนไล่ที่อีก
ตอบคุณหยก... ที่ดินที่ขายขออง คงเปนที่สาธารณะ หรือ ที่ดินในเขตทาง ที่กรมทางหลวงดูแล... การจะขายของต่อได้ ต้องทำเป็น "จุดผ่อนผัน" ให้ขายของ... เทศบาลเขาไม่ให้ขาย ก็อาจยากที่จะขายได้... เพราะเป็นที่สาธารณะ หรือไม่ก็ที่ราชพัสดุ (ที่เขตทางฯ) ... หน่วยงานที่ดูแลเขาไม่อนุญาตก็ยาก...
กรณี จะขอเข่าหนองน้ำของหมู่บ้าน ทำธุรกิจเครื่องเล่นทางน้ำ ซึ่งจะต้องมีโครงสร้างเป็นเสาต่อสริงเพื่อลากจูงเครื่องเล่น และมีสิ่งปลูกสร้างเป็นร้านอาหาร ออฟิต ห้องรับรอง ห้องน้ำ ในบริเวณรอบๆหนองน้ำ เนื้อที่ 68 ไร่ จะต้องขออนุญาติติดตั้งก่อสร้างจากหน่วยงานไหน ขั้นตอนต้องเป็นอย่างไร
เทศบาลต้องการใช้ที่สาธารณประโยชน์เพื่อทำแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ มีขั้นตอนอย่างไรครับ
ตอบ คุณ เสกสิทธิ์ ไชยพร
... ต้องดูว่า ที่สาธารณประโยชน์ เป็นประเภทใด เช่น เป็น ป่าช้า หรือ ที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ ก็ขอเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ ...