นอกจากวันเอดส์โลกที่มีการรณรงค์เรื่องการใช้ถุงยางอนามัยแล้ว ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีในฐานะวันแห่งความรัก ที่คู่รัก หลายคู่ จะมอบดอกไม้ ช๊อกโกแล็ต และ แสดงความรักต่อกัน หลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามันเป็นวันถุงยางอนามัยโลกด้วยในเวลาเดียวกัน วันถุงยางอนามัยโลกจัดขึ้นเพื่อเตือนสติให้คู่รักทั้งหลายรู้จักป้องกันตัวเองไว้ก่อนนั่นเอง  ถุงยางอนามัย สามารถป้องกันการตั้งครรภ์มากกว่า 85% (หากใช้อย่างถูกต้อง ไม่เกิดปัญหาถุงยางอนามัยหลุดหรือแตก) นอกจากนั้นยังป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ อีกด้วย


จากการศึกษาของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดัชนีประเมินภาระโรคและสุขภาพของประชากรไทย พบว่า ในปี 2552 การติดเชื้อ HIV/AIDS เป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 7 ของคนไทย และ ตายก่อนวัยอันควรถึงร้อยละ 7.2 ในชาย และ ร้อยละ 6 ในหญิง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้เกิดโรค คือ การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยนั้นเอง สำหรับปัจจัยเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยนั้น นอกจากเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HIV/AIDS แล้ว ยังมีเสี่ยงต่อการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ , ภาวะการแท้งบุตร, มะเร็งปากมดลูก, โรคไวรัสตับอักเสบ B เป็นต้น ดังนั้น ถุงยางอนามัยจึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันปัจจัยเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย หากเราลดปัจจัยเสี่ยงลงได้ เราก็จะสามารถลดภาระที่คนไทยต้องแบกรับภาระโรคการเจ็บป่วยถึงร้อยละ 3.9 ของการสูญเสียในปี 2552  จึงมีการรณรงค์การใช้ถุงยางอนามัยในวันแห่งความรัก แต่อันที่จริงไม่ว่าจะช่วงไหน ๆ ก็ควรยืดอกพกถุงติดตัวเอาไว้เสมอก็ดีลดความเสี่ยงได้เสมอเช่นกัน


แหล่งที่มา 

รายงานภาระโรคและการบาดเจ็บ

http://thaibod.net/

http://men.kapook.com/view49906.html

ร่วมเป็นแฟนเพจ กับเรา 

Burden of Disease [BOD] on Facebook 
ขอบคุณภาพประกอบจาก http://bestclipartblog.com