การติดตามบันทึกต่างๆในบล็อกที่อยู่ใน gotoknow แห่งนี้ บล็อกที่มีบันทึกออกสู่สายตาอยู่บ่อยๆ หลายคนย่อมจะคุ้นเคย แต่บล็อกที่นานๆครั้งจะมีบันทึกออกมาสักครั้งหนึ่ง หลายคนคงจะไม่รู้จัก ไม่คุ้นเคย

แต่คนที่เขียนบล็อกน้อยๆ หรือนานๆจะเขียนบันทึกครั้งหนึ่ง ใช่ว่าไม่มีอะไรจะเขียน แต่เวลาไม่เอื้ออำนวยต่างหาก

จากบล็อกของ น.เมืองสรวง
ศูนย์ประชาสัมพันธ์และเครือข่ายท้องถิ่นจังหวัดกาฬสินธิ์
ที่หลายท่านอาจจะรู้จักชื่อนี้ และหลายท่าน อาจจะไม่คุ้ยเคยมาก่อน

นายบอนมีโอกาสโทรไปคุยทักทายกับ น.เมืองสรวง นานถึง 40 นาที เมื่อ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา ในเวลา 22.40 น. ในช่วงที่เขากำลังจะเคลิ้มหลับ วันนี้มีจังหวะเวลาที่เหมาะ จึงเรียบเรียงความคิดเห็นจาก น.เมืองสรวงออกมา ซึ่งถ้าเขาเขียนมีจังหวะเวลาที่เหมาะๆในการบันทึก จะปรากฏข้อมูลเพียบเลยครับ ดังนี้

1. การทำโครงการกองทุนศิษย์เก่าเพื่อน้อง ในการมอบจักรยานให้น้องๆนักเรียนในตำบลหนองสรวง ซึ่ง น.เมืองสรวงได้เล่าให้ฟังถึงการติดต่อประสนงานกับ จ่าทหารเรือ "ประพันธ์ศักดิ์ ดลรักษ์" เพื่อนรักสมัยเรียนมัธยมศึกษา ซึ่งจ่าประพันธ์ศักดิ์ อยู่ในสังกัดกำลังพลนิทรรศการ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ สามารถทำสติ๊กเกอร์ ทำ VCD ผลิตสื่อต่างๆได้


2.  น.เมืองสรวงได้ถ่าย VDO เหตุการณ์ต่างๆ ทั้งที่ หนองสรวงบ้านเกิดและข่าวสารเหตุการณ์อื่นๆ ตั้งใจที่จะทำการแปลง VDO ลงแผ่น VCD อยากจะรู้ถึงขั้นตอนการทำ VCD ซึ่งคงต้องประสานกับทาง จ่าประพันธ์ศักดิ์ ที่มีความชำนาญในเรื่องนี้อยู่แล้ว

3.  น.เมืองสรวงกล่าวถึงวิถีชีวิตของเขาในปัจจุบัน ที่ยังคงต้องต่อสู้ต่อไป และกำลังหันมาสนใจเรื่องธุรกิจขายตรง  เพื่อหารายได้เสริมในการดูแลครอบครัวของเขา พร้อมกับแนะนำแหล่งข้อมูลและชวนไปร่วมสัมมนาที่โคราชในช่วงปลายเดือน ต.ค.2549 นี้ด้วย

4. น.เมืองสรวง พูดถึงท้องถิ่นบ้านเกิด เขาจะเดินทางกลับบ้านเกิดในช่วงเดือน ธ.ค.2549 นี้ จะได้ไปติดตามความก้าวหน้าของสะพานข้ามเขื่อนลำปาว ที่จะเชื่อมจากฝั่ง อ.สหัสขันธ์ มายังฝั่ง อ.หนองกุงศรี ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำในเขื่อนลำปาวขวางกั้นอยู่ ที่คาดว่า จะนำความเจริญก้าวหน้ามาสู่ท้องถิ่นหนองสรวงในอนาคตอันใกล้นี้ และในปี พ.ศ. 2550 พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพิ่มจุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยวในท้องถิ่นให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

5. น.เมืองสรวงได้พูดถึง ถนนดนตรีไทย ที่วัดใต้โพธิ์ค้ำ ในเขตตัวเมืองกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นแหล่งวัฒนธรรมที่ดี น่าจะได้รับการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์แนะนำต่อไป

