จดหมายถึงลูก "เพรียง" ฉบับที่ ๘ ตอนกลับค่ายฯ
นับจากทางการอนุญาตให้ลูกของแม่ได้กลับมาเยี่ยมบ้านประมาณ ๑๖ วัน พวกเรา (แม่ + พี่ภัคร + น้องเพรียง + น้องอ้อม + ฟ้าคราม) ได้อยู่ด้วยกัน...แม่สังเกตพฤติกรรมของหนูเปลี่ยนไปมาก เป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ ความคิดเป็นผู้ใหญ่ เรียกว่า "มีความคิด" ที่ดี...หนูวางแผนชีวิตของหนูว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เมื่อออกจากการเป็นทหารมาแล้ว...เราไปเที่ยวที่บ้านน้าหมูด้วยกัน หนูก็รับอาสาขับรถยนต์ให้...แม่บอกว่า ห้ามเร่งเกิน ๑๒๐ หนูก็ทำตาม เพราะหนูคงทราบว่าถ้าประมาท มันจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรา...การขับรถยนต์จะแม้จะขับช้าแต่ก็ถึงเป้าหมายและปลอดภัยกว่าการที่เราขับรถเร็ว เพราะมันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เมื่อมันเกิดอุบัติเหตุจะทำให้ตัวเราเสียเวลา เสียชีวิต เสียทรัพย์สิน ซึ่งเราอย่าประมาทและก็ไม่ควรที่จะให้มันเกิดขึ้นต่อตัวเรา...
เมื่อวันจันทร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ แม่ได้ไปส่งหนูที่ค่าย ตั้งแต่ ๐๖.๐๐ น. พร้อมด้วยเจ้าฟ้าคราม + น้องอ้อม สัปดาห์นี้ หนูบอกแม่ว่า...หนูไม่ต้องฝึกหนักอีกแล้ว ทางการจะสอนเรื่องวิชาการ เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับพวกหนู เพราะหนูสังกัดหน่วยเสนารักษ์ ต้องศึกษาเรื่อง พยาบาลคนไข้...หนูบอกว่า...เขาเรียนกันประมาณ ๒ เดือน...ซึ่งแม่ก็บอกว่า...เรียนไปเถอะ อะไรก็ได้ เราได้รับความรู้เหมือนกัน...เมื่อเรามีหน้าที่ที่เขาให้เราปฏิบัติแล้ว เราก็ควรทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายนั้นให้ได้ เพราะคนเราต้องรู้จักหน้าที่...
เมื่อเช้าแม่ได้ฟังข่าว แจ้งว่า...เขาจะออกกฎหมายเกี่ยวกับ ถ้าใครเรียน ร.ด. แล้วก็จะต้องให้เกณฑ์ทหารด้วย ก็เป็นอีกข่าวหนึ่งที่เคยเป็นข้อยกเว้นว่า "ถ้าใครเรียน ร.ด.แล้ว ไม่ต้องเกณฑ์ทหาร เพราะพี่ภัครก็ได้เรียน ร.ด. เลยไม่ต้องเกณฑ์ทหาร" แต่มาปัจจุบันทางการจะแก้ไขกฎหมายใหม่ จะว่าผ่านหรือไม่นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง...แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้ แม่ก็ได้ฟังข่าวว่า สหรัฐเขาออกกฎหมายว่า จะรับผู้หญิงเข้ามาเป็นทหารเกณฑ์ด้วย ซึ่งแม่ยังคิดต่อว่า ประเทศของเขาไม่ค่อยมีผู้ชายกันแล้วหรือ ถึงได้ออกกฎหมายเช่นนี้ แล้วต่อไปล่ะ ประเทศไทยจะเอาผู้หญิงไปเกณฑ์ทหารด้วยหรือไม่? ซึ่งทำให้แม่คิดว่า...ในอนาคตการเกณฑ์ทหารไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนคิดว่า...ใครที่ถูกคัดเลือกให้เป็นทหารแล้วโชคไม่ดีใช่หรือไม่? เหมือนขาดอิสระภาพ เป็นแล้วต้องไปรบอย่างเดียวใช่หรือไม่...ซึ่งความจริงเป็นเรื่องของการพัฒนาบุคลากร พัฒนาสังคม พัฒนาวิชาการ พัฒนาให้มีจิตใจเป็นนักรบ นักสู้ของประเทศใช่หรือไม่? เพราะสาเหตุจากการเกิดเหตุการณ์รบกันแบบสมัยก่อนเริ่มจะค่อย ๆ ลดลงจากโลกนี้ (เนื่องจากนาน ๆ ครั้งจะได้เห็นการรบแบบรุนแรง ซึ่งก็เป็นในบางประเทศเท่านั้น ไม่มากเหมือนกับสมัยก่อน ๆ) จึงไม่จำเป็นต้องใช้ทหารที่เป็นผู้ชายก็ได้...สำหรับคนที่รู้จริงกับเรื่องประเภทนี้ ก็คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ว่า...จุดประสงค์ที่ทางการให้เกณฑ์ทหารนั้นเพราะเหตุใด?...
ตอนเย็นหนูโทร.มาบอกน้องอ้อมว่า ทางการอนุญาตให้หนูกลับบ้านได้อีก และก็ให้แม่ไปรับด้วยที่ค่าย...ต่อไปนี้ พวกเราก็จะได้อยู่ใกล้กันบ่อยครั้งขึ้น จนกว่าลูกจะได้พ้นเวลาที่เขากำหนด...

(ครอบครัวของพ่อเพรียง + ฟ้าคราม + แม่อ้อม)
อ่านจดหมายถึงลูก ทุกฉบับ ได้จากที่นี่..."จดหมายถึงลูก"
Happy BA. Happy time. Ka
ขอบคุณค่ะ คุณชาดา
ขอขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจจากทุก ๆ ท่านค่ะ