วิเคราะห์ความเหมือนความแตกต่างของวรรณกรรมสากลกับวรรณกรรมพื้นบ้าน
วรรณกรรมสากลเรื่อง Charlotte's Web
ในเช้าวันหนึ่ง ณ บ้านของครอบครัวอราเบิ้ล แม่หมูได้ให้กำเนิดลูกใหม่ แต่มีลูกหมูตัวหนึ่งที่ไม่แข็งแรง นายจอร์น อราเบิ้ล ผู้นำครอบครัวจึงคิดที่จะฆ่ามันทิ้งเสียเพื่อไม่ให้เป็นภาระในอนาคต แต่ถูกข้อร้องให้เลี้ยงลูกหมูต่อโดยเฟิร์นลูกสาวคนเล็กของเขา นายอราเบิ้ลจึงได้ยกลูกหมูให้เฟิร์นเป็นผู้เลี้ยงดู เฟิร์นตั้งชื่อลูกหมูว่า “วิลเบอร์” ทั้งสองรักและผูกผันกันมาก เฟิร์นมักจะพาวิเบอร์ไปไหนมาไหนด้วยเสมอและตอนที่เฟิร์นจะไปเรียนตอนเช้าวิลเบอร์ก็จะมาส่งขึ้นรถและมารับเฟิร์นในตอนเย็นด้วยเช่นกัน เมื่อพบกันก็ต้องมีการจากกันเช่นสุภาษิตที่ว่า งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา
เมื่อวิลเบอร์อายุได้ ห้าเดือน พ่อกับแม่ของเฟิร์นตัดสินใจที่จะขายมันให้กับนายโฮเมอร์ แอล. ซัคเกอร์แมน ลุงแท้ๆของเฟิร์นด้วยราคาหกดอลลาร์เพราะมันแข็งแรงขึ้นมากและที่สำคัญมันกินจุมากขึ้นด้วยทำให้ครอบครัวอราเบิ้ลไม่มาสารถเลี้ยงมันต่อไปได้เช่นเดิม
วิลเบอร์ถูกย้ายมาให้อาศัยอยู่บนกองปุ๋ยในโรงนาของครอบครัวซัคเกอร์แมน ที่นั้นเขาได้รู้จักกับแกะ ม้า ห่าน วัว ร่วมทั้งเทมเปิลด้วย ถึงวิลเบอร์จะย้ายไปแล้วก็ตาม แต่เฟิร์นยังคงไปหาวิลเบอร์ทุกวัน เด็กหญิงจะไปนั่งเงียบๆตลอดทั้งบ่าย นั่งคิด คอยฟังและเฝ้ามองวิลเบอร์ บ่ายวันหนึ่งเป็นวันที่เฟิร์นไม่ได้ไปหาวิลเบอร์ๆรู้สึกเหงาเพราะเขาไม่มีเพื่อนที่จะสามารถเล่นกับเขาได้เช่นกับเฟิร์น และนั้นทำให้เขาได้รู้จักกับชาร์ล็อตต์แมงมุมหญิงที่ค่อยเฝ้ามองและอยากเป็นเพื่อนกับวิลเบอร์มาโดยตลอด เธออาศัยอยู่ที่กรอบประตูใกล้คอกของวิลเบอร์ วิลเบอร์หาเหงาแล้วเพราะเขาได้พบเพื่อนใหม่แม้จะตกใจที่รู้ว่าชาร์ล็อตต์ดักแมลงดูดเลือดเป็นอาหารดูเหมือนจะโหดร้ายไปนิดแต่มันก็เป็นกฎทางธรรมชาติ วิลเบอร์จึงไม่ว่าอะไร
วรรณกรรมพื้นบ้านเรื่องสองพี่น้องแบ่งของ
มีชาวนาผู้หนึ่งมีบุตรสาวอยู่สองคน
วันหนึ่งชาวนาอยากจะทำการทดลองปัญญาของบุตรทั้งสองของคน
ชาวนาจึงได้ส่งแตงโมให้กับบุตรสาวทั้งสองไป 1 ใบ
โดยบอกว่าให้ไปแบ่งกันกินแต่จะต้องแบ่งให้เท่าๆกัน
เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเถึยงกันทะเลาะกันเรื่องใครได้มากกว่าน้อยกว่าถ้าแบ่งได้ไม่เท่ากันแล้วเกิดเถียงกันหรือทะเลาะกันขึ้น
ก็จะต้องถูกลงโทษทั้งสองคนเป็นแน่เด็กทั้งสองคน เมื่อได้รับแตงโมมาแล้ว
ก็ไม่รู้ว่าจะต้องแบ่งกันอย่างไรจึงจะสามารถแบ่งได้เท่าๆกันด้วยกลัวว่าตนนั้นจะต้องถูกทำโทษ
ในท้ายที่สุดจึงตกลงกันว่าจะใช้วิธีการดังนี้ โดยที่เด็กทั้งสองคนนั้นเห็นว่าเป็นวิธีที่ยุติธรรมที่สุด
คือ ถ้าหากใครต้องเป็นคนที่ผ่าแตงโม คนนั้นจะต้องเป็นฝ่ายเลือกทีหลัง
และจะต้องยอมให้ฝ่ายที่ไม่ใช่เป็นคนผ่าเป็นฝ่ายเลือกก่อน
ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้
คนผ่าลำเอียง โดยผ่าเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งและชิ้นเล็กชิ้นหนึ่ง
แล้วคนที่ผ่ารีบเลือกเอาชิ้นใหญ่ไปเป็นของตนก่อน
เมื่อเด็กทั้งสองได้ผ่าแตงโมและแบ่งกันเสร็จแล้ว จึงรีบวิ่งไปเล่าให้บิดาได้ฟัง เมื่อบิดาได้ฟังดังนั้นก็พอใจในสติปัญญาของบุตรสาวทั้งสองนั้นมาก
วิเคราะห์
จากวรรณกรรมสากลเรื่องCharlotte's Web และวรรณกรรมพื้นบ้านเรื่อง สองพี่น้องแบ่งของ นั้นมีความเหมือนกันตรงที่เป็นวรรณกรรมที่ให้ข้อคิดกับผู้อ่าน โดยเรื่องCharlotte's Web ให้ข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องเพื่อน ส่วนเรื่อง สองพี่น้องแบ่งของนั้นให้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้สติปัญญา แต่จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันในด้านการเล่าเรื่องเพราะวรรณกรรมพื้นบ้านได้นำวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นมาสร้างเป็นวรรณกรรม นั่นคือตัวละครเป็นชาวนา ซึ่งสอดคล้องกับอาชีพของคนในท้องถิ่น ส่วนวรรณกรรมสากลจะใช้จินตนาการในการให้สัตว์เป็นตัวดำเนินเรื่องซึ่งก็คือหมูและแมงมุม และแสดงถึงชีวิตของคนแถบนั้นว่าประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ ทำฟาร์ม และนี่เองที่ทำให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนของวิถีชิวิตคนในแต่ละพื้นที่
ที่มา : http://www.nithan.in.th
http://images.timsantai.multiply.multiplycontent.com/attachment/
นางสาวพุธิตา เดชประมวลพล ชั้น ม.6/5 เลขที่ 2