6.  เรื่องการค้นหาข้อมูลใน google ซึ่ง น.เมืองสรวงมักจะค้นหาข้อมูลของหนองสรวง ในสมัยที่ได้จัดทำเวบไซต์หนองสรวงดอทเนต ซึ่งมีทั้งข้อมูลและรูปภาพจำนวนมาก เมื่อต้นปี 2549 เมื่อ น.เมืองสรวงไม่ได้ต่ออายุโดเมนเนม nongsueng.net ทำให้ข้อมูลเวบไซต์หายไป แต่สามารถค้นหาได้จาก Cache ของ google ที่ได้ทำสำเนาข้อมูลของเวบไซต์เก็บไว้ แต่สำเนาไว้ได้เฉพาะตัวอักษรเท่านั้น ไม่มีรูปภาพ นายบอนจึงได้อธิบายประเด็นการเก็บสำเนาข้อมูลของ google ให้ น.เมืองสรวงรู้

ท่าทางจะคิดถึงบ้านพอสมควร จนต้องเปิดดูรูปภาพท้องถิ่นที่มีหลายร้อยภาพอยู่เรื่อยๆ แม้จะเป็นจากที่สำเนาไว้ก็ตาม ซึ่งคงจะต้องไปหาที่อยู่เวบที่จะเก็บไฟล์ภาพถ่าย สำหรับคนคิดถึงบ้านได้เปิดดูยามไกลบ้านในจังหวะเวลาที่เหมาะสมต่อไป

7. น.เมืองสรวงพูดถึงเรื่องราวทั่วไป ตั้งแต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหนของเขาที่ไม่สบายอีกแล้ว  และนายบอนได้แจ้งว่าได้มอบหนังสือทำมือ "ก่อร่าง สร้างฝันที่หนองสรวง" ของ น.เมืองสรวง ให้แก่ จ่าประพันธ์ศักดิ์ ดลรักษ์ไปแล้ว 1 เล่ม ซึ่งเขาได้ถือไปอ่านแล้ว หลังจากที่ได้มอบหนังสือเล่มที่เหลืออยู่ในมือ ให้กับ คุณพิไล อุปัญ และคุณออต สำราญ เย็นเฉื่อย ชาว gotoknow ไปแล้ว

หลังจากที่จ่าประพันธ์ศักดิ์ ได้ถือไปนอนอ่านเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้เขาได้รู้ข้อมูล ความเคลื่อนไหวของเพื่อน น.เมืองสรวงมากขึ้น จากที่แต่เดิม ไม่รู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวมากนัก และเกิดแนวคิดในการสร้างเครือข่าย ช่วยเหลืองานเพื่อสังคมอย่างที่ฝันอยากจะทำเช่นกัน

8. น.เมืองสรวงกับทัศนะเกี่ยวกับงาน มหกรรมจัดการความรู้แห่งชาติครั้งที่ 3 ในช่วง 1-2 ธ.ค.2549  ซึ่ง เขามองว่า ผู้เข้ามาร่วมงาน ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักวิชาการที่ชำนาญและเข้าใจในเรื่องการจัดการความรู้ หรือกลุ่มผู้บริหารเท่านั้นหรือเปล่านะ ซึ่งประเด็นนี้ คงต้องไปติดตามรายละเอียดใน gotoknow ต่อไป

ค่าลงทะเบียนล่วงหน้า 2500 บาท หากชำระก่อน 15 ก.ย.2549 จากราคาเต็ม 4000 บาท ทั้ง น.เมืองสรวงและนายบอนมองว่า เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร สำหรับรายได้ที่มีจำกัด แต่ก็มีความสนใจเช่นกัน ซึ่งต้องขอดูรายละเอียดของงานนี้ให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนที่จะตัดสินใจว่า จะไปร่วมงานนี้ด้วยหรือไม่

9. น.เมืองสรวงพูดถึงการเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ gotoknow ซึ่งในส่วนของเขา ได้รับการตอบรับจากสมาชิก gotoknow จาก ม.อุบลราชธานี, ราชภัฎกำแพงเพชร, คุณจตุพร ฯลฯ... และได้ถามถึงคุณออต สำราญ เย็นเฉื่อย เจ้าของบล็อกเล้าข้าวศึกษาว่า เป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งกำลังมองไปไกลถึงการเชื่อมโยง การร่วมมือกันในอนาคต รวมถึงเรื่องของผ้าไหมด้วย

10. เกี่ยวกับการเขียนบล็อกของ น.เมืองสรวง เขาขอเวลาในการเตรียมประเด็นที่อยากจะถ่ายทอด เขียนใน blog เมื่อถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เขาจะถ่ายทอดสิ่งที่อยากจะบอกเล่า ออกมาให้หลายท่านได้อ่านอย่างแน่นอน

แต่คุยกันไม่นาน ได้ประเด็นเยอะเลยครับ สามารถที่จะเจาะมาบันทึกความคิดที่โลดแล่นในสมองของเขาได้เรื่อยๆ เพียงแค่ 40 นาที กับความคิดที่หลากหลาย เก็บประเด็นแทบไม่ทัน.....