กรุงเทพฯเมืองสีเขียว....หาเสียงผู้ว่ากทม. โค้งสุดท้าย
หาเสียงผู้ว่ากทม. ยุค ๒๐ ปีที่ผ่านมานี้มักมีประเด็น พื้นที่สีเขียวเข้ามาแทรกซ้อนเสมอ บางคนถึงกับเอาเป็นนโยบายหลัก
แต่ผมขอวิจารณ์ว่าคนกทม.นั้น ดจร. เป็นที่สุด เอาไมค์ไปจ่อปากสัมภาษณ์ว่าต้องการอะไร ก็มักจะออกมาทำนองนี้แหละ การจราจร มลภาวะ พื้นที่สีเขียว
แต่พฤติกรรมตรงข้ามกับการให้สัมภาษณ์ไปหมด เช่น ห่วงจราจร แต่ทำไมขับรถกันจัง ไม่สนใจใช้จักรยานหรือระบบขนส่งมวลชนเลย
ห่วงมลภาวะแต่ขับรถปล่อยควันพิษ ทิ้งขยะกันริมถนน (แม้ขับรถเบนซ์) อุดหนุนบริการที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเสมอ (เช่น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้มริมฟุตบาท ตลาดสดเน่าเหม็นปากซอย)
ต้องการสวนสาธารณะ แต่พอเขาจัดให้กลางกรุง เช่น ซอยรางน้ำ เป็นสวนอย่างดีแต่มีคนใช้น้อยมาก ฝรั่งยังมากกว่าคนไทย สวนอื่นๆ ก็ทำนองเดียวกัน เช่น จตุจักร สวนลุม สวนหลวง ร ๙ พุทธมณฑล โหรงเหรงมากๆ นี่ขนาดพื้นที่มีตั้ง ๑ ปซ. ของพื้นที่นะ ถ้ามีสัก ๒ ปซ. ก็ผีหลอกแน่ๆ
เสียดายพื้นที่น่ะ ยิ่งแพงอยู่ด้วย เอาไปสร้างศูนย์การค้าหรูๆ แพงๆ ดีกว่าไหม เช่น พาราก้อน (แปลว่าไรหว่า ...ยางพาราอัดเป็นก้อนๆ หรือไร ) เดอะมอลล์ (คนพื้นเมืองโคราชออกเสียงว่า ดิโม (สงสัยติดลานย่าโม)) และเก้าลอเก้า เพราะยิ่งสร้างหรูมากเท่าไหร่คนยิ่งแน่น (การพักผ่อนยอดนิยมของคนไทย) หาที่จอดรถวนเป็นสิบชั้นยังหาที่จอดไม่ได้เลย
คนกรุงเทพนี่ เป็นคน “กรรมมารอ” จริงๆ ปากบอกต้องการคุณภาพชีวิตดีๆ แต่การกระทำ พฤติกรรมกลับตรงข้าม สมควรแล้วที่ได้เจอ (และจะได้เจอ) แต่ผู้ว่ากทม. กำมะลอ คนต่อมาและต่อไป
เรื่องตื้นๆ คนกทม. ทำเป็นสนใจ แต่เรื่องลึกๆ ไม่เห็นสนเลย เช่น คุณภาพการศึกษา ที่รร. สังกัด กทม. สามารถเป็นต้นแบบให้กับประเทศได้เลย เช่น ลดปริมาณการเรียนแต่เพิ่มคุณภาพ ด้วยการปฏิรูปการศึกษาประถม มัธยม ส่วนอุดมศึกษาสัญญาว่าจะจัดตั้งมหาลัยทางเลือกทีเรียนน้อยแต่ฉลาดมาก
เช่น คัดแยกขยะ น้ำประปาดื่มได้ วินัยสาธารณะ กำจัดตำรวจตั้งด่านรีดไถ และการการลดปริมาณข้าราชการกทม. ลงสักสามเท่า
...คนถางทาง (๒๕ กพ. ๒๕๕๖)
มีป้ายมาติดที่ปั้กกะตูบ้าน..อ่านได้ว่า..กอทอมอ..ทำได้แล้ว..เด็กของเขา..โตไปไม่..โกงงง...